วันที่ พุธ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชมของดีที่ใกล้กรุง เขาใหญ่ นครนายก




ถ้าหากด้านหน้าเขาใหญ่คือ ทางขึ้นด้าน ปากช่อง นครราชสีมา ที่ คนไทยมากมายเคยขึ้น ทาง ด้านหลังเขาใหญ่ ก็น่าจะเป็นด้าน ติดจังหวัดนครนายก น้อยคนนักเคยท่องไป เก็บเกี่ยวความงามด้านหลังเขาใหญ่ เอาไว้ในความทรงจำ หลังเขาใหญ่จึงเป็น ความงามแฝงเร้น เสมอมา น้ำตกเหวนรกรู้จักกันดี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลเชี่ยวกราก โจนลงสู่เหวลึกเบื้องล่างอย่างน่ากลัว บ่อยครั้ง ช้างป่าพลัดจากโขลงตกเหว ลงไปตาย ส่งเสียงร้องโหยหวนก้องป่าอย่างสิ้นหวัง น้อยคนนักจะรู้ว่า เหวนรกอยู่ในเขต อ.ปากพลี นครนายก พร้อมๆ กับความงามอีกมากมายในเขตนั้น


เป็นที่รู้กัน ถ้าอยากไปเที่ยวน้ำตกสวยๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ถนนดี ไปมาสะดวก หาอาหารทานได้ง่าย ต้องไปนครนายก มีน้ำตกมากมาย หลายแห่งให้เลือกเที่ยว ที่ดังๆก็ต้องน้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง อยากเดินป่าหรือล่องแพตามลำธารหรือ ในลำน้ำนครนายก มีให้เลือกหลายแห่ง กระนั้นนครนายกก็ยังมี แหล่งท่องเที่ยว สวยๆ ที่ยังไม่เคยปรากฏ ต่อสายตา นักท่องเที่ยว อีกมาก อย่างน้อยก็ ความงดงามตามธรรมชาติ

เทือกเขาใหญ่ ในจังหวัดนครนายก เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน บางแห่งเป็นเขา สูงผาชัน กอปรด้วยลำธารหลายสาย งดงามด้วยความเขียวขจีของป่าไม้และ ไม้ป่าสีสวยประดับไพร ที่มีตามฤดูกาล เป็นเขตที่ไม่ใช่เส้นทางคมนาคมหลัก จึงดำรงสภาพชนบท พงไพรบริสุทธิ์ ไว้ได้มาก ล้วนมีน้ำตกสวยๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันหลายแห่ง

ในยามน้ำมันราคาแพง เวลาจะขับรถไปเที่ยวไกลๆ เชื่อได้ว่าหลายคนอาจคิดหนัก ยิ่งอากาศร้อนๆ ส่วนใหญ่ก็ฮิตไปทะเล แต่ลองคิดต่างมุม แวะเข้ามาหลบร้อนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บ้าง ก็เข้าท่า ฉะนั้น “น้ำตก” จึงเป็นอีกทางเลือกของคนชอบเล่นน้ำยามอากาศร้อนๆเยี่ยงนี้


จังหวัดนครนายก ก็ยังคงเป็นจังหวัดในใจ ของใครอีกหลายๆคนนิยมมาเที่ยว เพราะที่นี่มีป่า เขาและน้ำตกมากมาย ให้เข้าไปพักผ่อน หลบร้อน จะหย่อนแข้งหย่อนขาแช่น้ำ (ตก) อย่างเดียว หรือ เที่ยวแบบล่องแก่ง ก็สามารถ ทำได้ตามอัธยาศัย ที่มีชื่อมาแต่ไหนแต่ไร ก็น้ำตกสาริกา วังตะไคร้ นางรอง ส่วนระยะทางก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไม่ถึงร้อย กม. ก็ได้เย็นตาไปกับธรรมชาติแล้ว

“เขื่อนขุนด่านปราการชล” หรือ เขื่อนคลองท่าด่าน สถานที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร และบรรเทาอุทกภัย ที่หน่วยงานรัฐ ร่วมภูมิใจนำเสนอ เพราะเป็น “เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ด้วยความสูง 93 เมตร ยาว 2,720 เมตร จุน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยงบสร้างกว่า 11,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ 180,500 ไร่ ใช้เวลาสร้างถึง 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2542-2547

จุดเด่นของเขื่อน ที่ทำให้ต่างจากเขื่อนในเมืองไทย ไม่ได้อยู่ที่ความอภิมหามหึมาเท่านั้น หาก อยู่ที่ “วัสดุ” ที่นำมาใช้ด้วย เพราะผนังเขื่อนแห่งนี้ เป็นการนำเอาเถ้าลอยลิกไนต์ ที่ได้จากเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง มาเป็นส่วนผสมแทนซีเมนต์บางส่วน ทำให้งานก่อสร้างรวดเร็วขึ้น ลดปริมาณปูนซีเมนต์ ลงได้เยอะ ผลคือประหยัดงบประมาณได้โข ส่วนประโยชน์จากเขื่อน ก็เพื่อช่วยเกษตรกรแก้ปัญหา ทั้งน้ำล้น-น้ำแล้ง ในพื้นที่ลุ่มน้ำนครนายก แก้ปัญหาดินเปรี้ยว และชาวบ้านยังมีรายได้เสริมจากการจับปลา ในอ่างเก็บน้ำ

นครนายก ในวันนี้ จากเมืองที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก กำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นสากล ต้อนรับนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ มีการจัดงานการแข่งขันในระดับนานาชาติ หลายรายการ เช่น การแข่งขันจักรยาน การแข่งขัน วิ่งมาราธอน หรือการแข่งขันแคนูนานาชาติ แต่นั้นคือการเปิดรับสิ่งใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ...

ของดีหลังแนวเขื่อน

ด้านหนึ่งของหลังแนวกำแพง อันแสนมหึมาของเขื่อนขุนด่านปราการชล ก็ยังเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” ที่มูลนิธิชัยพัฒนา มอบพื้นที่ 14 ไร่เศษ ให้สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ดำเนินการจัดทำสถานที่ รวบรวมข้อมูล และแสดงกิจกรรมโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แสดงแนวคิดและทฤษฎี การพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตลอดจนสาธิตความเป็นอยู่วิถีไทย ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม



ภายในศูนย์ฯ จึงประกอบด้วย อาคารนิทรรศการ พื้นที่จัดกิจกรรมที่รวมความรู้จากสี่ภาค ซึ่งคนทำงานส่วนหนึ่ง ก็คือชาวบ้านโดยรอบ ที่พร้อมใจกันนำความรู้ที่อยู่คู่ตัวมาใช้ให้ ที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้วิถีเกษตร รวมถึงรับความรู้ใหม่ๆ อันเกิดจากการคิดค้น และ พัฒนา นำมาจำลองและสาธิต ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม ได้ทั้งความรู้ และความ เพลิดเพลิน

บางทีการไปเที่ยวนครนายกครั้งใหม่นี้ นอกจากได้ความสำราญบานใจกลับมาแล้ว อาจได้แนวคิดปิ้งๆ ในการใช้ชีวิตพอเพียง ติดหัวกลับมาปรับใช้กับสังคมเมืองที่แสนวุ่นวายได้บ้าง...ก็น่าจะดี. นะครับ



โดย กลางไพร

 

กลับไปที่ www.oknation.net