วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้ำขวัญเมือง....ตอนที่สี่


                             

ถ้ำขวัญเมือง....ตอนที่สี่

 

สุจิตโต

          

                             ๏ ตัวต่อเข้าต่อยตั้ง                กลางขวัญ

                   ขวัญโดดบ่โดดทัน                           ถูกเข้า

                   ต่อต่อยแค่ครึ่งวัน                            หายเจ็บ

                   รักชื่นประดังเช้า                              ค่ำแล้วยังโหย.

 

                             ๏ ต่อต่อยกระหม่อมขวัญ         เจ็บเหมือนกันไม่มากนัก

                   เที่ยงวันก็คึกคัก                             บ่เจ็บหนักหรอกน้องยา

                             ความรักสิน้องเจ้า                  ตั้งแต่เช้าเฝ้าโหยหา

                   ค่ำยังบ่สร่างซา                               ฤทธิ์รักพาให้หมดแรง

 

                             ๏ กัมมัฏฐานนั่งเข้า                สมาธิ

                   จิตจ่อต่อสติ                                  ติดตั้ง

                   เพ่งดูประมาณสิ                              หนึ่งศอก

                   ทำสี่ฌานให้ยั้ง                              อยู่ได้เป็นปฐม.

 

                             ๏ ฌานหนึ่งประกอบห้า           องค์ฐาน

                   เด่นแต่วิตกวิจารณ์                           จับเข้า

                   ละออกจักสู่ฌาน                            สองต่อ  ไปเฮย

                   ปิติเข้ารุมเร้า                                  โดดเต้นเห็นความ.

 

                             ๏ ฌานสามสู่สุขให้                ยินดี

                   อย่าติดพึงละหนี                             สุขพ้น

                   ฌานสี่จักจรลี                                ลาศเยี่ยม

                   อุเบกขาจิตด้น                               หนึ่งนี้หนึ่งเดียว.

 

                             ๏ วิปัสสนาละเจ้า                  อารมณ์

                   อิทธิบาทสร้างสม                            ฤทธิ์ร้าย

                   กำลังแก่อัญขยม                            ด้วยพละ  ห้าเฮย

                   โยกโยกยังขวาซ้าย                         จิตตั้งอย่าตาม.

 

                             ๏ โพชฌงค์เจ็ดขั้นข้อ             คำฌาน

                   ทางสู่พระนิพพาน                           ผ่องแผ้ว

                   เพียรใช้สี่ปทาน                              ละเถิด

                   ถอยบ่ท้อหนักแล้ว                          เลิศนั้นปัญญา.

 

                              ๏ ใดใดในโลกนี้       อนิจจัง

                   เกิดแก่เจ็บมรณัง                  ทุกข์ถ้วน

                   ไม่จริงเที่ยงจีรัง                   สักอย่าง  หนึ่งนอ

                   แหนงหน่ายหนอโลกล้วน        แต่ล้อวงกรรม.

 

                             ๏ ใดใดไม่แน่นอน      ถึงสิงขรที่ค้ำฟ้า

                   ก็อาจทลายมา                    ตามเวลาที่เปลี่ยนแปลง

                             จะหวังว่าวันนี้            เราสุขีอย่าเพิ่งแจ้ง

                   การณ์อาจกลับพลิกแพลง       โลกกลับแกล้งให้เกิดทุกข์

                             จะคิดว่าพรุ่งนี้           คงจะดีชีวีสุข

                   วันนี้อาจกลียุค                   กลับติดคุกวันพรุ่งนี้

                             แก่ก่อนค่อยเข้าวัด     ค่อยปฏิบัติธรรมวิถี

                   แน่หรือว่าชีวี                      จะอยู่ยั้งถึงเหี่ยวยาน

                             อปมาทะอย่าประมาท กรรมไม่อาจจะคอยท่าน

                   ถึงที่ก็วิญญาณ                   พาลหลุดลอยไม่รู้ตัว

                             จงนึกให้หน่ายแหนง  วงเวียนแห่งกรรมน่ากลัว

                   แต่ล้วนพาเมามัว                ไม่เที่ยงแท้แน่สักอย่าง

 

                             ๏ นานาสารพัดสัตว์ถ้วน   ส่ำทุกข์

                   บ่แน่นอนไม่สนุข                     เสื่อมสิ้น

                   นานถึงกี่เท่ายุค                      บ่ยั่ง  ยืนเฮย

                   นรกสวรรค์ต่างดิ้น                    ดับด้วยผลกรรม.

 

                             ๏ เป็นผู้ดีตีนแดงไม่ติดดิน  โจรทมิฬหินชาติที่ชั่วแสน

                   เป็นกษัตริย์ปกเกล้าเจ้าดินแดน      จะครองแคว้นกี่เขตคามก็ตามที

                             เป็นผีฟ้าเทวดาฤาว่าเปรต   กรรมเป็นเหตุให้เกิดดับไปทุกที่

                   แต่ล้วนล้อวงกรรมกระหน่ำตี          วงเวียนชีวิตกรรมไม่ทำลาย

                             จะกี่ยุคกี่สมัยอยู่ในโลก     ก็สุขโศกอยู่ไม่พ้นคนทั้งหลาย

                   สุขก็ไม่นิรันดร์อันตราย                ทุกข์ไม่เสื่อมคลายเป็นอาจินต์

                             มีทางหนึ่งคือวิถีธรรมธาร   อรหันตนิพพานไม่สูญสิ้น

                   ไม่เกิดแก่เจ็บตายวายชีวิน           ไม่สุขโศกโรคสิ้นไม่กล้ำกลาย

                       เป็นร่างที่ไม่มีร่างจะสร้างเหตุ    เพราะกิเลสตัณหาต่างดับหาย

             อยู่เหนือโลกเหนือกรรมเหนือความตาย  เหนือสงสารทั้งหลายจะกลืนกิน

 

                             ๏ โครงกระดูกร่างนี้       ของเรา  ฤๅนอ

                   จุ่งพิจารณาเอา                      ถ่องแท้

                   ม้วยมรณ์มอดไหม้เผา              เถ้าถ่าน  บ่ลา

                   บ่คิดหาทางแก้                     หลุดพ้นบ้างฤๅ.

 

                      ๏ จะร่ำรวยสวยงามทรามสวาท   ฤๅฉลาดปราดเปรื่องจนเลื่องล้า

                   เป็นกษัตริย์ปกเกล้าเจ้าพารา         สิ้นชีวาก็ต้องร้างทิ้งร่างไป

                        ใครจะเอาเผาไฟไปทำปุ๋ย      ใส่ฮวงซุ้ยสุสานลูกหลานไหว้

                   สตัฟฟ์เก็บไว้ศึกษามหา’ลัย         จะห้ามใครเขาได้อย่างไรกัน

                        ดูกะโหลกแขนขาและหัวเข่า   เป็นถ่านเถ้าไปแล้วหรือไรนั่น

                   ปลงเสียให้ได้ว่าชีวัน                 ช่างมันเถิดน้องใช่ของเรา

 

                             ๏ เป็นคนควรคิดค้น    อยู่นอ

                   อย่าสักว่าชูคอ                    พูดได้

                   อย่าอยู่แต่เพียงพอ              ท้องอิ่ม  นาเจ้า

                   อิ่มก็อิ่มควรไส้                    สู้อิ่มรสธรรม.

 

                       ๏ เป็นคนอย่าสักแต่ว่าเป็นคน    มีหนึ่งหัวกับตัวตนแถมตาให้

                   มีปากกว้างจมูกส่ายเที่ยวหายใจ    พอเรียกได้มองเห็นว่าเป็นคน

                       มีคอไว้ต่อหัวกับตัวร่าง            มีท้องกว้างกินได้ตั้งหลายหน

                   สวาปามความอยากใส่ปากตน       ให้พอพ้นพ้นไปไม่ให้ตาย

                       เป็นคนควรคิดบ้างว่าร่างตน      ไม่ช้าเร็วก็ต้องป่นมลายหาย

                   ไม่ช้านานก็ต้องพานพบความตาย และสุดท้ายก็ต้องลงวงเวียนกรรม

           

                             ๏ หมุดกิเลสยุดตอกย้ำ    ตัวติด  โลกย์ลอ

                   หมุดราคะโทสะจริต                  แกร่งกล้า

                   หมุดปัญจักขันธ์มิจ-                  ฉาทิฏ-  ฐิเฮย

                   ล้วนแต่ตอกเราบ้า                    บ่พ้นสงสาร.

 

                             ๏ สงสารตัวเราหนอ        ติดล้อแห่งสงสาร

                   เวียนว่ายทรมาน                      มิอาจหลุดมิอาจลอย

                             ทั่วร่างและสังขาร          จิตวิญญาณก็พาลพลอย

                   ถูกหมุดทั้งใหญ่น้อย                ตอกติดไปทั่วตัว

                             กิเลสเป็นหมุดใหญ่        ตอกบนใจให้เมามัว

                   ราคะก็น่ากลัว                        ยวนยั่วให้ลืมตาย

                             โทสะก็ร้ายเหลือ          เหมือนเสือขยุ้มทราย

                   ตัณหายิ่งตัวร้าย                     ตัดไม่ได้ก็เลือดโซม

                             รูปังก็เป็นหมุด             ตอกเสียสุดมิอาจโถม

                   ถอนยากเหลือเกินโยม             พยายามอย่าได้หยุด

                             เวทนานั้นบ้าคลั่ง          มันตอกฝังเสียมิดหมุด

                   สังขารก็ต้องขุด                     หมุดมันคมและจมลึก

                             วิญญาณก็หมุดใหญ่      ตอกใส่ไม่รู้สึก

                   เวียนวนจนลืมนึก                   ว่าตัวยังติดวัฏ

                             หมุดไหนไม่หนักหนา    เท่ามิจฉาน่าโทมนัส

                   ตอกติดแล้วไม่ตัด                  ไม่ขจัดให้ตรงทาง

                             หมุดอื่นหมื่นหลายหมุด  ก็พุ่งสุดเข้าเสียบร่าง

                   ยิ่งพาให้ผิดทาง                     สู่ห้วงแห่งอบาย

                             สงสารตัวเราหนอ          ติดล้อยังไม่วาย

                   ยังจมห้วงอบาย                     เวียนว่ายในโลกเลว

   

                            ๏ สันดานมนุษย์นี้ชอบ     สุขสบาย

                   พอทุกข์เยือนถึงกาย                บ่นบ้า

                   เวทนาดั่งทั้งหลาย                   นั่นแหละ  ตัวทุกข์

                   ละออกทั้งสองอ้า                    จักเอื้อทางถึง นิพพาน.

 

                             ๏ สันดานมนุษย์           ไม่สิ้นสุดกำหนัด

                   พออยากก็ยัด                        พอโหยก็หา

                   อิ่มแล้วยังขอ                         ไม่พอดั่งว่า

                   เท่าไหร่ใส่มา                         ไม่พอดั่งใจ

                             ทะเลว่ากว้าง                เวิ้งว้างสุดตา

                   ยังเทียบตัณหา                       มนุษย์ไม่ได้

                   ทะเลยังเห็น                          เป็นฝั่งรำไร

                   วัดได้หยั่งได้                         ไม่เหมือนใจคน

                             ใจคนมันชอบ               กอบโกยความสุข

                   ทั้งที่สนุก                             ชั่วคืนก็พ้น

                   ไม่แน่จีรัง                             ไม่ยั่งไม่ทน

                   แต่ใจของคน                         ยังชอบสบาย

                             เข้าบาร์เข้าคลับ            ขับรถเก๋งโก้

                   ใส่สูทตัวโต                           คาบไปต์ฉุยฉาย

                   กินเหล้าเช้าค่ำ                       เป็นประจำสายบ่าย

                   นารีล้อมกาย                         โอ้...ช่างสุขจัง

                             พอทุกข์เงินหมด           อดอดอยากอยาก

                   โรคภัยหลายหลาก                  เข้ามาประดัง

                   มะเร็งอุบาทว์                         อัมพาตต้องนั่ง

                   โรคเอดส์ก็ยัง                        จะมาเยี่ยมเยือน

                             ทีสุขไม่ว่า                  ทุกข์มาสิบ่น

                   เรื่องบุญกุศล                         เหมือนคนฟั่นเฟือน

                   วัดไม่อยากใกล้                      ไว้ตายค่อยเยือน

                   เรื่องศีลยิ่งเหมือน                    คนละโลกกัน

                             บุญบาปนี่แหละ            ปากแบะปากจู๋

                   พอตายได้รู้                           มันลงโทษทัณฑ์

                   ยังไม่ทันแก่                         ยักแย่ยักยัน

                   ก็ตายเหมือนกัน                     ตายทั้งที่เป็น

                             ทุกข์สุขเวทนา            ตัวบ้าก่อเหตุ

                   ก็คือกิเลส                           เข้าใครไม่เว้น

                   ละออกจากตัว                       อย่ามั่วทำเล่น

                   ถึงจะยากเข็ญ                       ก็ค่อยทำไป

                             สุขมาก็ละ                  ตามพระท่านว่า

                   ทุกข์มาก็ลา                         อย่าเก็บเอาไว้

                   คนเราจะสุข                         จะทุกข์ที่ใจ

                   เก็บใจเสียได้                       ทุกข์สุขไม่มี

                             เมื่อไร้เวทนา              ตัณหาไม่เกิด

                   ทำศีลให้ประเสริฐ                  สมาธิให้ดี

                   ปัญญาจะนำ                         พบธรรมวิถี

                   มรรคแปดเข้าที่                     แค่นี้นิพพาน.

 

       โปรดติดตาม"ถ้ำขวัญเมือง....ตอนที่ห้า" ต่อไป

  

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net