วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เวียดนาม .. พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ โ ฮ จิ มิ น ห์ (Ho Chi Minh Museum)


May 13, 2008

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum)

ถึงแม้ว่าเวียดนามจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนเป็นเวลาที่ยาวนานหลายร้อยปี และนั่นเป็นเหตุให้เวียดนามได้รับอิทธิพลเกือบจะทุกๆด้านจากจีน ซึ่งรวมถึงศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิต แต่เวียดนาม ก็ยังคงเป็น เวียดนาม ที่มีความเป็นตัวของตัวเองอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

เวียดนามได้ประกาศให้โลกรู้ถึงความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง ด้วยการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวจากความแตกแยกทางการเมืองภายในประเทศ และประกาศเอกราชในปี ค.. 1975 หลังจากที่ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ในปี 1883 เป็นต้นมา และต้องต่อสู้กับฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาถึงเกือบร้อยปี .. ฉันจึงไม่แปลกใจที่จะเห็นความรักและความภาคภูมิใจในเอกราชของตนอยู่ในแววตาของชาวเวียดนามทุกคนที่ฉันได้พบและเจอะเจอ

 “โฮจิมินห์” เป็นประธานาธิบดีคนแรกแห่งสาธารณรัฐเวียดนาม วีรบุรุษสงคราม นักปฏิวัติผู้ฉลาดปราดเปรื่อง และ “ลุงโฮ” ผู้อ่อนโยน ใจดี ผู้เป็นที่รักของเด็กๆและชาวเวียดนามทุกคน

ลุงโฮ ผู้เขียนข้อความไว้ในคำประกาศของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่า “มนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน พวกเขาได้รับมอบสิทธิอันเสมอภาคจากพระผู้สร้าง ในจำนวนสิทธิเหล่านั้น รวมไปถึงสิทธิในชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข”

ลุงโฮ .. ผู้เป็นที่รักและเทิดทูนของชาวเวียดนาม แม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ท่านยังคงอยู่ในใจของผู้คนอีกนานเท่านาน

ฉันเคยศึกษาประวัติอันน่าเรียนรู้ของวีรบุรุษท่านนี้มาบ้าง แม้จะเพียงน้อยนิด แต่รับรู้ได้ถึงความเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ของลุงโฮ .. หากแต่ความยิ่งใหญ่ที่โลกรู้จักของลุงโฮ กลับแฝงอยู่ในตัวของผู้ชายที่แสนจะธรรมดาๆ สมถะและใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ฉาบฉวย และไม่เคยแฝงอยู่ภายใต้เปลือกแห่งอาภรณ์ .. อาจจะเป็นเพราะลุงต่อสู้เพื่อเวียดนาม บ้านเกิดเมืองนอน และเป็นความรัก ความภาคภูมิใจที่ลุงมีมาตลอดทั้งชีวิต ความยากลำบากที่ลุงโฮได้เผชิญมานั้นนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อที่จะทำให้พี่น้องร่วมชาติได้พบกับอิสรภาพ ความยุติธรรม และความสงบสุข .. ที่ส่งผลทำให้ลุงโฮเป็นผู้ที่มีแต่ความเสียสละและความอดทน .. เป็นคนที่นึกถึงแต่ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ หรือบ่าวตางโฮจิมินห์ (Bao Tang Ho Chi Minh) ซึ่งเป็นอาคารจัดนิทรรศการ จึงบอกเล่าความเป็นมาของการรวมชาติเวียดนามตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม …

เริ่มจากเรื่องราวของครอบครัวลุงโฮ ซึ่งเป็นครอบครัวที่ยากจน ลุงโฮ มีพี่น้องร่วมท้องรวม 3 คน แม่มีอาชีพทอผ้า เรื่อยมาจนถึงชีวิตในปฐมวัย และช่วงการเรียนรู้

รวมถึงการเดินทางไปศึกษาที่ฝรั่งเศส .. การกลับมาที่มาตุภูมิ .. เดินทางไปศึกษาที่รัสเซีย อันเป็นแรงบันดาลใจให้รับลัทธิมาร์ก เลนิน มาใช้เป็นแนวความคิดในการบริหารประเทศ

นิทรรศการมีการจัดแสดงไว้มากมาย ที่สำคัญมีประวัติการปฏิวัติของลุงโฮตลอดชีวิตอีกด้วย .. ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุความผิดพลาด ในสมัยที่ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เข้ามาปกครองเวียดนาม แล้วมีคนมากมายต่อต้าน และต่อสู้ แต่ไม่สำเร็จ และไม่อาจทำให้ประเทศเป็นอิสระได้

มีภาพถ่ายขาวดำสวยๆในอดีตมากมาย

รวมถึงจดหมายและลายมือของลุงโฮ เป็นจดหมายเหตุที่ส่งให้รัฐสภาของฝรั่งเศส .. และเอกสารจำนวนมากที่ลุงโฮส่งมาจากรัสเซีย จีน และฝรั่งเศส

แนวความคิดในการร่างกฎหมายการปกครอง

จดหมายที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารการรบต่างๆ จัดแสดงไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยมีรายละเอียดครบถ้วน ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

หลายๆภาพได้แสดงถึงชีวิต ความเป็นอยู่ของทหารกู้ชาติ

การวางแผน และการสู้รบกับอเมริกาในสมัยสงครามเวียดนาม ..

จนกระทั่งสามารถยึดครองกรุงไซ่ง่อน และรวมเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้เข้าด้วยกันสำเร็จ

ในวันที่ฉันไปเยือน มีทหารผ่านศึกของเวียดนามหลายคนไปเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ .. ฉันเชื่อว่าภาพถ่ายและนิทรรศการ คงนำมาถึงภาพความหลัง เหตุการณ์เมื่อครั้งสงคราม .. คงเป็นเรื่องเศร้าที่สุดที่ได้มารำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเช่นนี้

ลุงโฮ อยู่ในใจของชาวเวียดนามทุกคน ในฐานะที่ทำให้เวียดนามเป็นปึกแผ่น .. เป็นศูนย์รวมพลังความสามัคคีของชาติ จนทำให้เวียดนามก้าวขึ้นมาสู่ความเจริญในวันนี้

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net