วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซีดีเถื่อน...แต่คนไม่ถ่อย(พร้อมวิธีแก้)


ประมาณ ห้าโมงเย็น อาหารมื้อเช้าและเที่ยง ถูกโซ้ยเข้าท้อง สำหรับมื้อนี้ เป็นเกาเหลาและข้าวเปล่า

“เกาเหลา ต้มยำแซ่บ ไม่ใส่ถั่วงอก ไม่ใส่ถั่วลิสง ไม่ใส่ผงชูรส ข้าวเปล่า ครับ”     ผมยืนสั่งป้าคนขาย

“เอาอะไรนะ”     ป้าคนขายถามย้ำ (แบบว่าตกลงมึงจะใส่อะไรบ้างเนี้ย)

“เกาเหลา ต้มยำแซ่บ ไม่ใส่ถั่วงอก ไม่ใส่ถั่วลิสง ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่ลูกชิ้นกลม ๆ”     ผมซ้ำเพื่อความมั่นใจ

“ใส่แต่ลูกชิ้นเด้ง หมูยอใช่ไหม ”      ป้าคนขายถามอีก

“ใส่แค่เห็ดนะ”     ป้าคนขายถามอีกครั้ง

“ใส่ผักทุกอย่าง ยกเว้น ถั่วงอก”       ผมตอบแบบงงคำพูดตัวเอง ซึ่งคราวนี้ชัดเจนแล้วแน่นอน (แต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนใหญ่ ผมสั่งไม่ถั่วงอกทีไร ผักอย่างอื่นแทบทุกคนเค้าจะไม่ใส่ให้ทุกที ไม่รู้เป็นเพราะอะไร)

“เราก็สั่งถูกนะ หรือว่าถั่วงอกมันแทนผักทุกชนิดที่มีอะ งงนะเนี้ย”     ผมคิดในใจเป็นครั้งที่ 37 (ล้อเล่น)

พอทั้งคนซื้อเสนอ คนขายสนองรับ ตรงกัน บทสนทนาระหว่างผมกับป้าคนขายก็ยุดติลง

“พี่สั่งไว้ใช่ไหมครับ”      น้องตัวใหญ่ ๆ เดินตึง ๆ เข้ามาถามผม

“เกาเหลา ใช่ไหม อ้า”      ผมถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

พอได้ชามเกาเหลากับถ้วยข้าวเปล่ามาอยู่ใต้การควบคุม  ผมก็จัดแจงหยิบช้อนตะเกียบมาบรรเลงเส้น ลูกชิ้น หมูสับ และผักทั้งหลาย ลงคอ แล้วกระเดือกมันเข้าหลอดอาหารไป อย่างเมามัน(กินอย่างสุภาพนะ ไม่ใช่มูมมาม)

ต้องขอบอกก่อนนะว่า “ไอ้ร้านนี้อะ ผมเคยมารับประทานแล้วนะ กินแล้วอร่อยติดใจ เลยขอมาพิสูจน์ความอร่อยอีกครั้ง” 

กินไปได้สักพัก ก็เห็นมีพนักงานเดินสาย ถือแผ่นเพลงมาเสนอขายคุณพี่พนักงานห้างที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่อยู่ข้างหน้าในระดับสายตาผม

ไอ้ผมก็เลยมองไปตามประสาคนสงสัย และก็ไม่ทันได้สงสัยต่อ หันขวับไปข้าง ๆ ก็มีผู้ชายตัวสูง หน้าตาโหด ไม่ต่างจากผม เดินเข้ามา

คงเป็นเพราะผมกำลังตั้งใจบริหารจัดการเกาเหลากับข้าวให้พอคำอยู่ เค้าเลยเอ่ยประโยคแบบแปลก ๆ ขึ้นมา จนผมเองยังงงว่า

“พี่อย่าเพิ่งไล่ผมนะครับ ผมมาดี มาเสนอขายแผ่นซีดีเพลงของค่าย...มารณรงค์ไม่ให้ซื้อแผ่นผีเพื่อศิลปินครับ”

“ครับ แล้วแจกแผ่นฟรีไหมอะ”     ผมถามแบบกวน ๆ หลังจากเค้าพูดให้ผมเห็นใจ

“ไม่พี่ ผมเป็นเด็กฝึกงานของค่าย...เอาแผ่นเพลงมาเสนอให้พี่ แผ่นพวกนี้บางอย่างก็ยังไม่มีวางแผง”      เค้ายื่นมันให้กับผม

ผมก็สลับแผ่นดู ตามมารยาท แล้วก็บอกเค้าไปว่า “แผ่นมันแพง เกิน คนจนอย่างผมไม่มีเงินซื้อหรอก เค้าขาย 60 ของเรา แพง คนเค้าก็ต้องซื้อ 60 ”

“ใช่พี่ ก็มันมีราคาเปรียบเทียบ มันเลยแพง พี่อาจจะทราบว่า แผ่นเพลงความจริงราคามันถูก แต่ที่มันต้องราคานี้ ก็เพราะตัวผลงานของศิลปิน”     เค้าแนะนำผม(ในสิ่งที่ผมก็เข้าใจ)

“ก็เข้าใจ ขายให้ถูกกว่านี้ได้ไหมอะ คนจะได้ซื้อ 60 กับ 150 อะ นี่คิดแบบง่าย ๆ นะ คนก็ต้องซื้อที่มันถูก”      ผมตอบอย่างที่เข้าใจ

“พี่รู้ไหม  ถ้าเราขายถูกกว่านี้ บริษัทต้องเอาพนักงานออก ประมาณ 70 % แล้วลูกแล้วเมียเค้าจะทำไงอะ เกือบ 2000 กว่าคนนะพี่”       เค้าหาเหตุผลสนับสนุน

“ใช่ แต่มันก็แพงอยู่ดีอะ ถ้าเป็นพี่อะ พี่จะซื้อแบบไหน”        ผมถามกลับเค้าบ้าง(ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าใครกันแน่อายุมากกว่ากัน เลยใช้สรรพนามว่า พี่ กับเค้าอย่างที่เค้าใช้กับผม)

“ผมซื้อของจริง ผมสาบานเลย”      เค้าตอบแล้วยกแขนขึ้นสาบาน

“ผมไม่ค่อยเชื่อ จริงเหรอ”      ผมแสดงอาการสั่นหัว

“...อย่างนั้นไม่เป็นไรพี่ ขอบคุณมาก”      เค้าเอ่ยลาผม(คงคิดว่าพูดไปไอ้นี่ คงไม่รู้เรื่อง ไม่ฟัง)

“เดี๋ยว ถามจริง ๆ ได้ผลไหม ที่ไปถามๆคนอื่นมา”      ผมลองถามแบบเห็นใจเค้าบ้าง

“ก็พอได้นะ บางคนเค้าก็เข้าใจ ซื้อแผ่นไปจากผม 10 แผ่นก็ยังมี”     เค้าตอบ

“ก็เค้ามันคนรวยอะน้อง พี่มันคนจน...”      ผมแทรกขึ้นมา

“เอ้อ แล้วที่มีข่าวว่าค่าย...จะไม่ทำแผ่นเพลงวางขายแล้ว จริงไหม”      ผมเคยคาใจ นึกได้ก็เลยถาม

“มันเป็นการบ่นของผู้ใหญ่ที่น้อยใจอะพี่ ก็พอมีความคิดนี้นะ”     เค้าตอบผม

“ถ้าไม่ทำแผ่น แล้วนักร้องจะเอาอะไรกินอะ”      ผมต่อคำถามอย่างสงสัย

“เค้าก็คง ทำในรูปเอนเตอร์เทนแบบอื่น แบบจัดเฉพาะคอนเสิร์ต ประมาณนั้นอะพี่”      เค้าตอบผมอย่างน้อยใจแทนศิลปิน

“เอ้อ...มันยากน้อง ก็ทำต่อไปแล้วกัน ถ้าไม่ลดราคาอะ”     ผมตอบแบบมันปากเป็นครั้งสุดท้าย

“ครับขอบคุณมากพี่”     เค้าตอบขอบคุณผมเป็นครั้งที่สอง

และแล้ว เค้าก็เดินจากไป คงจากแบบ ไอ้นี่หัวดื้อจริง ไม่ฟังอะไรเลย พวกเรา(ค่ายเพลง+ศิลปิน+พนักงาน+ยาม+คนอื่นๆ) จะตายกันอยู่แล้วนะโว้ย!

 “แต่เอ๊...ตอนนี้ของมันราคาแพง เล่นมารณรงค์ให้ซื้อแผ่นแท้เนี้ย มันดูขัดกันเองไหม”               

ผมเพิ่งมาคิดได้  หลังจากเค้าเดินห่างออกไปไม่กี่ก้าว นี่ถ้านึกทัน แล้วตั้งข้อสังเกตไปให้เค้าคิดแล้วตอบผม  น่าจะสนุกกัน อีกสักยก

ปล.วิธีแก้ในความคิดผม

“ทำไมไม่ออกกฎหมายลงโทษผู้ซื้อแผ่นเถื่อนไปเลยวะ อย่างปรับ 500-1000 จ่ายมากกว่าราคาที่ซื้อแผ่นผี หรือจำคุก ไม่เกิน 30 วันอะไรประมาณนั้น ลักษณะ เหมือนกับเราเป็นผู้รับซื้อของโจร เพราะของที่ซื้อไปมันได้มาจากการกระทำความผิดฐานปลอมแปลง ละเมิดลิขสิทธ์ อะไรประมาณนั้น และก็ไม่ต่างกับการซื้อยาบ้าที่ว่า คนกินตาย คนขายก็ตายด้วย น่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจ เฮ้อ...ก็ว่ากันไป”           

ขอบคุณภาพดีดี จาก http://www.becnews.com/backissue/c_stock/CD.jpg

โดย ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net