วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวเสียมเรียบ ... ป ร า ส า ท บึ ง ม า ล า


May 16, 2008

ปราสาทบึงมาลา

ปราสาทบึงมาลาตั้งอยู่เชิงเทือกเขาพนมกุเลนด้านตะวันออกเฉียงใต้ และห่างจากเมืองพระนครไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะทางประมาณ 40กิโลเมตร อยู่บนเส้นทางโบราณที่เชื่อมระหว่างเมืองพระนครกับปราสาทพระขรรค์ แห่งจังหวัดกำปงสวาย

ความยิ่งใหญ่ของปราสาทนี้สามารถเทียบเคียงได้กับปราสาทนครวัด ทั้งด้านขนาดที่มีพื้นที่กว้างกว่านครวัด 1 ตารางกิโลเมตร การจัดวางผัง และความชำนาญของช่างฝีมือ จนได้สมญาว่า “นครวัดแห่งบูรพาทิศ”

ปราสาทบึงมาลา เป็นที่รู้จักมานานแล้ว แต่ไม่สามารถเข้าไปเที่ยวเยี่ยมชมได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากในสมัยสงครามกลางเมืองของเขมร บริเวณปราสาทอยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังเขมรแดง จึงเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด จนเมื่อองค์กร Halo Trust ได้เก็บกู้ทุ่นระเบิดจากบริเวณฯไปหมดแล้ว จึงเปิดให้เข้าชมได้เมื่อปี 2546 นี่เอง

ปราสาทบึงมาลา หรือ เบ็ง เมเลีย สันนิษฐานว่าสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เช่นเดียวกับนครวัด ในปี ค.ศ.1113-1150 แต่อาจจะก่อนสมัยของนครวัดเล็กน้อย เนื่องจากวิวัฒนาการทางด้านโครงสร้างและรูปแบบของปราสาท ยังไม่พัฒนาแบบถึงจุดสุดยอดในเรื่องรูปแบบโครงสร้างเหมือนที่นครวัด ระยะทางโดยรอบของปราสาทแห่งนี้ มีความยาวประมาณ 1,000 เมตร และกว้างประมาณ 850 เมตร และมีคูน้ำกว้างประมาณ 100 เมตร ล้อมรอบตัวปราสาททั้งสี่ด้าน

หากปราสาทตาพรมและปราสาทพระขรรค์สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยวจากรากต้นสะปงที่เกี่ยวโยง เกาะกุมตัวปราสาทเป็นที่อัศจรรย์แล้ว ปราสาทบึงมาลาเชื่อว่าจะให้ความตื่นเต้นมากกว่า เพราะปราสาทไม่เคยผ่านการบูรณะมาก่อนเลย จึงยังปกคลุมด้วยป่าและต้นไม่ใหญ่มากว่า 800 ปี .. จินตนาการไป ..เหมือนกับนิทรานครในหนังสือนิยายขายดีของคุณพนมเทียนเรื่อง “เพชรพระอุมา”

ชื่อปราสาทมาจากลวดลายดอกไม้ที่สลักเสลาตามเสาติดผนังของกรอบประตู ประกอบกับมีสระหรือบรายล้อมรอบปราสาททั้งสี่มุม (ปัจจุบันเหลือ 3 สระ คือ สระแก้ว สระบายกรีม และสระสวายกอง) ชาวบ้านที่มาเห็นจึงเรียกว่า “เบ็งมาเลีย” หรือบึงมาลา

บริกซ์ (Lawrence Palmer Briggs) ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เขมรโบราณ สันนิษฐานว่าที่นี่เป็นต้นแบบของนครวัด และเชื่อกันเช่นนี้มานานเกือบหนึ่งศตวรรษ จนกระทั่งปัจจุบันมีนักโบราณคดีเขมร จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ กรุงพนมเปญ (Royal University of Phnom Penh)  ชื่อ พลอง พิสิธ (Phlong Pisith) ศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับลักษณะศิลปะ และวิธีการก่อสร้างปราสาทบึงมาลา เชื่อว่าปราสาทนี้สร้างขึ้นหลังปราสาทนครวัด แม้ว่าจะมีรายละเอียดลวดลายการแกะสลักทับหลัง หน้าบัน รวมถึงรูปนางอัปสรจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าปราสาทหลังนี้ต้องสร้างก่อนปราสาทนครวัดตามความเข้าใจเดิม

ตั๋วเข้าชมปราสาท ราคา 5 USD.

ตัวปราสาทจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แต่การเดินทางเพื่อชมปราสาทนี้ในปัจจุบัน จะเข้าชมทางด้านทิศใต้ เนื่องจากถนนจะตัดผ่านปราสาทด้านนี้เท่านั้น

ทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาททางประตูด้านทิศใต้โดยสองข้างทางก็จะทำเป็นสะพานนาคราช ยาวตลอดทางเดินจนถึงตัวโคปุระชั้นที่สอง


สิงห์ตัวนี้ คงยืนมานานเกือบพันปีแล้ว เลยเกิดอาการเมื่อย

ปรางค์ประธานได้ถล่มลงมาหมดแล้ว

โคปุระชั้นทีสอง ทิศใต้

หน้าบันรูปพระอินทร์ ทรงช้างเอราวัณ ซึ่งรูปลักษณะนี้จะเห็นในแทบทุกปราสาทของปราสาทขอม เพราะว่าพระอินทร์เป็นเทพประจำทิศตะวันออก เมื่อเห็นหน้าบันที่มีรูปพระอินทร์ สถิตอยู่แห่งใด ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าด้านนั้นคือทิศตะวันออกค่ะ

ห้องสมุด หรือ บรรณาลัย อยู่ทางทิศเหนือของปราสาท จะเห็นว่ามีทางเดินยกพื้นสูงรองรับด้วยเสาหินทรงกลม คล้ายกับที่ปราสาทบาปวน

โลงศพหิน .. หรืออะไร?

ความปรักหักพังขององค์ปราสาททำให้การเดินเข้าไปชมความงามของที่แห่งนี้ทำได้ลำบาก ต้องใช้เวลามากมายในการเดินชม แต่ก็ให้ความรู้สึกและได้อารมณ์ของการผจญภัยการสำรวจปราสาทที่ยังไม่เป็นที่รู้จักได้ดีทีเดียว

ปัจจุบันองค์การอัปสราได้เข้ามาดูแลปราสาทแห่งนี้แล้ว โดยทำเป็นสะพานไม้ระยะทางประมาณ 200 เมตร เป็นทางเดินเข้าไปชม .. เดินประเดี๋ยวเดียวเราก็อยู่บนหลังคาปราสาทกันแล้ว ..น่าชมเชยวิธีการที่เขมรพยายามรักษาโบราณสถานจากการถูกทำลายเพิ่มเติมจากการท่องเที่ยว เมืองไทยน่าจะไปศึกษาและนำมาเป็นตัวอย่างในการเข้าเยี่ยมขมโบราณสถานในไทยบ้าง

การเดินชมปราสาทของนักท่องเที่ยวจะมีเจ้าหน้าที่ขององค์กร อัปสรา คอยอำนวยความสะดวก และให้การช่วยเหลือในยามที่เราต้องปีนป่าย ห้อยโหน .. ไม่มีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้มาคอยสอดส่องกลัวเราขโมยวัตถุโบราณ .. ตรงกันข้ามกลับสร้างความรู้สึกดีๆ ว่าชาวเขมรเต็มไปด้วยน้ำใจ มิตรไมตรี ที่พร้อมจะหยิบยื่นให้กับผู้มาเยือน อย่างเต็มอกเต็มใจ

ทับหลังสวยๆจำนวนหนึ่งที่พังทลายลงมา แต่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก …. อันนี้เป็นหน้าบันรูปนารายณ์กวนเกษียรสมุทร ฉบับย่อ สังเกตดูรูปเต่าปางกูรมาวตารนะคะ น่ารักดีมาก

พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

พระกฤษณะสังหาร นาคกาลิยะ .. ซึ่งสวยมากๆๆๆๆๆ .. นอกจากนี้ยังมีภาพสลัก กำเนิดพระพรหม พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ สมโภชน์พระลักษมี ฯลฯ

ซากปรักหักพังของปราสาทบึงมาลา สร้างบรรยากาศลึกลับ ตื่นเต้นแก่ผู้ไปเยือน

ต้นไม้ขึ้นอยู่ตามตัวปราสาทต่างๆ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการเดินขมปราสาทบึงมาลาคือ บรรยากาศของปราสาทหลงสำรวจ … หากต้องจินตนาการถึงภาพนครวัดที่ อองรี มูโอต์ ได้พบเมื่อว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร น่าจะทำได้ง่ายที่สุดด้วยการมาชมปราสาทบึงมาลา ที่น่าจะมีบรรยากาศนั้นอยู่ครบถ้วน

รูปอัปสราที่ปราสาทนี้ค่อนข้างหายากมาก เนื่องจากปราสาทได้พังไปพอสมควร ส่วนรูปที่เหลืออยู่ก็โดนลมโดนฝน กัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ ในรูปนี้อัปสราจะนุ่งผ้าแบบมีจีบเหมือนกระโปรงพลีท คล้ายกับอัปสราที่เขาพนมบาแค็ง

หลังคาโคปุระที่พังราบลงมาอยู่ที่พื้นดิน … ทับหลังกองระเกะระกะอยู่ตามจุดต่างๆ … บรรยากาศเขียวครึ้มด้วยร่มไม้ใหญ่ .. ตะไคร่ที่จับอยู่ตามรูปสลักจนเขียวไปหมด .. นี่คือเสน่ห์ และความงามของปราสาทบึงมาลา

Note : ขอบคุณบทความและรูปบางรูปจาก หนังสือ คู่มือนำเที่ยวนครวัด นครธม

        และ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E3560128/E3560128.html

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net