วันที่ พุธ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำนายว่า จะเกิดจราจล ปล้นฆ่า ทั่วแผ่นดิน เพียงเพื่อหาข้าวกินรองท้อง


วิสัยทัศน์ประเทศไทย (ตอนที่ 1.3...การเกษตร)

ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยหลายชุดที่ผ่านมาในรอบ 15 ปีนี้ รวมทั้งสภาพัฒน์ ไม่เคยมีชุดใดสำเหนียกเลยว่า อาชีพเกษตรไทยกำลังจะล่มสลายและสูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว จากการประเมินของผมเอง ถ้ารัฐบาลไม่มีวิสัยทัศน์อะไรเลย ปล่อยไปตามยถากรรมแบบนี้ เกษตรกรรายย่อยไทยจะสูญพันธุ์ภายใน 20 ปี แล้วจะลงเอยด้วยเกษตรนายทุนที่เอาเจ้าของที่ดินเดิมกลับมาเป็นลูกจ้างแรงงานในที่ดินของตนเอง

ผมเอาเรื่องนี้ไปคุยกับเกษตรกรหลายคน ต่างให้การตรงกันว่า ไม่ต้องรอ 20 ปีอย่างผมว่าหรอก เพราะเดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนี้มากแล้ว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และทำไมเรื่องนี้จะส่งผลเชิงลบต่อสังคมไทย จนอาจถึงปล้นฆ่ากันเพื่อแย่งข้าวกิน??

ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะขณะนี้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก จะว่าไปแล้วทุกครอบครัว อายุเฉลี่ยประมาณ 50 มีลูก 2.5 คน (จากสถิติของผมเองที่ได้สัมผัสมามากทุกภาคของประเทศไทย) โดยลูกทุกคนเฉลี่ยแล้วเรียนระดับ ปวส. และทุกคนจะไปทำงานที่มีเกียรติ รายได้สูง ในเมือง และนิคมอุตสาหกรรมด้วยกันทั้งนั้น (หมายความว่าส่วนใหญ่ก็ไปเป็นขี้ข้าเขานั่นเอง) ซึ่งหมายความว่า 20 ปีจากนี้ไปพ่อแม่จะมีอายุเฉลี่ย 70 ปี หมดแรงทำนา และไม่มีลูกเต้ามารับช่วงต่อ ก็จำเป็นต้องขายนาไร่ทิ้งราคาถูกๆ ให้นายทุนในเมือง เช่น อาเสี่ยร้านโชว์ห่วย ที่กำลังล้มละลายเพราะสู้แมโครโลตัสไม่ไหวพอดี  หรือ เผลอๆ แมโครโลตัสนั่นแหละจะลงมาซื้อที่ดินเสียเอง เพราะสะสมทุนไว้ได้เยอะมาก

ระบบนาขนาดใหญ่ที่ไม่มีคันนาจะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ทำงานได้ โดยพวกคนขับรถพวกนี้ก็จะเป็นลูกหลานเดิมๆของชาวนาน่ะแหละ (ก็ต้องมีบ้างที่ตกหล่น ไปหางานในเมืองไม่ได้)  กลายเป็นขี้ข้าเขา ทั้งที่เมื่อก่อนแม้เป็นเกษตรกรรายย่อยก็ยังถือว่าเป็น “เจ้าของกิจการ” ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี (แต่ก็คิดกันไม่ออก ดูถูกตนเองอยู่นั่นแหละ แถมได้รับการตอกย้ำจากรัฐบาลอยู่เนืองๆ)

อ้าว...ไม่ดีหรอกหรือ มีนา ไร่ ขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักรกระหึ่มไปหมด ไทยเรารวยแน่

ช้าก่อน ไทยไม่เหมือน usa ที่เขาสร้างชาติมาด้วยมือ สังคมเกษตรดั้งเดิมวิวัฒนาการไปตามสภาพ โดยธรรมชาติ ส่วนของไทยเราที่จะเป็นดังนี้ ไม่ได้เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าความผิดเพี้ยน (mutation)  มันจะเกิดความโกลาหล ความบิดเบี้ยว เจ็บปวดอย่างมากทีเดียว

ที่สำคัญคือการเกษตรรูปแบบนี้ (ผลิตเพื่อการค้า 100% ไม่ได้เผื่อไว้กินเลย) เป็นระบบที่อ่อนแอมาก ถ้าเศรษฐกิจการค้าโลกถล่มลง (และมันจะเกิดขึ้นแน่ๆ ไม่มากก็น้อย ไม่เร็วก็ช้า) ระบบเกษตรก็จะพังตามไปด้วย คนไม่มีข้าวกิน ทั้งที่มีที่นาเหลือเฟือ ดังเช่น usa ตอนช่วงเศรษฐกิจตกต่ำใหญ่ทั่วโลก ประมาณ คศ. 1930 

 

เรื่องนี้ญี่ปุ่นเขาฉลาดที่สุดในโลก เขาพิทักษ์อาชีพเกษตรกรรายย่อยด้วยชีวิตเลยก็ว่าได้ คงเพราะต้องการให้เป็นหลักประกันด้านปากท้องของสังคมชาตินี่เอง (ผมเดาเอา ไม่มีข้อมูลลึกๆ อะไรหรอก แต่ไปนั่งรถไฟผ่านญี่ปุ่นมาสองรอบ พอมองเห็นนาไร่เขา และได้ข่าวอะไรเนืองๆ ก็เอามาปะติดปะต่อ)

เมื่อคราวต้มย้ำกุ้ง 2540 แรงงานที่ตกงานยังกลับไปนอนเป่าขลุ่ยเล่นที่บ้านทุ่งเมืองเกิดได้ เก็บกระถินตำลึงริมรั้วจิ้มแจ่วคลุกข้าวกินไปพอประทังชีวิต เศรษฐกิจไทยเราวันนี้ GDP เป็นของนักลงทุนต่างชาติเสีย 70%  อีก 20 ปีอาจสูงถึง 90% แล้วถ้าต่างชาติถอนทุนหมดเพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ภาคแรงงานมหาศาลจะหาท้องทุ่งนาบ้านเกิดที่ไหนเพื่อกลับไปนอนเป่าขลุ่ยเลียแผล แล้วจินตนาการดูสิว่า มันจะโกลาหลสักเพียงใด อาจเกิดจราจล ปล้นฆ่า ทั่วแผ่นดิน เพียงเพื่อหาข้าวกินรองท้องก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net