วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

TAG ช้าๆ มาเรียงๆ


ขออนุญาตเปิด TAG ล้าหลังกว่าเพื่อน หลังจากคุณ ทาโร่เคยมา TAG ไว้ แต่ผู้ชายมีครอบครัวแล้ว (ปิดทางทำมาหากินซะเลย) ไม่สามารถบันดาลใจให้ฉันเผยความลับได้

กระทั่งคุณ GPEN มาขอแต่ง เอ้ย...มา TAG นี่แหละเลยใจอ่อน แบบว่าไปแอบอ่านบล็อกเค้ามาเยอะ ได้เห็นความตั้งใจในการทำบล็อกของเค้าแล้วจึงไม่อาจวางเฉย จำต้องเฉลยให้รู้กันไป

1.หนูอยากเป็นหมอ

ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเด็กฉลาดอย่างฉัน แต่ใจสิมันไม่อำนวย แค่หกล้มเห็นเลือด 1 หยดก็แทบจะเป็นลม ขนาดเห็นเพื่อนถูกรถชนยังไปเป็นลมแทนเค้า ช่วยอะไรไม่ได้เลย

ก็เลยหันมาอภิบาลสัตว์เล็ก เป็นสัตวแพทย์ดีกว่า เริ่มหัดรักษาหมาแมวแถวๆ บ้าน สัตว์เลี้ยงของใครป่วยมาปรึกษาเราได้ อาการไม่หนักมากก็จะผสมยาให้กิน (ประสาเด็กน่ะ เอารากกัญชาแมวมาบดผสมน้ำให้กิน แปลกแฮะหายทุกราย) จนคนแถวบ้านเรียกฉันว่า "หมอแมว"

แต่อย่างเคสใหญ่ๆ อย่างทำหมัน ฉันก็จะส่งต่อไปคลินิค (เปล่าหรอก...เค้าจะพาแมวไปทำหมันก็เลยขอตามเค้าไป) ปรากฎว่า หมอฉีดยาสลบให้แมว แมวยังไม่ทันจะสลบเลย ฉันเป็นลมไปแล้ว ก็เลยจบความฝันอยากเป็นหมอไว้แค่นั้น

2.ฉันเป็นลูกคนเดียว

ฉันเข้าใจมาตลอดว่า ฉันเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่ แต่ความจริงแล้วฉันมีพี่ชายอีก 1 คน  

กว่าฉันจะเกิด พี่ชายฉันก็อายุ 17 กว่าฉันจะจำความได้ พี่ชายฉันก็โตจนออกไปใช้ชีวิตตามประสาลูกผู้ชาย นานๆ ถึงจะได้เจอกันที ฉันจึงเข้าใจไปว่าฉันเป็นลูกคนเดียว

ความเข้าใจผิดนี้คงต้องโทษแม่เต็มๆ เลย เวลาว่างตั้ง 17 ปี แม่มัวไปทำอะไรอยู่ถึงไม่ยอมมีลูกสักที มานึกได้อีกที ฉันก็อายุห่างจากพี่ชายจนสามารถเป็นพ่อลูกกันได้ เวลาพี่ชายอุ้มฉันไปไหน สาวๆ มักเข้ามาชวนคุย แล้วบอกว่า "ลูกสาวน่ารักจัง"

เพื่อนๆ ฉันก็รู้ว่าฉันเป็นลูกคนเดียว จนกระทั่งมาที่บ้าน มันก็ถามฉันว่า "นั่นใคร"

"อ๋อ...พี่ชาย" 

"อ้าว...ไหนบอกว่าเป็นลูกคนเดียว"

"เออ...ลืม"

ตอนพี่ชายไปงานรับปริญญาฉัน เพื่อนบางคนยังเข้าใจว่า พี่ชายฉันเป็นพ่อ ส่วนแม่น่ะเป็นย่า เฮ้อ...จะบ้าตาย

ตอนนี้ฉันยังกลัวอยู่ว่า วงจรเลข 17 อาจเป็นอาถรรพ์ เพราะตอนฉันอายุ 17 พี่ชายก็ผลิตหลานชายตัวเล็กๆ มาให้ พอฉันอุ้มไปไหน ก็มักมีคนทักว่า "ลูกชายน่ารักจัง"

ถ้าความกลัวของฉันเป็นจริง ฉันอาจมีลูกตอนที่หลานชายฉันอายุ 17 ปีก็ได้ ซึ่งฉันต้องรอดูไปอีก 8 ปี

3.ชอบดูหนังอาร์เวลาอ่านหนังสือสอบ

เมื่อก่อนเคเบิลทีวีที่บ้าน (บางแสน) มีหนังอาร์ให้ดูทุกคืน ถือว่าเป็นการเปิดโลกการศึกษาให้เด็กมหาวิทยาลัย (ในตอนนั้น) อย่างฉัน

ฉันจึงได้ค้นพบเคล็ดลับอ่านหนังสือทน เมื่อฉันอ่านหนังสือสอบไปดูหนังอาร์ไป ผลที่ได้คือไม่ง่วง ควงกะได้ถึงเช้า แล้วก็เข้าใจเนื้อหาในหนังสือด้วย

ตอนเรามีสมาธิก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านไป พอเริ่มง่วงก็แค่เงยหน้ามาดูหนังอาร์ เราก็จะตื่นตาตื่นใจพอหายง่วง แล้วก็ก้มหน้ามาอ่านหนังสือต่อ รับรองทำข้อสอบฉลุย เกรดดีไม่มีตก

น่าเสียดายเคเบิลช่องหนังอาร์อยู่ได้ไม่นานก็เป็นอันต้องปิดตัวไป ไม่งั้นฉันคงได้เกียรตินิยม

4.แองเจลินา โจลี เธอคือนางฟ้าของฉัน

ทันทีที่ได้เห็น แองเจลินา โจลี นางเอกใจถึงสุดเซ็กซี่ในหนังเรื่อง GERE ฉันก็ตกหลุมรักปากอวบอูมของเธอ

ตั้งแต่นั้นฉันก็ติดตามผลงานและข่าวคาวๆ ของเธอมาตลอด และมั่นใจเสมอมาว่า ถึงเธอจะดูร้าย แต่เนื้อในเธอคือนางฟ้า

แองเจลินา เสนอตัวช่วยแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย เธอขอร่วมเดินทางไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยในประเทศที่ยากไร้ บางประเทศยังไม่สิ้นเสียงปืนจากความขัดแย้งภายใน จนกระทั่งปี 2001 ยูเอ็นเอชซีอาร์แต่งตั้งให้เธอเป็นทูตสันถวไมตรี เท่ากับต่อวีซ่าเสี่ยงภัยให้เธอ

จนกระทั่งเธอไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ทูม ไรเดอร์ ที่เขมร เธอก็รับเด็กชายชาวเขมรมาเป็นลูกบุญธรรม ภาพนางฟ้าของเธอก็ยิ่งชัดเจนขึ้น และชัดเจนขึ้นอีก เมื่อเธอรับ มิสเตอร์สมิธ (แบรด พิท) มาเป็นสามีบุญธรรมด้วย

ปัจจุบันเธอมีลูกบุญธรรม 2 คน ลูกแท้ๆ ของเธอเองอีก 1 คน และยังตั้งใจจะรับเด็กชาติอื่นมาเป็นลูกบุญธรรมเพิ่มอีก เพื่อไม่ให้ลูกคนไหนมีปมด้อยเรื่องเชื้อชาติ

ฉันหวังว่าครอบครัวนานาชาติของเธอจะอบอุ่นตลอดไป ขออย่าให้เจอ พิษแบรด เลย

5.น๊อตตาย...สะเทือนใจที่สุด

น๊อต เป็นหมาพันธุ์ทางเพศเมีย ขนยาว สีขาว-ดำ มันเข้ามาในชีวิตฉันตั้งแต่ฉันเรียน ป.1 เจ้าน๊อตเป็นขวัญใจของบ้านเรา เพราะมันยิ่งโตก็ยิ่งฉลาด

ฉันกับน๊อตสนิทกันเหมือนพี่กับน้อง เพราะ ฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่มีเพื่อนเล่นก็ต้องเล่นกับหมา

พอฉันขึ้น ม.2 ด้วยความจำเป็นบางอย่างฉันถูกทิ้งให้อยู่บ้านกับหมา น๊อตทำหน้าที่เป็นเพื่อนและครอบครัวให้ฉันได้อย่างดี มันคอยเลียน้ำตาให้เวลาฉันร้องไห้คิดถึงแม่ เข้ามาใกล้ๆ ให้กอดเวลาฉันกลัวเสียงฟ้าผ่า

ถ้าฉันเด็กกว่านี้ ฉันอาจดูดนมมันเพราะคิดว่ามันเป็นแม่ แล้วก็คลานเป็นหมาไปแล้ว

จนกระทั่งฉันจบ ม.6 แล้วย้ายไปอยู่กับแม่ที่บ้านพี่ชาย น๊อตก็กลายเป็นหมาธรรมดาตัวหนึ่ง เพราะพี่ชายฉันกลัวมันจะไปกัดลูกเค้า และกลัวขนหมาจะทำให้เป็นหอบหืด

น๊อตจึงถูกไล่ไปนอนไกลๆ มันจึงเลือกนอนใต้ท้องรถ

วันที่ 4 ที่เราย้ายมาอยู่บ้านนี้

"เอ๊ง...ง" เสียงน๊อตร้องยาวแล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท

ฉันกำลังอึอยู่ในห้องน้ำ พยายามใจเย็น ปลอบตัวเองว่า น๊อตแค่โดนรถเหยียบขา ฉันปฏิบัตภารกิจอย่างช้าๆ และสะอาด แล้วค่อยๆ เดินออกไปดู

แม่ยืนเงียบอยู่ พี่ชายฉันกำลังร้องไห้...เริ่มชกกำแพง

น๊อตนอนสงบเหมือนหมานอนหลับ ไม่มีเลือดออกสักหยด แต่กระดูกสันหลังแหลก เพราะถูกท้องรถบดลากลงจากที่จอดรถ

สภาพของฉันไม่ขอบรรยาย

ฉันไม่ได้พูดกับใครไปหลายวัน เพราะฉันพูดกับน๊อตทุกวันมา 13 ปี

ฉันยังได้ยินน๊อตร้อง "งื๊ดๆ" เรียกฉันอยู่หลายคืน ฝันถึงมันอยู่หลายคืน และเฝ้าภาวนาให้มันมาเกิดใหม่ มาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม

ปัจจุบันเวลาฉันเจอลูกหมา ฉันมักถามมันว่า "ใช่น๊อตหรือเปล่า" มันไม่ตอบ

แล้วคุณล่ะ ใช่น๊อตหรือเปล่า

โดย เพียงดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net