วันที่ พุธ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แกะกล่อง iPhone (ภาค 3)


แกะกล่อง iPhone (ภาค 3)




มาต่อกันกับแกะกล่อง ภาค 3 ครับ ในตอนนี้ เรามาดูกันถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในกล่องกันครับ

เริ่มจากส่วนที่อยู่ลึกที่สุดในกล่อง นั่นคือ Dock connector to USB cable สายนี้สามารถนำมาต่อกับไอโฟนเพื่อชาร์จหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลได้โดยตรง หรืออาจจะนำไปต่อเข้ากับ Dock ก่อนก็ได้ครับ สายนี้มีความยาวประมาณ 1 เมตร สายมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร USB connector เป็นแบบมาตรฐานทั่วไป สามารถใช้งานได้กับทั้งเครื่องแมคและพีซี ส่วน dock connector เป็นลักษณะเดียวกับไอพอด แต่ว่าไม่มีปุ่มกดให้ปลดล็อค ดังนั้นเวลาเอาออกจึงสามารถดึงออกตรงๆ ได้เลย อย่างไรก็ตามการล็อคนั้นแน่นหนาในระดับหนึ่ง





คำเตือน กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ: ผมลองเสียบสายแล้วหิ้วไอโฟนไปมา ก็พบว่ายังไม่หลุดออกมาครับ ซึ่งตรงนี้เบื้องต้นผมมองว่าอาจเป็นเพราะยังใหม่ และตัวล็อคยังคงทำงานดีอยู่ แต่ไม่ทราบผลในระยะยาวนะครับ ดังนั้น หากไม่มั่นใจจริงๆ ไม่แนะนำให้ทดสอบนะครับ ;)



สาย Dock connector to USB นี้สามารถชาร์จไอโฟนได้สองรูปแบบ ได้แก่ การเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อชาร์จจากไฟเลี้ยง USB port หรือการต่อเข้ากับ USB power adapter เพื่อชาร์จจากไฟบ้าน อนึ่งการชาร์จทั้งสองรูปแบบนั้น มีข้อดี ข้อเด่นที่แตกต่างกันออกไป ผมขออนุญาตเก็บไว้กล่าวถึงในบทความเรื่องแบตเตอรี่นะครับ

มาถึงอุปกรณ์ชิ้นต่อไป คือ USB Power Adapter อุปกรณ์ชิ้นนี้ สำหรับท่านที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple น่าจะคุ้นเคยกันดีครับ รูปแบบคล้าย power adapter ของไอพอดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หัวปลั๊กนั้นเป็นสองขา สามารถใช้งานในบ้านเราได้อย่างไม่มีปัญหา ตัวขาสามารถพับเก็บได้ ทำให้พกพาได้สะดวก ตัว adapter เขียนกำกับไว้ว่า "iPod USB Power Adapter" ผลิตในประเทศจีน มีรหัสรุ่น A1205 รับกระแสไฟฟ้า input 100-240V 0.15A 50-60Hz ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้ในทุกประเทศ กระแสไฟที่ออกมา output 5V 1A ขาปลั๊กสามารถถอดออกได้ adapter มีขนาด 4.5 x 4.5 x 2.7 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 70 กรัมครับ









จริงๆ แล้วในส่วนขาของ adaptor นั้นสามารถถอดออกได้ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับท่านที่มีขาปลั๊กในรูปแบบต่างๆ อาจจะหาซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนได้ หรือจะใช้สายไฟที่มีลักษณะแบบนี้ใช้งานได้เลย อย่างไรก็ตามแนะนำให้ใช้หัวเปลี่ยนที่มีคุณภาพและรองรับการใช้งานอย่างถูกต้องด้วยครับ ถ้าหากสนใจจะเปลี่ยนจริงๆ หัวปลั๊กหรือสายไฟ ควรจะมีสเปกเดียวกันกับหัวปลั๊กที่มาด้วยนะครับ



มาถึงอุปกรณ์ตัวต่อไปกันครับ นั่นคือ Dock ผมขอเรียกตามคู่มือของไอโฟนเลยนะครับ บางท่านจะเรียก cradle หรือแท่นชาร์จ แท่นวางก็ตามสะดวกครับ Dock นี้จะเอาไว้ต่อกับ Dock connector to USB cable เพื่อชาร์จหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ Dock มีขนาด 6.5 x 4.2 x 1.5 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 140 กรัม ด้านหน้าของ Dock เว้าเป็นช่องสำหรับไอโฟน connector เอียงทำมุมประมาณ 75 องศา ด้านข้าง connector บน Dock จะมีรูเล็กๆ เพื่อประโยชน์เวลาวางไอโฟนไว้บน Dock จะไม่เป็นการปิดกั้นช่องลำโพงและไมค์ของตัวเครื่อง





ด้านล่างของ Dock เป็นยางเพื่อกันลื่น มี copyright ปี 2007 โดย Apple Computer Inc. ผลิตในประเทศจีนเช่นเดียวกันครับ ด้านหลังจะมีช่องสำหรับ Line Out โดยสามารถส่งสัญญาณเสียงออกไปยังเครื่องเสียงหรือลำโพง ที่สนับสนุนแจ๊คขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร การใช้งานนั้น หากวางไอโฟนไว้บน Dock เสียงจะออกจากไอโฟนตามปกติ แต่เมื่อใดที่ต่อสัญญาณ Line Out ออกไป เสียงจะไปออกทางเครื่องเสียงทันที โดยเสียงที่เกี่ยวกับโทรศัพท์จะไม่ถูกนำออกไปทาง Line Out ครับ จะมีเฉพาะเสียงเพลงหรือภาพยนตร์เท่านั้น ด้านข้างของช่องสำหรับ Line Out นั้นจะเป็นสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับ Dock connector to USB cable ครับ





อุปกรณ์ชิ้นต่อไปที่อยู่ในกล่อง คือ Stereo Headset หูฟังอันนี้จะแตกต่างจากหูฟังไอพอดที่เราคุ้นเคยกันดี เนื่องจากว่าถูกออกแบบมาสำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ มีปุ่มรับสาย - วางสาย ที่สามารถใช้บังคับการเล่นเพลงได้อีกด้วย หากกดครั้งหนึ่งจะเป็นการเล่นเพลง/หยุดชั่วคราว หากกดสองครั้งจะเป็นการเลื่อนไปยังเพลงถัดไป ปุ่มนี้จะอยู่กับหูฟังด้านขวา สายมีความยาวทั้งหมดประมาณ 1 เมตร ความยาวจากปลายแจ๊คไปจนถึงทางแยกหูฟังแต่ละข้าง ประมาณ 75 เซนติเมตร ซึ่งยาวพอที่ใส่ไอโฟนไว้ในกระเป๋ากางเกงและใช้งานได้อย่างสะดวก แจ๊คของ Stereo Headset เป็นขนาด 3.5 มิลลิเมตร แต่ว่ามีช่องสัญญาณ 3 ช่อง ได้แก่สัญญาณเสียงด้านซ้าย, ด้านขวา และไมค์ ลักษณะพลาสิกของแจ๊คเรียวยาว ส่งผลให้ไม่สามารถนำหูฟังที่มีแจ็คเป็นรูปตัวแอล หรือพลาสติกรอบแจ๊คมีขนาดใหญ่มาใช้กับไอโฟนได้







ต่อไปมาถึงอุปกรณ์ส่วนสุดท้ายในกล่องไอโฟนแล้วครับ นั่นคือเอกสารต่างๆ ภายใต้ซองกระดาษสีดำ นั้นจะมี ผ้าทำความสะอาดไอโฟน, สติ้กเกอร์รูป Apple 1 แผ่น (2 รูป), เอกสาร Finger Tips ซึ่งจะมีคำแนะนำการใช้งานเบื้องต้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการ Activate and sync หรือการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ในเครื่อง และเอกสารอันสุดท้ายคือ Important Product Information Guide ซึ่งจะเป็นคำเตือนและข้อควรระวังในการใช้งานด้านต่างๆ


blue_wind's note: จากรูปสติ้กเกอร์จะอยู่ตรงกลาง เนื่องจากเป็นสีเดียวกับพื้นที่ถ่ายรูป เลยทำให้มองไม่เห็น ต้องขออภัยด้วยครับ ^^"



ผมขอจบการแกะกล่อง ภาค 3  ไว้เพียงเท่านี้ครับ ตอนต่อไป เราจะมาดูกันถึงตัวเครื่องไอโฟนกันครับ

โดย บิ๊กกัน191

 

กลับไปที่ www.oknation.net