วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

December Boys เราจะก้าว(ผ่านวันเวลา)ไปด้วยกัน


“ ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยมีหน้าร้อนหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเติบโตขึ้นและจดจำมันไว้ตลอดเวลา  ช่วงเวลาที่สิ่งสำคัญบางอย่างเกิดขึ้น  และนั่นคือสิ่งที่ผมสัมผัสถึงเมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้ ”

            ริชาร์ด  เบคเกอร์ โปรดิวเซอร์คนดังออกความเห็นหลังอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง December Boys ของ ไมเคิน  นูแมน ที่วันนี้ ร็อด  ฮาร์ดีย์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวออสเตรเลีย ได้รังสรรค์ร้อยเรียงถ้อยตัวอักษรให้มีชีวิตชีวาบนแผ่นฟิล์มรูหนามเตย

            เรื่องราวของเด็กชายสี่สหายรักในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้รับของขวัญวันเกิดประจำเดือนธันวาคมให้ไปเที่ยวพักผ่อน ณ บ้านพักริมทะเลกับครอบครัวหนึ่งตลอดช่วงฤดูร้อนนั้น  โดยมีเรื่องราวแอบแฝงว่าหนึ่งในสี่จะได้รับการถูกคัดเลือกให้เป็นลูกบุญธรรม  ซึ่งเป็นสุดยอดความปราถนาของเด็กไร้แฟมิลี่ทั้งปวง

            ดังนั้นการเกทับบรัพส์แหลกเรียกคะแนนความสงสารความเห็นใจโชว์ออฟแสดงความสามารถดีเด่น ประหนึ่งว่า ตนคือตัวเลือกอันดีที่สุด จึงจุติขึ้นในวงอาหารมื้อหนึ่งด้วยการสรรเสริญเยินยอในรสปลายจวักของว่าที่แม่บุญธรรมของใครสักคนในอนาคต

            “ อาหารมื้อนี้จะอร่อยสุด  นับแต่ผมมาถึงที่นี่ ” สปริทเด็กหุ่นจ้ำม้ำจอมถุย(น้ำลาย)เริ่มก่อน 

“ มันอร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมา ” สปาร์คยอดนักกีฬาที่มักวูบวาบเมื่อเห็นสาวโป๊ไม่ยอมน้อยหน้า 

“ นี่คงอร่อยที่สุดในชีวิตผมเลยครับ ”  มิสตี้เด็กตัวเล็กสุดผู้สวมแว่นท่าทางเฉลียวฉลาดกล่าว

“..........”  ไร้คำกล่าวใดๆจากเด็กโข่งในกลุ่ม ที่เขามีอายุมากสุดเกินกว่าใครจะอยากรับไปเลี้ยง

“ แล้วเธอไม่หิวหรือ...แม็พส์ ” สิ้นเสียงลงหลังจากแม่ครัวสาววางช้อนที่ตักอาหารแจกจ่ายให้เด็กๆครบทุกคน

คงคาดเดาได้ไม่ยากว่า  ในเมื่อเป้าหมายหลักของหนังเรื่องนี้ชูประเด็นใครจะได้รับเลือกไปเป็นลูกบุญธรรม  ฉะนั้นตลอดทั้งเรื่องคงเป็นการชิงดีชิงเด่นของสี่เกลอหัวเห็ด  เพราะแค่ฉากเปิดเรื่องของหนังก็มีภาพแถวยาวของเหล่าเด็กกำพร้าชายมายืนรอรับการคัดเลือกจากครอบครัวผู้ใจดีที่ยินดีจะอุปการะรับเลี้ยงดูใครสักคน  ที่เหล่าเด็กไร้บ้านเต็มใจที่จะเอื้อนเอ่ยว่า คุณพ่อ คุณแม่ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ  เป็นการนำเสนอให้เห็นความใฝ่ฝันที่ไกลเกือบสุดปลายฟ้าของตัวละครเด็ก

แม้หนังมีไอเดียหลักมีหมุดหมายชัดแจ้งอยู่แล้ว  คงอาจจะดูต่ำต้อยไร้ชั้นเชิงเกินไปหากในภาษาหนังในยุคนี้ที่ผ่านกระบวนการก่อเกิดยี่สิบสี่ภาพต่อวินาทีมาร่วมร้อยกว่าปี  ดังนั้นความแข็งแรงของซัพพล็อตในเรื่องราวแห่งมิตรภาพของสี่สหายจึงถูกนำมาขยายต่อว่า ถึงจะทะเลาะเบาะแว้งแข่งขันกันบ้างตามวัย   แต่การ ‘มีกันและกัน’ในบรรยากาศแห่งการผจญภัยในที่พักใหม่ริมทะเลสีครามต่างจากเขตแห้งแล้งกันดารที่เคยอยู่  มีเพื่อนบ้านใหม่ ผู้คนใหม่ๆให้ได้ทำความรู้จัก

เช่นมีเฒ่าทะเลชาวประมง มีหนุ่มใหญ่นักบิด มีเด็กสาวสวยอัธยาศัยดี มีปลายักษ์เจ้าแห่งท้องทะเลแถบนี้ และมีม้าที่พยายามจับปลาเป็นๆให้ได้สักตัวฯลฯ   ได้มาทำความคุ้นเคยและเรียนรู้ไปด้วยกันภายใต้กรอบหลวมๆว่าตัวละครหลักทั้งสี่เป็น ‘เพื่อนรัก’กันมาตั้งแต่จำความได้

ฉากที่ดีที่สุดของหนัง อุบัติเมื่อทั้งสี่คนทะเลาะกันหนักถึงขั้นคนหนึ่งใช้ไม้ตีศรีษะเพื่อนจนเลือดอาบ โดยคู่กรณีไม่ยอมโต้ตอบใดๆ  ส่วนสองคนที่เหลือช็อคยืนตะลึงนิ่ง แต่สีหน้าร้าวรานใจเกินบรรยายแล้วจึงเดินแยกจากกันคนละทิศละทาง  ถือเป็นไคลแม็กซ์พีคสุดของหนัง

เรื่องราวการก้าวข้ามพ้นวัย coming of age ให้ได้เรียนรู้จักชีวิตเมื่อผ่านห้วงเหตุการณ์หนึ่งๆนั้นทำให้อดพลอยนึกไปไกลถึงเด็กสี่คนเช่นกันในหนังยอดดวงใจ Stand by Me ของใครหลายคนไม่ได้   ถึงโทนของหนังใหม่ผู้มาทีหลังเรื่องนี้จะถูกนำมาเปรียบ เทียบจนมันดูจะอ่อนด้อยดูเบาบางและไร้น้ำหนักกว่าจนเทียบแทบไม่ติด  แต่คำว่า ‘มิตรภาพแห่งวัยเยาว์’นั้นคอยกระตุ้นย้ำเตือนให้ผู้ชมได้เดินทางย้อนอดีตกาลทางความรู้สึกไปหาเพื่อนเก่าที่บุคลิกลักษณะตัวละครคล้ายใครสักคนในสี่เกลอนี้  หรือบรรยากาศแปลกที่อย่างริมทะเลครั้งแรกๆของชีวิต  หรือให้เตลิดไปถึงเรื่องประสบการณ์จูบแรกกับสาวสวย  หรือการแอบดูดบุหรี่ แอบดูผู้หญิงโป๊อ่านหนังสือปกขาว  จนหนักข้อไปถึงต่อยตีกันเองจนเลือดตกยางออก  และประสบ การณ์แย่เกือบถึงชีวิตของอาการคนกำลังจมน้ำ

ในทางการแพทย์นั้น เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์เราเกิดอาการ ‘จำฝังใจ’ ได้นั้นเกิดจากสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่อยู่ลึกในใจกลางสมอง ที่จะเลือกจดจำอย่างถาวรในขณะที่คนเรากำลังตื่นเต้น เพราะช่วงเวลานี้จะเกิดการหลั่งสารอะดรีนาลินส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพในลักษณะ ‘จำฝังใจ’ อย่างถาวรหรือประมาณเดียวกับประโยค ‘ อยากจำกับลืม อยากลืมกลับจำ’ เนื่องจากมันมักมีบริบทรายรอบช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดเกื้อหนุนขึ้นมานั่นเอง  ซึ่งแตกต่างจากเรื่องความทรงจำระยะสั้นเช่นการอ่านหนังสือก่อนวันสอบประเภทอัจฉริยะข้ามคืนที่หลายคนเคยทำ   แต่หลังจากนั้นมันไม่มีแม้ความทรงจำสีจางๆด้วยซ้ำ

            ถึงหลายคนจะบ่นถึงชื่อเรื่องว่า เด็กเดือนธันวา มันเกี่ยวอะไรด้วย ฤดูร้อนรึ? บางทีหลายคำก็มีความนัยซ่อนอยู่ในตัวของมันเองแล้วแต่บริบทอื่นๆ อย่างคำว่า คนเดือนตุลา  หรือสิงหาสับ หรือ เมษาหน้าโง่ เป็นต้น ส่วนด้านตัวหนังจะถูกวิจารณ์มากมายด้านลบอย่างไร ผู้กำกับฮาร์ดีย์ ก็เออออถ่อมตนตามอย่างน่าเห็นใจซ้า...ขนาดนี้

“ ผมอาจถูกวิจารณ์ว่าหนังของผมมันเรียบเกินไป  ผมไม่ได้พูดว่าหนังของผมมีเรื่องราวที่ใหญ่โตนะ  แต่มันเป็นเรื่องของการตามหาครอบครัวและตัวตน  และผมคิดว่ามันน่าจะโดนใจใครบางคนได้ ”(อ้างอิงจาก Filmax ฉบับ มีนาคม 2551)

คำโปรยของหนัง after that summer nothing would ever be the same หรือเมื่อฤดูร้อนนั้นผ่านพ้น ชีวิตของทุกคนจะเปลี่ยนไปตลอดกาล    คงปฎิเสธกันไม่ได้ว่าจะอย่างไรการเปลี่ยนแปลงยังคงรักษขนบ อันเป็นนิรันดร์อยู่เสมออยู่แล้ว   แต่อย่างไรคนเราก็ต้องก้าวผ่านมันไป...สิ่งที่สำคัญคงดีไม่น้อยหากมีใครๆร่วมก้าวข้ามพ้นผ่านไปพร้อมๆกัน

หมายเหตุ  December Boys เป็นหนังเล็กๆ ไม่ลงโรงแต่ลงแผ่นร้านข้างบ้านอีกเรื่องหนึ่ง ถึงจะเล็กแต่ได้ดาราใหญ่ แดเนียล  แรดคลิฟฟ์ พ่อมดหนุ่ม แฮรี่  พอตเตอร์ มารับบทบาทใหม่ แม็พส์เด็กธรรมดาๆที่สิ้นไร้ไม้กวาดนิมบัส 2000 จนบินไม่ได้ แต่โชคดีได้จูจุ๊บสาวสวยแทนที่

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net