วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เวียดนาม .. รองเท้าผ้าใบคู่เก่า .. กับก้าวย่างของนักเดินทางช่างฝัน


May 05, 2008

เวียดนาม .. รองเท้าผ้าใบคู่เก่า .. กับก้าวย่างของนักเดินทางช่างฝัน

ฉันพยายามที่จะนึกทบทวนว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่กันแน่ ในการไปเยือนประเทศเล็กๆในแถบอินโดจีน .. แต่ช่างเถอะ จะเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ เพราะไม่ว่าฉันจะก้าวเท้าออกเดินทางครั้งไหน หรือไปเยือนสถานที่แห่งนั้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ .. ทุกครั้งที่เดินทาง ยังมีสิ่งใหม่ๆที่สวยงามรออยู่ในทุกก้าวย่าง ตลอดเส้นทางที่ฉันจะเดินผ่านเสมอ และเวียดนามเหนือคือจุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้ หลังจากที่เคยไปเยือนเวียดนามใต้มาแล้ว

อันที่จริงเวียดนามอยู่ใกล้กับประเทศไทยแค่คืบ (ในแผนที่) หากล่องเรือไปตามแม่น้ำโขงลงใต้ไปเรื่อยๆเราจะไปถึงเวียดนามในเวลาไม่นาน

ปัจจุบันการเดินทางไปเยือนเวียดนามนั้นสะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าเหมือนเมื่อก่อน เพียงคุณมี Passport ก็สามารถเดินทางเข้าประเทศเวียดนามได้แล้ว จะเลือกเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดติดต่อกันตามเทศกาลต่างๆก็ได้ตามแต่จะสะดวก ด้วยมีสายการบินมากมายที่คอยให้บริการบินตรงสู่เวียดนามทุกวัน …

แต่หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเดินทางและสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนริมทาง ก็อาจจะใช้บริการของรถโดยสารประจำทางจากชายแดนจังหวัดมุกดาหาร เข้าไปยังด่านลาวบาวพรมแดนเวียดนาม .. อาจจะใช้เวลาเดินทางมากหน่อย แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมากค่ะ

การเดินทางในครั้งนี้ฉันมุ่งตรงมายังกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม .. เมืองโบราณที่ตั้งมาเกือบพันปี มีอารยะธรรมสืบทอดกันมานานตั้งแต่ปี พ.. 1553 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดิลีไทโด ทรงสถาปนาพระราชวังทังลองขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้ และตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงชื่อเมืองอีกหลายครั้ง จนกระทั่งจักรพรรดิตือดึ๊ก ทรงพระนามว่า ฮานอย ซึ่งแปลว่า “เมืองบนฝั่งโค้งของแม่น้ำ” 

กว่าเมืองหลวงของเวียดนามจะมาอยู่บริเวณนี้ได้ ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง และย้ายไปยังสมรภูมิที่ผู้ปกครองคิดว่าดีกว่าก็หลายจุด จนถึงปีพุทธศักราช 1971 ราชวงศ์เลย์จึงสถาปนา ฮานอย ขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ ขึ้นแทนเตยกิง (Tay Kinh แปลว่าเมืองหลวงแห่งภาคตะวันตก) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองแถ่งห์ฮวา (Thanh Hoa) นอกจากนั้นกรุงฮานอยยังถูกทำลายอีก 2 ครั้ง แต่เมืองแห่งนี้มิได้ล่มสลาย แม้ในราชวงศ์สุดท้ายเมืองหลวงจะไปอยู่ที่เว้ก็ตาม

เมื่อย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 การไหลบ่าเข่ามาของชาติตะวันตกทำให้เมืองทังลองเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อ ฮานอย ตกเป็นของฝรั่งเศสในปี พุทธศักราช 2425 จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ทั้งโฉมหน้าและกระแสประวัติศาสตร์ และต่อมา ฮานอย ก็มีชื่อเรียกเปลี่ยนไปอีก คือ ดงกิงห์ (Dong Kinh) หมายถึงเมืองหลวงแห่งภาคตะวันตก ต่อมาเปลี่ยนเป็น เตยกิงห์ (Tunquin) จนเมื่อ อเล็กซองเดร เดอ โรดส์ (Alexandre de Rhides) พัฒนาอักษรเวียดนามแบบโรมันสำเร็จ เตยกิงจึงเปลี่ยนมาเป็น ตังเกี๋ย (Tonkin) ซึ่งฝรั่งเศสใช้เรียกภาคเหนือทั้งหมดของเวียดนามในสมัยอาณานิคม

ผลจากการเข้ามาปกครองของชาวตะวันตก ทำให้โฉมหน้าของ ฮานอย เปลี่ยนไป ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนของความก้าวหน้า และประเพณีดั้งเดิม .. จนเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวออกไปหมดจากเวียดนาม ได้ทิ้งสถาปัตยกรรมมากมายเอาไว้ และสิ่งเหล่านี้ทำให้ ฮานอย เป็นเมืองที่ถูกเล่าขานกันมาว่า … เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความงดงามของวัฒนธรรม และด้วยความหลากหลายของฮานอย นักท่องเที่ยวจะได้พบกับบรรยากาศหลากหลายรูปแบบ .. ทั้งหลักฐานความทรงจำทางธรรมชาติที่สวยงาม แหล่งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวในขณะนี้

ฮานอย ตั้งอยู่ใจกลางสันดอนลุ่มแม่น้ำแดงในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม มีทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 18 แห่ง มีทะเลสาบประจิมเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุด และมีทะเลสาบกลางใจเมืองคือทะเลสาบ โอ ฮว่าน เกี๋ยม

ท่ามกลางความเจริญ ความคับคั่ง และคงวามตื่นตัวของการดำรงชีพประจำของชาวฮานอย ทำให้ความงดงามของวัฒนธรรม และจารีตประเพณีเฉพาะตัวที่แฝงเร้นอยู่ในความเจริญของเมืองนั้น เป็นสิ่งแปลกตา และเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักเดินทางทั่วโลกให้มาเยือนที่นี่สักครั้ง

ฮานอย เป็นเมืองหลวงขนาดเล็กที่มีเสน่ห์สวยงามมากแห่งหนึ่งในภูมิภาคอินโดจีน .. ไม่ว่าเราจะเดินไปตามถนนเส้นทางใดในเมือง ก็จะเห็นตึกเก่าสไตล์โคโลเนียลที่ฝรั่งเศสสร้างไว้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับร้อยปีเรียงรายอยู่ตามสองฟากฝั่งของถนนที่กว้างขวาง สวยงามราวกับว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในถนนซองอลิเซ่ ในกรุงปารีส

ฮานอยไม่มีตึกสูงระฟ้าเบียดเสียดกันแน่นจนน่าอึดอัด เช่นดังเมืองที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมากเฉกเช่นประเทศอื่น นี่คือเสน่ห์ของฮานอยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาอะไรมาเปรียบเทียบ ความสะอาดของถนนหนทาง บวกกับความเขียวขจีของต้นไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปถูกวางสลับกับรูปทรงของตัวตึกที่เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมอันงดงามของจีนและฝรั่งเศส ทำให้ความศิวิไลซ์ที่เริ่มคีบคลานเข้ามา ไม่สามารถบดบังความสวยงามน่ามองของ ฮานอย ที่มีอยู่เดิมลงได้เลยแม้แต่น้อย

สถานที่ท่องเที่ยวในฮานอย ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่กลางใจเมือง ซึ่งเป็นย่านเก่าในเมืองหลวงแห่งนี้ และห่างจากกรุงฮานอยมาทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก คือ อ่าวฮาลอง ทะเลสาบที่มีพื้นที่เกือบ 4,000 ตารางกิโลเมตร ที่มีภูเขาหินปูนหินปูนน้อยใหญ่ ที่ถูกกัดเซาะจากคลื่นลมในท้องทะเลมาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นหมู่หินปูนรูปร่างแปลกตา เรียงรายอยู่บนผืนน้ำมากกว่า 1,000 เกาะ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net