วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Good Morning Vietnam ..นี่แหละ ฮ า น อ ย


May 06, 2008

Good Morning Vietnam ..

นี่แหละ .. ฮานอย …

เราออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯด้วยสายการบิน Air Asia ในเวลาหกโมงเศษๆ ของวันที่ 24 เมษายน .. และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันบินไปกับสายการบินประเภทนี้ จึงค่อนข้างจะไม่คุ้นเคยในการปฏิบัติตัวในฐานะผู้โดยสาร .. เริ่มจากเมื่อรถจอดเทียบ ก็มีการเฮโลแย่งกันขึ้นเครื่อง เพื่อเลือกที่นั่ง ราวกับว่าหากไม่รีบจะต้องยืนไปตลอดทางยังไงยังงั้น

เมื่ออยู่บนเครื่อง จึงได้รู้ว่าต้องซื้ออาหารกินเอง .. ที่จริงก็ดีเหมือนกันสำหรับระบบ Pay for what you want .. การเลือกเมนูที่จะซื้อ เป็นอีกอย่างที่น่าสนใจ .. อาหารที่เลือกจะซื้อในครั้งแรก ในเที่ยวบินนี้ไม่มีขายค่ะ ต้องทานแซนวิช กลั้วไปกับเครื่องดื่ม ..

การเดินทางสะดวกสบายดี มองดูเมฒขาวๆนอกเครื่องบิน พร้อมกับนึกถึงคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาจากเมืองไทยว่าจะมีพายุและเมฒ ฝน เข้ามาจากเมืองจีน ทำให้นึกหวั่นๆเหมือนกันว่า เมื่อเดินทางไปถึงเวียดนามแล้วจะต้องผจญกับสายฝนที่นั่นบ้างหรือเปล่า ?

เริ่มเข้าในอาณาเขตของประเทศเวียดนาม .. แผ่นดินรูปตัว S .. ก็ปรากฏขึ้นในสายตาภายใต้ปีกเครื่องบิน มองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน มองเห็นที่ราบ แม่น้ำ และสีเขียวๆของต้นไม้ในส่วนที่เป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่

เครื่องบิน ใช้เวลาบินไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราก็มาสูดอากาศใน ฮานอย กันแล้วค่ะ

สิ่งแรกที่หลายคนในคณะเราเลือกที่จะทำ ก็คือการแลกเงินเวียดนามเพื่อเอาไว้ใช้จ่าย และช้อปปิ้งในระหว่างการเดินทางในอีก 5 วันข้างหน้า … ที่สนามบินมีเค้าเตอร์บริการแลกเงินจากหลายธนาคารค่ะ อัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกันมาก เราสามารถใช้เงินดอลล่าร์อเมริกัน หรือเงินไทยแลกก็ได้ อัตราแกเปลี่ยน 1 USD จะได้เงินดองห์เวียดนามมาราวๆ 16,000 ดองห์ค่ะ หากแลก 100 เหรียญ กจะได้เงินมามากกว่าล้านดองค่ะ … เป็นอันว่าได้มีโอกาสจับเงินล้านกับเขาบ้างก็คราวนี้แหละค่ะ ตื่นเต้นจัง

ในสนามบินมีเค้าท์เตอร์สีสันสดใส สะดุดตา ของการท่องเที่ยวเวียดนาม เพื่อให้ข่าวสารที่น่าสนใจ และน่ารู้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมกับถือโอกาสโฆษณาสถานที่สวยๆในเวียดนามไปด้วยในตัว ..

เนื่องจากเรามาถึงค่อนข้างเช้า เลยไปแวะทานอาหารเช้าที่ภัตตาคารในบริเวณสนามบินนี่เอง … ในเวียดนามเข้าใจว่ายังไม่มีกฏหมายในเรื่องของการห้ามสูบบุหรี่ภายในสถานที่สาธารณะ รวมถึงภายในบริเวณภัตตคารด้วย เราจึงเห็นคนเวียดนามสูบบุหรี่ พ่นควันโขมงกันทุกหนทุกแห่ง ..

อาหารเช้าที่มีบริการ ส่วนใหญ่จะเป็นเฝอ ให้เลือกว่าจะเอาเฝอไก่ เนื่อ หมู นอกจากนั้นยังมีอาหารประเภทขนมปัง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยฝรั่งเศส … หน้าตาน่ากินเชียวค่ะ

ระหว่างที่รอ ใครบางคนในคณะเรา ก็มีวิญญาณของนักข่าวอาสาเข้ามาเกาะ เลยออกเดินสำรวจรอบๆภัตตาคาร สายตาสอดส่ายหาของแปลก เพื่อนำมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง … ที่เห็นเป็นผลไม้ดองสีสด และลูก cuti Apple ซึ่งข้างในเป็นเนื้อขาวๆ หน้าตาและรสชาดคล้ายๆกับกระท้อนของบ้านเรา ไม่ค่อยอร่อยค่ะ

พอเราออกจากสนามบิน ไกด์ก็ซินจ่าวเวียดนามกับพวกเรา ด้วยการแจกหมวกเวียดนาม .. นัยว่าให้เอาไว้ใส่กันแดดร้อนๆ

เรามุ่งเข้าสู่ตัวเมืองฮานอยด้วยรถมินิบัส สัญชาติเกาหลี ซึ่งคุณอ๊าว ไกด์ของเราเล่าว่าเป็นรถที่ทางการท่องเที่ยวของเวียดนามขออนุญาตนำเข้ามาจำนวน 600 คันเพื่อใช้บริการให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ด้วยเหตุที่รถประเภทเดียวกันสัญชาตเวียดนามยังมีคุณภาพไม่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแอร์ในการใช้ในระยะทางไกลๆ

รถมินิบัสใช้เวลาวิ่งน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง เพื่อนำเราผ่านชานเมือง มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางกรุงฮานอย … สิ่งที่สะดุดตา สะดุดใจเราสิ่งแรกก็คือ บ้านเรือนของชาวเวียดนามที่เรียงรายอยู่ตามเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน บ้านเรือนโดยทั่วไปดูแปลกตา แตกต่างจากบ้านเรา ส่วนมากเป็นแบบดั้งเดิมเหมือนกับสมัยก่อน บางส่วนจะเป็นสถาปัตยกรรมด้านหน้าที่คล้ายกับตึกในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ดูผอมๆสูงๆ 3-4 ชั้น ได้ความว่าประเทศนี้ราคาที่ดินแพงมากๆ แถมคิดภาษีตามความกว้างของบ้าน เช่นเดียวกับบางประเทศในแถบยุโรป .. ที่ฉันติดใจคือบรรดาประตูเหล็ก ลูกกรงหน้าต่างทั้งหลาย ที่มีลวดลายเก๋ไก๋ สไตล์ปาริเซียงทั้งนั้นเลย .. บรรยากาศที่หาดูได้ยากในเอเชีย และตึกส่วนมากจะเป็นตึกเก่าทาสีเหลือง สีอื่นๆก็มีบ้างประปราย แต่จะอยู่ในสีเอริธโทน

เมื่อเริ่มเข้าเขตตัวเมืองฮานอย สิ่งที่ทุกคนสังเกตเห็นได้ชัดๆเป็นอันดับต้นๆ และฉันว่าได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองใหญ่ในเวียดนามไปแล้ว ก็คือท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยมอเตอร์ไซค์และจักรยาน รวมถึงมีรถยนต์หลากชนิดหลายสัญชาติ อยู่บนเส้นทางเดียวกัน .. ต่างคนต่างขับ ต่างคนต่างแซง แต่ฉันไม่ยักเห็นใครโมโหโกรธา ท้าตี ท้าต่อย ทั้งๆที่มีเสียงบีบแตรใส่กันให้ขรมไปหมด .. ทั้งบีบแตรเพื่อให้รถคันอื่นระวัง บีบแตรเพื่อเร่งคันหน้า บีบแตรเพื่อเตือนคนข้ามถนน และบีบแตรเพราะพอใจจะบีบ .. ทำให้อดทึ่งในความสามารถของคนเวียดนามในการใช้มอเตอร์ไซค์ในการสัญจรมาก ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดีจริงๆ .. คนที่นั่นบอกว่า .. คนเวียดนามรู้กฎจราจรน้อยมาก แต่ขับขี่ด้วยเหตุผลและคุณธรรม .. ว่าเข้าไปนั่นเลย

เดิมมีคนบอกฉันว่าคนเวียดนามที่ขับขี่มอเตอร์ไซด์ใช้หมวกกันน๊อกกันน้อยมากๆ แต่นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา มีกฏหมายบังคับให้ต้องสวมหมวกกันน๊อค และมีตำรวจคอยกวดขันวินัยจราจร .. จึงเห็นสิงห์มอเตอร์ไซค์ทุกคนสวมหมวกกันน๊อกใบเท่

หนุ่มเวียดนามไม่น่ามองเท่ากับสาวๆในขุดอ๋าวได่ (Ao Dai) รัดรึง แนบนาง วับๆแวมๆ .. แต่วันนี้เราไม่ค่อยได้เห็นสาวญวนเอวบางร่างน้อยในชุดอ๋าวได่ปั่นจักรยานหรือขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนมากนัก .. ผิดหวังนิดๆ ที่ไม่ได้เห็นภาพสาวเวียดนามในชุดประจำชาติ อ๋าวได่ (Ao Dai) ขี่จักยาน ปล่อยผมยาวสลวยไปตามสายลม ดูเซ็กซี่ เป็นภาพที่น่ามองจริงๆ..

แต่ที่เห็นหนาตาคือสาวๆใส่กางเกงยีนส์แทนชุดเซ็กซี่อ๋าวได่ ใส่ผ้าคาดปิดจมูกราวกับเป็นเครื่องแบบ .. พร้อมมีถุงมือยาวถึงต้นแขนสวม ..นัยว่าเพื่อกันฝุ่นและกันแดด .. พวกเธออัพเดทมาขี่มอเตอร์ไซด์กันมากขึ้น และสวมหมวกกันน๊อกแบบแฟชั่นสวยงาม ถึงถนนหนทางจะขวักไขว่ แต่เธอกลับขี่มอเตอร์ไซด์ด้วยท่วงท่าสง่างาม หน้าเชิด หลังตรง น่ารักเชียวค่ะ

ถนนหนทางในกรุงฮานอยเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ ไกด์สอนมาว่าเวลาจะข้ามถนนต้องทำใจกล้าๆเข้าไว้ เดินฉับๆข้ามไปเลยค่ะ ห้ามลังเล ห้ามหยุดหรือถอยหลังกลับ นักบิดที่นี่เขาจะไม่หยุดให้คุณเดินข้ามถนน แต่จะใช้วิธีหลบคนเดิน .. ช่วงแรกๆไม่เคยชิน ทำเอาหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเวลาที่จะเดินข้ามแต่ละที .. แต่พอเวลาผ่านไป ข้ามบ่อยๆก็ชักชินไปเอง

การเรียกแท็กซี่ในฮานอยนั้นสะดวกสบาย จะโบกตรงไหนก็ได้ และทุกคันมีมิเตอร์ติดไว้ ไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องค่าโดยสาร .. และเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง คนขับแท็กซี่จะลงมาเปิดประตูให้คุณ น่ารักมากค่ะ

ฮานอยในวันนี้ไม่มีกลิ่นไอของสงคราม .. Vietnam is a country , not a war .. ดูจะเป็นคำพูดที่จริงทีเดียวในวันนี้ .. บ้านเมืองพัฒนามากขึ้น ผู้หญิงหาบของหรือกระเดียดกระจาดขายของมีให้เห็นประปราย

ฮานอยวันนี้ … เหมือนกรุงเทพเมื่อสี่สิบห้าสิบปีก่อน มีต้นไม้ใหญ่ๆร่มรื่นทุกถนน ตึกรามบ้านช่องรูปทรงฝรั่งเศส French Colonial สวยๆ เก่าๆ มีให้เห็น .. ทำให้นึกถึงถนนสาทรสมัยก่อน .. ที่มีบ้านสวยๆ ต้นไม้เยอะๆ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net