วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รอยัลสไปรท์ส




รอยัลสไปรท์ส และวงอื่น ๆ ที่ฟอร์มวงในช่วงเวลาเดียวกัน ล้วนแล้วแต่มีจุดเริ่มต้นในการ
ตั้งวงมาจากการรักในการเล่นดนตรีอย่างจริงจัง โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเล่นให้ได้ในระดับมืออาชีพ
การออกผลงานในรูปแบบแผ่นเสียงไม่ใช่สิ่งที่วงดนตรีในรุ่นนั้นวาดฝันไว้ การตระเวนเล่นตามบาร์
จี.ไอ. ก็เพื่อเป็นการฝึกปรือฝีมือให้ได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติว่าวงของพวกเขาเล่นได้
ยอดเยี่ยม สไปรท์สเป็นวงที่มีสมาชิกที่มีฝีมือจัดจ้านและเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ "ดิ อิมพอสสิเบิ้ล"

ในการประกวดสตริงคอมโบชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2513 ซึ่งถึงแม้พวกเขาจะ
พลาดตำแหน่งแชมป์ไปแต่ก็ได้รับการยอมรับถึงฝีมือที่มีอยู่จริงของพวกเขา

ในปี พ.ศ. 2512 วงดนตรี ฟลาวเวอร์ ยุบวง (มี สิทธิพร อมรพันธ์ ซึ่งต่อมาได้เข้าร่วมวงดิอิม
เป็นสมาชิกด้วย) อำนาจ ศรีมา หนึ่งในสมาชิกฟลาวเวอร์จึงรวบรวมเพื่อน ๆ ที่เรียนอยู่ปีสุดท้าย
ที่เพาะช่าง ตั้งวงดนตรีใหม่ขึ้นมา เมื่อได้สมาชิกครบแล้วจึงปรึกษาอาจารย์ที่เพาะช่างให้ช่วยตั้ง
ชื่อวงให้ด้วย ผลลัพธ์คือชื่อ "
The Royal Academy Of Magic Sprites" ซึ่งยาวมากทางวงจึงขอ
ให้อาจารย์แก้ไขให้ใหม่จนเป็น "
Royal Sprites" ในช่วงแรกทางวงเป็นวงแบบกึ่งอาชีพ กลางวัน
เรียนตกเย็นก็เล่นดนตรีที่บาร์ เริ่มเล่นประจำที่ กรีน ดรากอน (เพชรบุรี) จากนั้นย้ายไป ลาสเวกัส
ลูกค้าหลักของบาร์ทั้งสองที่ทางวงเล่นประจำเป็นทหาร จี.ไอ. ถึงพอปี พ.ศ. 2513 รอยัลสไปรทส์
เข้าร่วมประกวดวงสตริงชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่สอง โดยหวังจะโค่นดิอิมให้ได้  สไปรทส์ ได้
เสริมเวช ช่วงยรรยง (คีย์บอร์ด) มาเสริมทีม แนวเพลงที่ทางวงเล่นเป็นหลักในช่วงนั้นเป็นแนว
ป๊อป และ ร็อคโอเปร่า ส่วนแนวที่สไปรทส์เล่นสดได้โดดเด่นมากคือแนวของ "ซานตาน่า"
ผลปรากฏว่าสไปรทส์ได้ตำแหน่งรองแชมป์ โดยแพ้ดิอิมไปด้วยคะแนนแบบเฉียดฉิว

ปี พ.ศ. 2515 สไปรทส์ ไม่ได้เข้าประกวดชิงแชมป์ปีที่สาม (ปี 2514 ไม่มีการจัด) เพราะทางวง
กำลังเตรียมตัวจะไปเล่นที่ฮาวาย แต่เกิดความผิดพลาดในการประสานงานทำให้ทางวงไม่ได้ไป
เล่นที่นั่น จึงมาประจำที่
Scene Club (พัฒน์พงศ์) และต่อมาก็ที่ แอน-แอน (โรงแรมมณเฑียร)
ปีต่อมา สุนทร สุตจริตฉันท์ ย้ายจากวง
M7 มาเป็นนักร้องนำของสไปรทส์แทนนักร้องคนเดิมที่
ลาออกไป และทางวงก็ย้ายไปเล่นประจำอีกหลายที่เช่น มิวสิควิลล่า แมนฮัตตัน สุดท้ายมา
ปักหลักที่ ท็อปเปอร์คลับ

เมื่อตลาดเพลงเริ่มเปิดรับผลงานเพลงไทยสากล รอยัลสไปรท์ส นอกจากเล่นประจำไนต์คลับ
ก็เริ่มออกผลงาน โดยสไตล์เพลงของพวกเขาก็ปรับเปลี่ยนไปกับแนวกระแสนิยมของแต่ละยุค
"เจงกิสข่าน" ออกมาในช่วงปี พ.ศ. 2522 ขณะนั้นดิสโก้เป็นเมนสตรีมของตลาดดนตรีตะวันตก
ชุดนี้เกือบทุกเพลงนำเพลงดิสโก้ของฝรั่งมาใส่เนื้อไทย หลังจากนั้นเทปชุด "มาหาพี่" ก็ออกตาม
มาติด ๆ ต่อมาเข้าสู่ยุค "รับสิบล้อรอสิบโมง" ซึ่งออกแนวลูกทุ่งแต่โครงสร้างดนตรียังเป็นแบบ
สตริงอยู่

จากนั้นก็มีงานในลักษณะนี้ตามออกมาอีก ปี พ.ศ. 2525 ตลาดเพลงไทยเริ่มโตขึ้น พวกเขามา
สังกัดนิธิทัศน์และได้ออกผลงาน "จีบจู๋จี๋" ในปลายปี 25 ชุดนี้เป็นชุดแรก ๆ ที่ทางนิธิทัศน์ทำ
ตลาดเพลง พวกเขามาฮ็อทสุดขีดในปี พ.ศ. 2526 จากชุด "หยุดโลก" ด้วยยอดขายเกิน 500
,000
ก็อปปี้ซึ่งทำให้พวกเขาได้ร่วมเล่นหนังเรื่อง "
เพลงรักก้องโลก" ด้วยอันเนื่องมาจากความแรงของ
เทปชุดนี้ ปี 27 "สู่อวกาศ" เป็นผลงานที่เดินตามรอยเทปชุดที่แล้ว ปลายยุค 80 พวกเขาก็ค่อย ๆ
เฟดตัวกันออกไปทำธุรกิจส่วนตัว จน มกราคม 48 พวกเขากลับมาอีกครั้งตามกระแสเรโทรด้วย
ผลงานชุด "คนเก่งของฉัน" ซึ่งก็น่าจะเป็นแฟนเพลงของพวกเขาที่ซื้องานชุดนี้ (รวมผมด้วย)




สมาชิก 2525-2527 (จากซ้ายไปขวา)
เสริมเวช ช่วงยรรยง (ออร์แกน)/อำนาจ ศรีมา (กีต้าร์)/ไพรเวศ วงศ์ธนบัตร (เครื่องเป่า)/
นิยม สะอาดพันธ์ (เบส)/สุนทร สุจริตฉันท์ (ร้องนำ)/พิเชฏฐ์ ศุขแพทย์ (เครื่องเป่า)/
เดชา จินดาพล (เครื่องเป่า)/
ศิโรฒน์ จุลินทร (กลอง)

โดย kilroy

 

กลับไปที่ www.oknation.net