วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สถานการณ์ก่อนถึงนัดสุดท้าย ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ทั้งลุ้นแชมป์และหนีตกชั้น


    

  ผ่านพ้นนัดที่ 37 กันหมดทุกทีมแล้วครับ เมื่อคืนวันจันทร์ ที่เป็นคู่สุดท้ายในนัดที่ 37  เป็นการพบกันระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กับ เชลซี  และผลออกมาแล้วเป็น เชลซี บุกไปเก็บ 3 แต้มได้ตามต้องการ  ทำให้การไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ยังต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้าย 

       ขณะนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำเป็นจ่าฝูง มี  84  คะแนนเท่ากันกับ เชลซี ที่เป็นรองจ่าฝูง แต่ผลต่างประตูได้เสีย แมน ยู ทำได้ดีกว่า  โดยมีประตูได้เสียที่   + 56  ประตู ส่วนผู้ท้าชิงอย่าง เชลซี มีผลต่างประตูได้เสียที่  + 39 ประตู ต่างกันถึง 17 ประตู นั่นเท่ากับว่า ถ้าทั้ง 2 ทีม ชนะเหมือนกันในนัดสุดท้าย แมน ยู จะคว้าแชมป์ได้ทันที  เพราะ มีทางเดียวที่ เชลซี จะได้แชมป์ คือ ยิง ประตู โบลตัน ให้ได้มากว่า 18 ประตู แล้ว แมน ยู ชนะเพียง 1 - 0  ซึ่งเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน 

       แฟน เชลซี (อาจรวมถึงแฟนลิเวอร์พูลและกองแช่งทั้งหลาย) ต้องลุ้นให้ แมน ยู เสมอ หรือ แพ้  วีแกน ในนัดสุดท้ายที่จะออกไปเป็นทีมเยือน ในขณะที่พวกเขาต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น

       เหตุการณ์ลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้ายอย่างนี้ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นบ่อยนะครับ ทีผมจำได้ติดตาติดใจที่สุด เห็นจะเป็น เมื่อ ปี 1995 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลุ้นแชมป์กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ ที่มี “คิงเคนนี่”  เคนนี่ ดัลกริช อดีตนักเตะและโค้ชลิเวอร์พูล ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง

      วันนั้น แมน ยู ต้องเล่นกับ เวสต์แฮม และ แบล็คเบิร์น ต้องออกไปเยือน ลิเวอร์พูล  โดยที่ แมน ยู ตามหลัง แบล็คเบิร์น อยู่ 2 แต้ม ต้องลุ้นให้ ลิเวอร์พูล ชนะแบล็คเบิร์น ในขณะที่พวกเขาต้องชนะ เวสต์แฮม ให้ได้เช่นกัน

       กระแสข่าวช่วงนั้นถูกโหมกระหน่ำ ออกมาว่า ยังไง ลิเวอร์พูล คงสมยอมให้แบล็คเบิร์น อยู่แล้ว เพราะไม่อยากให้ แมน ยู ได้แชมป์ อีกทั้ง เคนนี่ ดัลกริช ยังเป็น อดีตที่ยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล อีกด้วย 

    แล้ว ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ทำให้ แมน ยู ผิดหวัง โดยเอาชนะ แบล็คเบิร์น ไปได้ แต่ที่น่าเศร้า คือ แมน ยู กลับทำได้เพียงแค่เสมอ เวสต์แฮม 1-1 เท่านั้นเอง พลาดแชมป์ อย่างน่าเสียดาย

    อีกเหตุการณ์ ต้องย้อยไปอีก 40 ปีที่แล้ว  เมื่อ  พฤษภาคม ค.ศ. 1968  ครั้งนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้   โดยทั้ง 2 ทีม มีแต้มเท่ากันที่ 56 แต้ม ก่อนเตะนัดสุดท้ายในวันนั้น

    โดยที่ แมน ยู เตะในบ้านรับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ส่วน แมน ซิตี้ ต้องออกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล

     หลัง 90 นาที ผลปรากฏว่า แมน ยู พ่ายคารังต่อ ซันเดอร์แลนด์ ส่วน แมน ซิตี้ บุกไปโค่นนิวคาสเซิ่ล ถึงถิ่น  คว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่ เพราะมันเป็นการคว้าแชมป์ ลีกสูงสุดเป็นคัร้งสุดท้ายของ ทีมพลังประชาชน เอ้ย ! ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ที่ยกมาทั้งหมดมันเป็นเพียงอดีตครับ แฟนแมน ยู ไม่ต้องกังวลมาก  ผมว่ายังไง การที่แมน ยู ต้องเอาชนะ วีแกนทีไม่ได้ลุ้นอะไรแล้วนั่น ย่อมง่ายกว่า เชลซี ที่ต้องชนะ โบลตัน ที่กำลังหนีตายอยู่แล้ว

     แต่ถ้าพลิกล็อก ! ก็ถือซะว่า สวรรค์เบี่ยง แล้วกันครับ

 

สถานการณ์หนีตกชั้น

 

    ดูส่วนบนตารางเสร็จแล้ว ลองมาก้มมองส่วงล่างตารางกันบ้านครับ เพราะผมมองว่ามีความมันไม่ต่างกันเลย กับพวกทีมหนีตาย ว่าใครจะเป็นผู้ที่ตาม ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ลงไปเล่นใน ลีก เดอะ แชมป์เปี้ยน ชิพ

    ที่อาการร่อแร่ กว่าใครเพื่อนก็เห็นจะเป็น เบอร์มิ่งแฮม ครับ เพราะมีเพียง 32 แต้ม แต่ยังดีที่นัดสุดท้ายได้เล่นในรังตัวเอง รับมือ แบล็คเบิร์น แค่ชนะอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะต้องลุ้นให้ทั้ง ฟูแล่ม และ เรดดิ้ง เสมอ หรือแพ้ พร้อม ๆ กัน อย่างที่เรียกว่า ยืมจมูกคนอื่นหายใจนั่นแหละครับ แค่คิดก็เหนื่อยแทน

    ส่วนทีมที่อาการรองลงมา เห็นจะเป็น เรดดิ้ง เพราะขณะนี้ มี 33 แต้ม  เท่ากับ ฟูแล่ม แต่ผลต่างประตูได้เสียลบ 29 ประตู ขณะที่ ฟูแล่ม ลบ 23 ประตู ทางเดียวที่จะรอดตกชั้นก็คือ บุกไปชนะ ดาร์บี้ ที่ตกชั้นไปแล้ว ให้มากที่สุดเท่าที่จะยิงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 ประตูนะครับ แค่ชนะนะง่ายครับเพราะ ดาร์บี้ ตกชั้นไปแล้ว หรือหากพวกเขาทำได้เพียงเสมอ ก็ต้องลุ้นให้ ฟูแล่ม แพ้ พอร์ทสมัธ

    สำหรับ ฟูแล่ม เพียงแค่พวกเขาชนะได้ ก็ไม่ต้องไปลุ้นอะไรแล้ว เพราะเรดดิ้ง คงไม่บ้าจี้ชนะ ดาร์บี้ 7-8 ประตูหรอก (ไม่ใช่ ไทยแลนด์ ลีก ซะหน่อย ที่ต้องชนะ 9 ประตู ถึจะได้แชมป์ แต่ขอโทษ ..พี่แกทำได้เฉยเลย) อีกอย่าง ฟูแล่ม ต้องบุกไปเยือน พอร์ทสมัธ ที่เริ่มเก็บตัว ไว้ในนัดชิง เอฟเอ คัพ แล้ว จึงเป็นโอกาสอันดี จะที่บุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็ม

   ที่เล่นสบายที่สุดในบรรดาทีมหนีตกชั้น เห็นจะเป็น โบลตัน ครับ เพราะ ขณะนี้ มี 36 แต้ม ผลต่างประตูได้เสียลบ 18 ประตู  ห่างจาก เรดดิ้ง ทีมที่จะถีบพวกเขาตกชั้นถึง  11 ประตู ยกเว้นว่า เรดดิ้ง บุกไปชนะ ดาร์บี้  ถึง 11 ประตูขึ้นไป แล้วพวกเขาแพ้ เชลซี  ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนครับ

 

ดังนั้นจากสถานการณ์ล่าสุดโอกาสที่

 

-  แมน ยู จะได้แชมป์ที่ 60 %

-  เชลซี    จะได้แชมป์ที่ 40 %

 

- โบลตัน จะตกชั้นที่    1 %

- ฟูแล่ม   จะตกชั้นที่    25 %

- เรดดิ้ง จะตกชั้นที่       30 %

- เบอร์มิ่งแฮม จะตกชั้นที่  44 %

 

 

.

 

.

โดย phiroj

 

กลับไปที่ www.oknation.net