วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เวียดนาม ... วั ด เ นิ น ห ย ก และ ท ะ เ ล ส า บ คื น ด า บ


May 17, 2008

วัดเนินหยก และทะเลสาบคืนดาบ

วัดหงอกเซิน (Den Ngoc Son, Jade Mountain Temple) ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในทะเลสาบทะเลสาบกลางเมืองเก่าของฮานอย ล้อมรอบด้วยทะเลสาปโฮ ฮว่าน เกี๋ยม (Hoan Klem Lake .. Lake of the restored sword) หรือทะเลสาบคืนดาบ อันสวยงาม .. ใครยังไม่ชินกับถนนหนทางในฮานอยสามารถใช้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดสังเกตได้สบาย เพราะไม่ว่าจะหลลงอย่างไร ให้ถามหา “ฮวนเกี๋ยม” ชาวเวียดนามจะชี้ให้คุณมาถึงได้โดยไม่ยากเย็น

ที่นี่ มีสะพานไม้สีแดง ที่มีชื่อแสนไพเราะว่า สะพานเทฮุก (The Huc) หรือสะพานรุ่งอรุณ ข้ามเพื่อเข้าไปในวัดหง็อกเซิน ซึ่งชาวไทยคุ้นหน้า คุ้นตาดี และทุกคนที่มาฮานอยจะต้องไปยืนบนสะพานแห่งนี้ เพื่อถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

ก่อนข้ามสะพานต้องผ่านทางเข้าเล็กๆ 2 ชั้น ซึ่งทาสีขาว และมีลวดลายสัตว์มงคลต่างๆสีสันสดใส มองเผินๆคล้ายศิลปะจีน แต่ของเวียดนามจะใช้สีที่แตกต่างกว่า เช่น สีเหลือง ฟ้า ขาวม่วง ชมพู

เมื่อข้ามสะพานไปที่เกาะ จะเป็นวัดหง๊อกเซิน ซึ่งเป็นวัดขนาดเล็ก ภายในวัดมีวิหารชั้นเดียว สถาปัตยกรรมแบบจีนอย่างที่เราคุ้นเคย หรือเห็นในหนังจีนกำลังภายใน

สถาปัตยกรรมของวิหารเป็นอาคารที่แสดงถึงอิทธิพลของจีนที่มีต่อประเทศนี้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับสถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งอื่นๆ ด้วยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 432 อาณาจักรเวียดนามตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนนานกว่าพันปี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สิ่งก่อสร้าง อาหารการกิน จะคล้ายกับจีนอยู่มากจนแทบแยกไม่ออกว่าอันไหนที่เป็นของเวียดนามแท้ๆ

ภายในบริเวณวิหาร จัดบริเวณแท่นสำหรับบูชาเทพเจ้า มองดูคล้ายๆกับศาลเจ้าในเมืองไทย

ด้านข้างประตูซึ่งจะนำไปสู่วิหารชั้นใน เป็นที่ตั้งของระฆังขนาดย่อม ไม่ทราบวัตถุประสงค์เหมือนกันว่าใช้ในการประกอบพิธีกรรมหรือไม่

วิหารชั้นใน มีแท่นบูชาเทพเจ้า .. เนื่องจากเวียดนามได้รับอิทธิพลจากจีนมาเนิ่นนานในอดีต .. รวมถึงคติความเชื่อทางศาสนา คนเวียดนามไม่น้อยจึงนับถือลัทธิความเชื่อเรื่องเทพเจ้าแบบเดียวกับคนจีนไปด้วย ..เห็นผู้คนมากราบไว้กันหนาตา ..

ผู้คนพากันมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องสักการะ และขอพร

ภายนอกวิหารศักดิ์สิทธิ์ มีศาลารูปทรงแปดเหลี่ยมแบบจีนให้ได้นั่งพัก อ่านหนังสือ หรือแค่ทอดสายตาออกไปยังทะเลสาปสีเขียว สมชื่อเนินหยก

เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในทะเลสาบ จึงมีมุมสวยๆที่ประดับประดาด้วยไม้ดัดรูปทรงงดงาม ให้เลือกนั่งพักผ่อนชื่นชมกับความงดงามของทะเลสาบที่อยู่รายรอบ หรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

หากมองเข้าไปกลางทะเลสาบจะมองเห็นเจดีย์โบราณโผล่พ้นน้ำขึ้นมา สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า  ทาพรัว (Thap Rua) ซึ่งหมายถึงหอคอยเต่า ในยามเปลี่ยนฤดูกาล หากโชคดีจะได้เห็นเต่าขนาดใหญ่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาอวดโฉมให้ผู้คนได้เห็นกัน

นอกจากไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลแล้ว ไฮไลท์อีกอย่างของที่นี่คือ เต่ายักษ์ (เพ่งพินิจอยู่หลายครั้ง ฉันก็ยังมีความเห็นว่า มันคือตะพาบน้ำ ไม่ใช่เต่า ..) ที่สตั๊ฟไว้ในตู้กระจกแทนสัญลักษณ์ของเต่าที่มารับดาบคืนไป โดยมีตำนานเล่าขานมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงที่มาของเต่าและทะเลสาบว่า จักรพรรดิ เลไทโต (Le Thai Yo) แห่งราชวงศ์เลย์ผู้ตั้งกรุงฮานอยเป็นราชธานี ได้ดาบอาญาสิทธิ์มาจากเต่าตัวหนึ่งในทะเลสาบนี้ เพื่อต่อสู้กับกองทัพจีนเป็นเวลาถึง 10 ปี จนสามารถขับไล่กองทัพจีนออกไปได้ และปลดปล่อยเวียดนามให้เป็นอิสระจากจีน หลังจากนั้นพระองค์จึงลงเรือไปกลางทะเลสาบแห่งนี้ เพื่อคืนดาบศักดิ์สิทธิ์ให้กับเต่า ตามตำนานเล่าว่า เต่าได้คลานขึ้นมาคาบดาบไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วว่ายหายไปในทะเลสาบ

เต่าที่สตัฟฟ์ไว้เป็นเต่าที่ชาวฮานอยพบในทะเลสาบเมื่อหลายปีมาแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเต่าตัวเดียวกับในตำนานหรือไม่ แต่ว่ากันว่า ยังมีเต่ายักษ์อีกตัวที่ชาวฮานอยพบว่ายังมีชีวิตอยู่ในทะเลสาบ ส่วนดาบนั้นอยู่ที่ใด .. ไม่มีใครรู้

ด้านนอกของวัด มีร้านขายของที่ระลึก .. คุณยายนั่งขายของเล่น ที่เห็นแล้วนึกถึงอาจารย์เจี๊ยบเลยค่ะ

รอบๆทะเลสาบล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่แกว่งก้านไปมา มีม้านั่งให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้นั่งชื่นชมความงามของทะเลสาบ .. คุณลุงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายใจ คุณยายนั่งเล่นดูมีความสุขมาก

รถสีสวยขายกาแฟและเครื่องดื่ม ที่มุมหนึ่งของทะเลสาบ ดูน่ารักมากค่ะ

ห้องน้ำ .. มีบริการที่ริมทะเลสาบนั่นเองค่ะ

เดินมาอีกสักพัก … ผ่านหัวมุมถนนที่มีตำรวจกำลังอำนวยการเรื่องการจราจรอยู่บนแท่นเล็กๆ มีร่มกางให้ด้วย .. แท่นและร่มสามารถเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆได้ เป็น Mobile Unit ค่ะ

ในฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์

ฉันซื้อโปสการ์ดมาหลายใบ เลยถือโอกาสส่งให้ตัวเอง และเพื่อนพ้องที่คุ้นเคยกันสักหน่อย ค่าส่งโปสการ์ดถึงเมืองไทย 7,500 ดองค่ะ

ภายในที่ทำการไปรษณีย์ยังมีเคาร์เตอร์ขายโปสการ์ด และแสตมป์เพื่อการสะสมด้วยค่ะ .. ชอบใจซองแรกจำหน่ายอันนี้ที่เห็นโชว์ไว้ในตู้ ขอซื้อ แต่พนักงานขายบอกว่าเคยมีคนยุโรปให้ราคา 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐแล้ว แต่เจ้าของไม่ขายค่ะ .. ขอโชว์อย่างเดียว

ที่รอบๆทะเลสาบ ฮว่านเกี๋ยวแห่งนี้ รู้มาว่าถ้าได้ลองมาเดินชมวิถีชีวิตยามเช้าของผู้คน พร้อมสูดโอโซนบริสุทธิ์ไปด้วยจะดีมากทีเดียว พอตกเย็นวัยรุ่นหนุ่มสาวจะพากันมานั่งกินขนมจากร้านข้างๆทะเลสาบกันเป็นกลุ่ม ดูน่ารัก น่าเอ็นดูมาก และมีผู้คนมาพักผ่อนออกกำลังกายกันทั้งหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ ..

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net