วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไป สะหวันฯ กันมั้ย??? ตอน 5 โค่นป่า ล่าพื้นที่


ต่อจาก

ตอน 1 บ่นบ่น ต้นเรื่อง
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/05/12/entry-1

ตอน 2 คุยเฟื้องเรื่อง ธาตุโพน
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/05/13/entry-1

ตอน 3 นำเบิ่ง ธาตุอิงฮัง
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/05/14/entry-1

ตอน 4 สะหวันนะเขด เมืองทอง บ่ใจ้เมืองฟ้า
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/05/15/entry-1

สองสามวันมานี่สายลมฯ ก็พาไปเที่ยวกันมาหลาย ๆ ที่ในสะหวันนะเขดแล้วนะค่ะ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศจากการไปเที่ยวเป็นตามสายลมฯ ไปทำงานกันดูมั้ยค่ะ อะนะ อยากรู้หละสิว่ามาทำงานอะไรในต่างประทศ วะฮะฮ่า แหม๋ !!! ทำหน้าทำตาอยากรู้อยากเห็นออกนอกหน้าเชียวนะยะ อะอะมา ไปดูกันว่ามาทำอะไร

ก่อนอื่นเราจะต้องขับรถเข้าไปในพื้นที่ทำงานก่อนค่ะ จากในเมื่องสะหวันนะเขดก็ไม่เท่าไหร่ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ พอออกจากเขตเมืองทางก็เป็นอย่างที่เห็นนี่หละค่ะ

ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่ถ่ายภาพนิ่งไม่ได้ สายลมฯ ว่าถ้าคนอยากทำแท้งแนะนำให้มานั่งรถแถว ๆ นี่คงจะแท้งได้ไม่ยาก อิอิอิ ไม่ผิดกฏหมายด้วย วิธีธรรมชาติ วะ ฮะ ฮ่า

อย่านึกว่าเป็นทางดั้งเดิมนะค่ะ นี่เป็นทางใหม่ คือ ถางป่าเข้ามาใหม่ ค่ะฟังไม่ผิดหรอกค่ะ สายลมฯ พามาถางป่าคะมื้อนี่ (ครั้งนี้)

พื้นที่ ๆ ได้รับการหักโค่นป่าแล้ว

สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นนี่หละค่ะ ราบเรียบ

ชื่นชมกับ "อดีตป่า" ของลาว

อันนี้เป็นสภาพที่โดนถางแล้วนะค่ะ แต่ยังไม่ได้ทำการเคลื่อนย้ายอะไรออกไป เพราะสุดท้ายเขาไม่เคลื่อนย้ายหรอกค่ะ ใช้วิธีการเผาทำลายเลย เสียดายใช้มั้ยค่ะ สายลมฯ ก็เสียดายค่ะ แต่ทำอย่างไรได้ค่ะ เราได้สัมปทานถางป่า แต่ไม่ได้สัมปทานค้าไม้ค่ะ ดังนั้นไม้เหล่านี้เราจึงไม่มีสิทธิ์นำไปแปลรูปขายแต่อย่างไร

ถอนโค้น

โฉมหน้า "ตัวกินป่า"

ทำไมไม่นำไปใช้งาน? เป็นคำถามที่ดีค่ะ คำตอบ คือ ขาดแรงงานและเครืองจักรในการแปรรูปค่ะ อย่างที่บอกแต่แรก เราไม่ได้สัมปทานให้แปรรูปไม้ค่ะ การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อแปรรูปไม้มาใช้งานจึงไม่สามารถทำได้

ขั้นตอนในการ "โค่นป่า"

หาพื้นที่เหมาะ ๆ

เอาตัวกินป่าเข้าไป

ไถโค่น

ล้มให้เรียบ

ไม้ล้มมมมมมมมม

ราบเรียบในพริบตา

เริ่มต้นใหม่

ทำไมไม่ให้ชาวบ้านนำไปใช้งาน? แหม๋ อันนี้ก็ดีค่ะ คำตอบ คือ ให้ค่ะ แต่ไม่มีใครเอา อย่างที่สายลมฯ ได้บอกไว้แล้วในเอนทรี่ต้น ๆ ว่าชาวลาวอยู่อย่างไม่แก่งแย่งแข่งขันค่ะ และถ้าเมื่อมีอยู่แล้วก็จะไม่แสวงหาแต่อย่างใด ดังนั้น ไม้เหล่านี้พวกเขาก็ไม่อยากได้ค่ะ เพราะต้องมาลาก ต้องหาที่เก็บ ต้องทำให้อยู่ในรูปที่สามารถใช้งานได้ เขาไม่ทำกันค่ะ (เป็นเมืองไทย อีฉันจ้างรถมาขนไปแปรรูปเองแย้ววว)

สุดท้าย ในเมื่อเราต้องการใช้พิ้นที่วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การเผาทำลายค่ะ ขั้นตอนที่สายลมฯ พามาชมนี่คือขั้นตอนของการ "โค่นป่า" ค่ะ จากนั้น เราจะดันไม้และเศษวัชพืชทั้งหมดมารวมกันจากนั้นก็ทำการเผาค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ทุกสรรพชีวิตบนพื้นดินก็จะราบเป็นหน้ากองเช่นกัน ไม่เว้นแม้นแต่ไม้ดอกต้นงามต้นนี้หรอกค่ะ

สวย ๆ อย่างนี้ก็ไม่รอดไฟค่ะ

โดยปกติชาวลาวก็จะทำการ "โค่นป่า" เพื่อหาพื้นที่ทำกินอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วนัก เนื่องจากขาดจักรกลหนัก ครั้งแรกที่ชาวบ้านเห็นเราก็ปรามาสเลยค่ะว่า

"เจ้าสิทำจะได พื้นที่มากหลาย อยากทำอะหยังกะทำไป๊"

แต่เมื่อมาเห็นกรรมวิธีทำลายล้างของเราแล้ว ชาวบ้านได้แต่ปาดเหงือค่ะ แล้วรำพันว่า

"ต่อแต่อี้ พวกข้าเจ้าจะหาของป่าได้อะหยั่ง ป่าข่อยไปเสียเมิดแล๊ว"

ซึ่งก็เป็นหน้าที่ต่อไปของเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ค่ะ ที่ต้องโน้มน้าวให้ชาวบ้านมาเข้าโครงการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตเข้าโรงงานต่อไป โดยชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย รวมทั้งการช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ แก่ชาวบ้าน

สภาพหลังถูกโค้นทำลาย

มันก็ยังทำลายต่อไป

จนกว่าจะหมดพื้นที่สัมปทาน

แต่อย่าคิดว่าชาวบ้านเขาจะทำเองนะค่ะ สุดท้ายกลายเป็นว่า บริษัทฯ จะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการถางป่า ปรับพื้นที่ จนกระทั้งการเข้าทำการเกษตรฯ ดูแล ใส่ปุ๋ย รวมถึงการเก็บเกี่ยวเข้าโรงงานด้วย

ไวปานวอก

ล้มอีกแล้ว

ชาวบ้านจะนอนดู ที่ผ่านมาดูจริง ๆ ค่ะ ไม่ช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการต้อนรับหาข้าวหาปลามาเลี้ยง (ใครเข้าใจผิดเรืองน้ำใจเข้าใจซะใหม่นะค่ะ) ก็มีบางคนนะค่ะ เข้ามาทำงานในพื้นที่ของตัวเอง แต่มาทำงานในรูปของรับจ้างบริษัทฯ อีกที งง หละสิ ไม่ต้องงงค่ะ ถูกแล้วค่ะ คือ เข้ามาเป็นลูกจ้างบริษัทฯ ในการทำงานในที่ของตัวเอง รับเงินสดเป็นรายวันหละค่ะ

สภาพป่าหลังถูก "โค่น"

แล้วบริษัทฯ ได้อะไรใช่มั้ยค่ะ ภายหลังจากที่เราดำเนินการให้ชาวบ้านเสร็จสิ้นในแต่ละขั้นตอนแล้วจะมีการสรุปค่าใช้จ่ายค่ะ และให้เจ้าของที่นั้นลงนามรับสภาพหนี้ อันนี้หละค่ะยาก บางคนไม่ยอม ก็ต้องให้นายบ้านมาดำเนินการ ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าทำอะไรในพื้นที่ของชาวลาว ต้องคุยกันให้ดี ให้มีนายบ้านมาเป็นพยาน และจะดีมากกว่าหากเราจับเขาเซ็นสัญญายอมให้ทำการใช้พื้นที่ได้เลย การทำงานถึงจะราบรื่นค่ะ

การปรับพื้นที่เพื่อทำถนน

ถนนดิน

เป็นหนี้แล้วจ่ายหนี้กันอย่างไร ในเมื่อเจ้าของที่ยังมาขอทำงานรับเงินสดกับบริษัทอยู่เลย อ้อ ง่าย ๆ ค่ะ อย่าคิดว่าจะได้เงินสดจากพี่ลาวนะค่ะ เรานี่หละค่ะต้องเอาไปให้เขาอีก เราเรียกเก็บหนี้เป็นผลผลิตที่ได้จากพื้นที่ค่ะ

แล้วถ้าผลผลิตไม่ดี ไม่พอจ่ายหละ?? ก็อีกหละค่ะไม่มีปัญญาเรียกเก็บเงินหรอกค่ะ ถึงเรียกเก็บก็คงไม่ได้ เราแก้ลำด้วยการเรียกเก็บผลผลิตไปเรื่อย ๆ โดยใช้สัญญาระยะยาว ยาวแค่ไหนเหรอค่ะ ยาวจนเราหมดสัมปทานน่ะหละค่ะ แต่หนี้สินยังคงต้องดำเนินต่อไปนะค่ะ อันนี้เป็นผลประโยชน์ทางด้านภาษีค่ะ

ขับรถออกจากป่าไปเยี่ยมชมชาวบ้านค่ะ

ฟังดูยุ่ง ๆ งง ๆ มั้ยค่ะ แล้วทำไมไม่ทำเองซะหมดก็สิ้นเรือง ค่ะมีบางส่วนที่เราทำเอง แต่ด้วยว่าพื้นที่ ๆ เราได้รับการสัมปทานที่ทางรัฐบาลลาวให้เรานั้นแม้นจะเป็นพิ้นที่ผืนใหญ่ แต่แผนที่ ๆ นำมาให้เราดูนั้นเป็นแผนที่ ๆ ใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ย่อมเกิดขี้น ไม่ว่าจะเป็นการรุกล้ำที่สาธารณะ การเข้าจับจองโดยการเสียภาษีที่ถูกต้อง มันก็เลยทำให้พื่นที่ ๆ เราได้รับสัมปทานนั้นแหว่ง ๆ วิ่น ๆ ปัญหาที่ตามมาคือ ปัญหาการขนส่ง การลำเลียงผลผลิตค่ะ เราถึงต้องเข้าหาชาวบ้าน โดยการเช่าที่บ้าง ให้เข้าร่วมในโครงการฯ บ้าง ซึ่งแน่นอนค่ะ รัฐบาลของเขาย่อมพอใจมากกว่าที่เราจะเข้าไปทำเองเสียทังหมด เพราะอย่างน้อยนั้นคือการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนของเขา

ระบบชลประทาน อ่างเก็บน้ำ

ในพื้นที่ชลประทานเท่านั้น

ทีนี้มาตอบปัญหาของคุณชาลี ที่ถามไว้ในเอนทรี่ก่อนหน้านี้กันบ้าง ที่ว่า คนไทยสามารถเข้าไปถือครองเพื่อประกอบอาชีพได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่สามารถเข้าไปถือครองได้ค่ะ ไม่ว่าจะกี่เปอร์เซนต์ก็ตาม เพราะม้นถือเป็นการขายเอกราชเหนือดินแดนอันเป็นราชอาณาจักรค่ะ ไม่เหมือนประเทศในภูมิภาคแถบนี้บางประเทศใช้มั้ยค่ะ ที่รัฐบาลพยายามอย่างเหลือเกินที่จะขายเอกราช อ่ะ ไม่ใช่สิ !! ให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ (อย่างน้อยก็ร้อยละ 49 แล้วหละตอนนี้)

อันนี้ก็มีแต่ตอค่ะ

ในขณะที่หลาย ๆ ชาติพยายามอย่างเหลือเกินที่จะจำกัดสิทธิ์ด้านนี้ อย่าลืมนะค่ะ ถ้าเขาเป็นเจ้าของเมื่อไหร่ การที่เขาจะติดป้ายห้ามอะไรก็ตามในที่ดินของเขามันเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาค่ะ สายลมฯ ยังไม่อยากเห็นว่ามีบ้านหรือคอนโดที่ไหนในเมืองไทยติดป้ายว่า

"สุนัขและคนไทยห้ามเข้า"

อย่างกฏหมายที่น่าสนใจเกี่ยวกับการถือครองที่ดินในประเทศเพื่อนบ้านเราอีกประเทศนึงที่น่าสนใจคือ ประเทศพม่าค่ะ ประเทศพม่าออกกฏหมายมาใหม่เลยว่า หากประชาชนของเขาแต่งงานไปกับชาวต่างชาติ ให้หมดสิทธิ์ถือครองที่ดินในประเทศ รวมถึงหมดสิทธิ์รับตำแหน่งทางการเมือง (อันนี้เราคงรู้นะค่ะว่าทำไม) สายลมฯ ว่ากฏหมายตัวนี้ดีค่ะ ถึงแม้นจะเฉพาะส่วนแรกส่วนเดียวก็ตาม แต่มันเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติด้วยการเข้าครอบครองผ่านตัวแทนค่ะ

ปล. ระหว่างการ อธิปไตยของประเทศ ข้อหนึ่งคือ การมีอาณาเขตที่แน่ชัดค่ะ ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิในการเข้าครอบครองพื้นดินของคนในประเทศด้วย ตัวอย่างมีค่ะ เช่น ประเทศอิสลาเอล เป็นต้นค่ะ ซึ่งเดิมที่ไม่มีประเทศนี้บนโลกและบนดินแดนแห่งน้ำผึ้งและน้ำนมนะค่ะ ไม่เชื่อลองไปศึกษาหาที่มาของประเทศเขาดูค่ะว่าได้มาอย่างไร

กลับมาที่คำถามเรืองการเข้าครอบครองพื้นที่ทำกินตามคำถามของคุณชาลีกันต่อ เราเข้าครอบครองไม่ได้ค่ะ แต่เราสามารถติดต่อขอเช่าพื้นที่ได้ แบบไม่กำหนดระยะเวลาค่ะ จะนานเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะตกลงกัน แต่อย่างที่บอกค่ะ การทำสัญญากับคนลาวถือว่าค่อนข้างเสี่ยงอยู่อย่างมาก เพราะกฏหมายของเขายังพัฒนาตามความเจริญของประเทศไม่ทันค่ะ เพราะฉนั้นมันจึงไม่เอื้อต่อการเข้าลงทุนของแหล่งทุนจากต่างประเทศ (ถึงยังมีการเข้ามาลงทุนน้อย ทั้ง ๆ ที่ยังมีโอกาสในประเทศนี้อีกมากไงค่ะ)

ขน๋ำ กลางนา

การเข้ามาทำประโยชน์ในต่างประเทศอย่าคิดว่าเราจะได้อย่างเดียวนะค่ะ รัฐบาลเขาไม่ได้โง่ค่ะ สุดท้ายแล้วเราจะต้องเข้ามาทำประโยชน์ให้ประเทศเขาด้วยเช่นกัน ที่เห็นกันง่าย ๆ ก็คือ เราต้องมีการขนส่งลำเลียงผลผลิต เราก็ต้องจัดทำถนนอย่างน้อยก็ในโซนที่เราต้องใช้หละค่ะ ซึ่งเรืองนี้ชาวลาวก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย

การทำนายังเป็นอาชีพหลักของชาวลาว โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน

การขยายพื้นที่ทำกินและสร้างรายได้ อย่างที่บอกค่ะ ลาวมีพื้นที่มากกว่าจำนวนประชากรและมีความล้าหลังในการทำลายล้าง (สู้เรามิได้แว๊บบบเดียวราบเป็นหน้ากอง) เมื่อเราเข้าไปหักป่าถางพงให้ เขาก็จะมีที่ทำกินและมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เราเองจะอยู่ได้เท่าที่อายุสัมปทานกำหนดเท่านั้น หากไม่มีการต่อสัมปทานกัน

ประเทศนี้เป็นเป็นสังคมนิยมค่ะ ถึงจะนิยมแบบ "ประชาชน" ก็ตามนะค่ะ ย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สมัยนี้ยังดีค่ะ สมัยก่อนเมือสักสิบปีที่แล้ว สายลมฯ เคยเข้ามาช่วยเพื่อนทำโรงงานน้ำแข็งอยู่ที่นครเวียงจันทน์ น่าสนุกกว่านี้อีกค่ะ คุณจะเอาอะไรเข้าไปที่ลาวก็ทำได้ แต่เอาออกไม่ได้ ใช่ค่ะเข้าใจถูกแล้ว เขาถือว่าการประกอบธุรกิจทุกประเภทต้องได้รับการสัมปทานจากรัฐ หากหมดสัมปทานหรือเลิกทำทุกอย่างจะถูกนำเข้ารัฐอย่างไม่มาข้อแม้ค่ะ นั้นเมื่อสิบปีก่อนนะค่ะ เดี๋ยวนี้คงไม่เป็นแล้วมั้งค่ะ (เอ๊ะ !!! หรือไม่แน่)

ไปหาข้าวกลางวันกินกันก่อนค่ะ

เห็นถางป่ากันแบบนี้ถึงสายลมฯ ไม่ใช่เจ้าของประเทศนี้ แต่ก็ใจหายนะค่ะ เพราะเราาทุกคนรู้ดีค่ะว่า "พื้นที่สีเขียว" มันกำลังหายไปจากโลก แต่หากเรามองในแง่ของคนลาวแล้วหละก็ จะให้เขามารักษาพื้นที่สีเขียวไว้ให้โลก โดยแลกกับสภาพความเป็นอยู่ที่แล้นแค้น หรือยอมรับความอดยากไว้แต่เพียงผู้เดียวก็เห็นจะไม่เป็นการยุติธรรมสำหรับเขาหรอกค่ะ อย่างที่เคยบอกในเอนทรี่แล้ว ๆ มาว่า ความเจริญกำลังคืบคลานมา และมาพร้อม ๆ กับความเป็นอยู่ที่ดีขี้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้น วิถีชีวิตเดิม ๆ อาจไม่สามารถทำให้ชาวลาวอยู่ได้ในสภาพสังคมแบบนี้

กินกันง่าย ๆ ค่ะ ไอ้ที่เห็นขาว ๆ น่ะกบย่าง ล่างลงมาดำ ๆ นั้นอึ่งปิ้ง

การเข้ามา "โค่นป่า" เพื่อ "ล่าพื้นที่ทำกิน" สอนให้คนของเขาทำมาหากินได้บนพื้นแผ่นดินของตัวเอง ในหลักการที่เหมาะสม ในสภาพการณ์ที่เหมาะสม และในสัดส่วนที่เหมาะสม สายลมฯ ว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาวลาวมากกว่าค่ะ และสุดท้ายมันก็น่าจะเป็นประโยชน์กับโลกบ้าง ไม่มากก็น้อยว่ามั้ยค่ะ ในเมื่อไม่มีคนอดอยาก ก็ไม่มีคนทำลายล้างอย่างไม่สมเหตุสมผล สายลมฯ เชื่ออย่างนั้นนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สายลมที่ผ่านมา


โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net