วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๖


๖.กิมหมวย

       "มากันแล้วหรือจ๊ะ"

       เสียงหวานของสายคำที่เปล่งออกมาพร้อมกับรอยยิ้มพราย  ทำให้สองชายที่ตะลึงจังงังอยู่นั้นค่อยได้สติ  อลัน ใช้มือประทับอกตัวเอง  คล้ายจะคลำดูหัวอกหัวใจให้แน่ใจว่ามันยังอยู่  ไม่หล่นหายโบยบินกระเจิดกระเจิงไปไหน ๆ เขาเพ่งพิศใบหน้าหญิงคนรักเห็นเป็นสายคำคนเดิมที่มีสีผิวเหลืองนวลเนียน  ไม่ใช่ขาวจัดนัยน์ตาพราวพริบอย่างที่เห็นเมื่อครู่จึงผ่อนลมหายใจยาว  คิดเอาว่าตัวเองตาฝาดไป  ส่วน บอล ลูกชายของสายคำนั้น  ความเป็นเด็กวัยรุ่นไม่คิดอะไรมาก  เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือแม่ของเขา  เด็กหนุ่มก็ยิ้มทักยักคิ้วให้แผล็บหนึ่งก่อนเลี่ยงไปเข้าห้องของตัวเอง  เพราะยังมีแขกที่แม่ต้องต้อนรับที่ตามมาอยู่นอกประตูอีกสองคน

        "ที่รักดูซิว่าใครมา"

อลัน ทำเสียงล้อเล่นพลางเปิดประตูกว้างแล้วผายมือให้ชายหญิงที่คอยอยู่นอกบ้านเข้ามา

      "กิมหมวยหรือจ๊ะ  โอ้ย...เธอจริง ๆ ด้วย มา เข้ามาเร็ว"

       สายคำเอะอะขึ้นทันทีที่เห็นว่าผู้เป็นแขกคือเพื่อนสาวชาวไทยด้วยกัน  ชนิดแทบผวาเข้าไปฉุดไม้ฉุดมือให้เพื่อนเข้ามาในบ้าน  ดีอกดีใจจนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทักทายคำใด  ก็สายคำกระหายอยากให้มีเพื่อนไทบ้านเดียวกันที่สนิทสนมชนิดพูดอะไร ๆ เป็นภาษาเดียวกันมาหลายวันแล้ว  และกิมหมวยก็เป็นหนึ่งในจำนวนเพื่อนคนไทยที่จากบ้านจากเมืองมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน

        จะต่างกันก็แต่ว่า กิมหมวยนั้นมีสามีเป็นคนไทย  และยังอยู่ในเมืองไทย  ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นเขามาด้วยกันอย่างนี้

        "อ้อ...สวัสดีค่ะคุณนพดล"

        คุณนพดล สามีของกิมหมวยเป็นคนในตระกูลใหญ่ในจังหวัดที่อยู่คนละภาคของประเทศไทยกับที่กิมหมวยอยู่และเติบโตมา  คนในตระกูลของเขา ทั้งพ่อ  พี่ชายและตัวของเขาล้วนเป็นนักการเมืองมีชื่อเสียง  ครองตำแหน่งในพรรคใหญ่ที่มีอำนาจจัดตั้งรัฐบาลมาหลายสมัยต่อเนื่อง  บางครั้งได้เป็นถึงรัฐมนตรี  คุณนพดลก็ได้อาศัยบารมีเป็นที่ปรึกษาออกบ่อยไป  ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรีตัวจริงอย่างทุกวันนี้    ส่วนแม่ของเขานั้นท่านเป็นถึงคุณหญิง  และภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขาก็เป็นเชื้อสายผู้ดีมีอำนาจ มีชื่อเสียง ที่รู้จักกันทั่วไปในสังคมไทย   กิมหมวยเคยเป็นเลขาของเขามาก่อน  ก่อนจะตกเป็นเหยื่อความใคร่  และได้กับเขาแบบลับ ๆ จนมีลูกสาวด้วยกัน  คุณนพดลจึงต้องจัดการให้กิมหมวยมาอยู่เสียไกลหูไกลตาของทุกคนในครอบครัวของเขา และสังคม   เขายกเอาเหตุผลขึ้นมาอ้างว่า  เขาอยากให้ลูกสาวคนเดียวที่กำลังเติบโตได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดี ๆ ที่นี่ด้วย

         นพดารา หนูน้อยผู้น่ารัก ฉลาด ไม่ควรจะเติบโตขึ้นมาแบบมีปมด้อยใด ๆ  การให้ลูกไปอยู่ต่างประเทศจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทั้งสองจะทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานั้น

         ด้วยเงินทอง และอำนาจ เขาสามารถส่งกิมหมวยกับลูกไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก  ตามแต่ที่กิมหมวยต้องการ  แต่กิมหมวยก็เลือกมาอยู่ที่เกาะแสนสวยแห่งนี้ด้วยว่ามีญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงอยู่หลายคน  เขาจึงตามใจจัดการเช่าบ้านราคาแพงให้กิมหมวยอยู่  จ่ายค่าอยู่อาศัย ค่าเล่าเรียนลูก ค่าจิปาถะแล้วเป็นเงินไทยปีละหลาย ๆ ล้านบาท  เพื่อน ๆ ยังเคยล้อกิมหมวยอยู่เลยว่า

        "เอาเงินไปซื้อภูเขาหัวโล้นที่เพชรบูรณ์บ้านเธอ สักลูก สองลูก แล้วจ้างคนปลูกป่ายังจะเป็นกุศลสร้างงานสร้างการให้ผู้คน และเป็นผลต่อธรรมชาติ  เป็นประโยชน์ต่อบ้านต่อเมือง"

         กิมหมวยก็ได้แต่ยิ้ม ๆ กับคำพูดประชดประชันนั้น  ไม่ว่าอะไรก็ตามในปัจจุบันเมื่อมีนพดารา  กิมหมวยก็ต้องการเพียงให้ลูกน้อยเติบใหญ่ด้วยประสบการณ์ที่จัดสรรให้อย่างดีเยี่ยม  นพดาราก็เป็นใจ  เด็กหญิงมีความกระตือรือรู้ที่จะเรียนรู้ทุกอย่างทั้งกิจกรรมในเวลาเรียน และเวลาเสริมพิเศษ  จนบัดนี้เด็กหญิงกลายเป็นดาวในการขี่ม้าโชว์ของสมาคมนักขี่ม้าไปแล้ว  เป็นที่ภูมิอกภูมิใจของคุณนพดล  แม้จะไม่ได้มาอยู่ดูแลลูกใกล้ชิดก็ตาม 

       สายคำนั้นคุ้นเคยกับคุณนพดลดีอยู่แล้ว  แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าใหญ่นายโตที่ผู้คนต้องนอบน้อมในบ้านในเมือง  แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่เขาก็ทำตัวกลมกลืนกับเพื่อน ๆ ของเมียได้เป็นอย่างดี  เขาบอกว่าเขาปลดหน้ากากทิ้งแล้วตั้งแต่เครื่องบินยกตัวขึ้นจากรันเวย์  เขาสบายใจและมีความสุขที่สุดเมื่อได้อยู่กับกิมหมวยและลูกที่นี่ 

เขายอมทุ่มเทให้เธอทุกอย่าง  ขอเพียงอย่างเดียวให้กิมหมวยรักและซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดไป  ให้คอยเขาไม่ว่าจะนานเป็นเดือน เป็นปี หรือหลายเดือนหลายปี กว่าที่เขาจะปลีกตัวมาหาได้

         เขานึกเอาว่าเงินเท่านั้นที่ทำให้ผู้หญิงมีความสุขและจงรักภักดีต่อเขา เงินเท่านั้นจะสร้างลูกปลูกฝังให้เติบโตเพรียบพร้อม

         แต่สำหรับสายคำแล้ว  แม้จะยอมรับในความเป็นคนดีมีอัธยาศัยของเขา  แต่เธอก็คิดว่าเขาเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง  สายคำจึงไม่ยินดียินร้ายนักในการมาปรากฏตัวของเขาในวันนี้  เธอผลักหน้าที่การต้อนรับเขาไปให้อลัน ยกขวดไวน์ และแก้วออกมาให้แล้วรีบร้อนฉุดมือกิมหมวยจะพาออกไปคุยกันที่ศาลาหกเหลี่ยมด้านนอกอย่างเคย

        โดยเฉพาะในวันนี้ที่สายคำกระหายอยากเล่าเรื่องราวมากมายให้เพื่อนฟัง 

         "เอาไวน์แดงไปด้วยสักขวดซี"

         กิมหมวยเรียกร้อง 

          "น่าที่นั่นก็มี เลือกเอาเลยชอบยี่ห้อไหน"

          สายคำไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว  ที่จะพาเพื่อนออกไปอยู่กันตามลำพัง  ในที่อันเป็นส่วนตัว  มีเรื่องราวมากมายแอยากให้เพื่อนรับรู้

         ก็เรื่องของดอลลี่เพื่อนผู้อยู่ต่างภพนั่นแล้วที่กรุ่น ๆ อยู่ในหัวอก ยิ่งฟังเรื่องเด็กปีศาจของเธอจบลงไปหยก ๆ สายคำก็ยิ่งคล้ายถูกสิงอยากหาใครสักคนมารับรู้   และช่วยกันคิดหาหนทางที่จะช่วยเหลือกันเร็ว ๆ

          "คุณพ่อ อยู่คุยกับอลันในนี้ก็แล้วกันนะคะ"

         กิมหมวยหันมาสั่งสามีก่อนเดินตามแรงฉุดของเพื่อนออกไป

          แต่ทันใดนั้น  เพียงก้าวพ้นธรณีประตูออกมาก็มีเสียง  ออด  ออด ...ที่สายคำเท่านั้นได้ยิน ดังขึ้นตามหลัง

          "ดอลลี่"

          สายคำรีบกลับเข้ามา  เมื่อครู่ก่อนเธอคุยกับดอลลี่ยืดยาว  และลืมวางเปลือกหอยมุกแสนสวยไว้บนโต๊ะนั่นเอง

         มีเสียง ออด  ออด  ดังขึ้นอีกสามครั้ง  สายคำเกรงว่าจะมีใครได้ยินเข้าก่อนได้เล่าเรื่องให้เพื่อนสาวฟังจึงรีบเร่งหันกลับ  กำลังจะยื่นมือไปคว้าเอามาเก็บ  ทันใดนั้น ... มีลำแสงสายหนึ่งพุ่งเป็นเส้นตรงพุ่งไปกระทบร่างสูงของคุณนพดล   รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบจนไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากสายคำ

          "โอ๊ย..."

          เสียงเขาร้องเหมือนได้รับความเจ็บปวด  ทรุดตัวลงนั่ง แล้วเอามือกุมขมับ

         "เป็นอะไรหรือเปล่าคะพ่อ"

         กิมหมวยถลากลับมา

         "เปล่าหรอก"  เขาพยายามฝืนยิ้ม  "ปวดหัวนิดหน่อยเอง  เดี๋ยวนั่งพักสักครู่ ก็คงหาย ไปเถอะไปคุยกับสายคำ"

         สายคำค่อยเบาใจในคำตอบนั้นรีบคว้าตลับหอยล้ำค่าเข้ามากุมไว้ในมือ  และใส่ลงในกระเป๋าใบเก่งที่ อลัน ล้อว่ากระเป๋าโดเรมอน  ที่มีทุกอย่างในนั้น และบัดนี้ก็ยังมีเปลือกหอยแสนสวยเพิ่มเป็นของรักของหวงเข้าไปอีกอย่างหนึ่ง

        "ไม่เป็นอะไรแน่นะคะ"

        กิมหมวยยังเป็นกังวล  เพราะไม่เคยเห็นอาการอย่างนี้เกิดขึ้นกับเขาสักที  ใบหน้าคมเข้มของเขาบัดนี้ซีดจาง  เห็นได้ชัด  สายคำก็รู้สึกด้วย  จึงเปลี่ยนใจไม่เซ้าซี้เพื่อนสาวให้ออกไปด้านนอกอีก

        "ผมสบายดี แต่รู้สึกร้อนนิดหน่อย" 

        เขาหันไปขอโทษเจ้าของบ้านแล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาที่มีสัญญลักษณ์ของพรรคการเมืองอยู่ด้านหลังออก  เสื้อตัวในเป็นโปโลแขนสั้นเผยให้เห็นแขน และข้อมือทั้งสองข้างที่มีรอยสักรูปสัตว์สีน้ำเงินจาง ๆ และบัดนี้ผิวตรงนั้นมีผื่นแดงเป็นวงใหญ่คล้ายถูกความร้อนจากเตารีด หรือหม้อร้อน ๆ ประทับลงไป

        "ผมสบายดี"

เขาพยายามบอก  แต่กลับคออ่อนพับลงกับโต๊ะ  แล้วแน่นิ่งไป

๐๐๐๐๐๐

(โปรดติดตามตอนต่อไป)     

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net