วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๘


๘.นพดารา

          เรื่องมันกลับตาลปัตร เมื่อคุณนายแดงยิหวากลายร่างเป็นแข็งทื่อ เหมือนอนุสาวรีย์ หรือรูปปั้นที่ยืนผงาด เงื้อง่า      ในท่าเตรียมตบอยู่นั้น  คุณนพดลผู้กลายเป็นคนพิกลพิการอยู่แต่แรก  กลับลุกขึ้นมาจากรถเข็น  รวดเร็วเกินใครจะคาดคิด  เขาออกแรงผลักร่างภรรยาสุดที่รัก จนร่างของเธอล้มคว่ำลงไป

              ล้มลงไปเหมือนรูปปั้นที่ยังกางแขนกางขาค้ำยันตัวเองไว้ในท่าโยงโย่โยงหยก จนทุกคนตะลึงจังงังอยู่เป็นครู่

             เมื่อทุกคนได้สติเหตุการณ์ก็โกลาหลเหมือนเกิดจราจลน้อย ๆ ขึ้นในบ้านหลังใหญ่  รินระวี ถลาเข้าไปประคองร่างของนายสาว  มีสองชายอดีตนายตำรวจ  และทนายความเข้าช่วยเหลือ  กิมหมวยชี้ไม้ชี้มือ ส่งเสียงเอะอะ  นำพาพวกเขาเข้าไปในบ้าน 

            "ให้เธอนอนตรงนี้เถอะค่ะ"

          กิมหมวยว่าพลาง  เรียกหายาดม ยาหม่อง ยาหอมวุ่นวาย พลางช่วยรินระวีบีบนวดร่างคุณนายคู่อริ  ด้วยความร้อนกอร้อนใจห่วงใยจนเห็นได้ชัด

          ส่วนคุณหญิงกับหลานสาวมัวดีใจเห็นคุณนพดลเหมือนหายเป็นปกติ  ลุกขึ้นมาออกแรงผลักเพื่อปกป้องลูกสาว  แต่แล้วเขากลับนั่งลงเฉยเมย  เป็นทองไม่รู้ร้อน  เหมือนไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

        จะเป็นสัญชาตญาณของพ่อที่ต้องการปกป้องลูก  หรืออะไรก็แล้วแต่  แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนเองได้แล้ว  คุณหญิงละล่ำละลักเรียกลูกชาย  ส่วนนพดาราก็ร้องว่า  พ่อ...พ่อจ๋า  ขณะอลันสามีของสายคำโผล่หน้ามาจากไหนไม่รู้มาดูคุณนพดลด้วยความงงงันอีกคน

          คนทั้งบ้านส่งเสียงกันเอะอะ  บ้างบอกกันให้โทรหาหมอ เรียกตำรวจ  บ้างว่าอย่าดีกว่า  ตำรวจเมืองนี้พูดกันไม่รู้เรื่อง  หลายคนเรียกหาน้ำร้อน น้ำเย็น ผ้าชุบน้ำ  ยาดม ยาลม ยาหม่องดูราวกับเกิดจราจลย่อย ๆ

          มีแต่สายคำ  ในท่ามกลางสถานการณ์แบบนั้นเธอกลับทำตัวล่องหนหายตัว  หายเข้าไปอยู่ในห้องลับตาคน  แล้วพูด ๆ ๆ กับกำมือของตนเอง เหมือนคนพูดกับโทรศัพท์มือถือ

          "ทำอย่างนั้นไม่ได้นะดอลลี่  ดูซีมันวุ่นวายไปหมดเลย"

             เงียบไม่มีเสียงตอบออกมา  แต่สายคำก็รู้ว่าเพื่อนผู้แฝงอยู่ในเปลือกหอยอายุหลายหมื่นปีของเธอยังฟังอยู่  จึงตั้งหน้าตั้งตาอ้อนวอน  หวังให้ดอลลี่ใจอ่อนเหมือนเมื่อตอนเกิดเหตุกับคุณนพดลเมื่อสามวันก่อน  ที่บ้านของเธอในริงการูมา  ดอลลี่เปล่งแสงออกมายิงใส่คุณนพดลจนเขาฟุบไปกับโต๊ะ  จนต้องเรียกหน่วยฉุกเฉินมารับตัวเขาด่วน  และหมอก็บอกว่าเขาเกิด  Heart  attack อย่างกะทันหัน ดีแต่ว่าช่วยเหลือได้ทันท่วงที  เขาจึงฟื้นโดยเร็ว  และกลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ในเวลาเพียงสามวัน

        แต่ใครจะรู้เท่าสายคำว่า  เหตุที่เกิดกับเขานั้นเป็นเพราะดอลลี่เองทำร้ายเขา  และสายคำก็เพียรอธิบายอ้อนวอน ดอลลี่จึงยอมปล่อยเขา  แม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่หมอก็ตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในตัวเขาเพียงแต่ในพักฟื้นอยู่บ้าน  และเรียกหมอทันทีที่เกิดเหตุผิดปกติ

       เหตุผลของดอลลี่ที่ทำร้ายคุณนพดลก็เพราะ  ลายสักรูปสัตว์บนแขนทั้งสองข้างของเขา  ที่สายคำแอบดูแล้วบอกว่าลายแบบนั้นผู้ชายไทยทั่ว ๆ ไปที่ชอบความขลังก็สักได้  แต่ดอลลี่เห็นว่ามันเกิดจากจิตผูกพันมาแต่ชาติปางก่อนทำให้เขาปรารถนาจะมีตราสัญลักษณ์นั้นไว้ในตัว  มันเป็นสัญลักษณ์แห่งเผ่าตระกูลของเขาใจชาติปางก่อน 

       "นั่นคือรูปแมวน้ำ"

        ดอลลี่ว่าอย่างดื้อดึง  แต่สายคำว่า มันเป็นรูปมังกร  หรือไม่ก็พญานาค  เป็นสัตว์ในตำนานที่คนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างนับถือ

        "ปล่อยเขาไปเถอะนะดอลลี่  แล้วเราค่อยหาทางพิสูจน์ทีหลัง"

        "งั้นก็ได้แต่ฉันยังไม่ให้เขากลับเมืองไทยหรอกนะ"

        ก็ยังดีสายคำโล่งอก  อย่างน้อยคุณนพดลก็ไม่ตาย  สายคำไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้เห็นในการฆาตรกรรมไม่ว่าในกรณีใด ๆ แม้จะเห็นใจเพื่อนต่างภพที่บอกว่า  นางวาตามูติยา  จำได้ และเล่าให้ฟังเสมอสมัยยังเป็นเด็กและอาศัยอยู่ในบ้านดอกเตอร์จาคอบ

       "ชาวเผ่าทุกคนในยุคของแม่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะมีตราสัญลักษณ์ประจำเผ่า หรือตระกูลสักไว้บนร่างกาย ตรานั้นอาจเป็นรูปสัตว์ ภูเขา ต้นไม้  ก็ได้  และคนที่มีรูปสลักแมวน้ำบนท่อนแขนหยาบคายคนหนึ่งก็ยื่นแขนนั้นมาแย่งเอาลูกน้อยของนางไปโยนเข้ากองไป  แม่ยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน"

       "แม่เธอเห็น  แต่เธอไม่เห็นนี่นะดอลลี่  ดังนั้นมันจึงไม่กระจ่างว่าคุณนพดลในชาติปางก่อนจะเป็นคนคนนั้น  ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแล้ว ว่ารูปนั้นอาจเป็นมังกร หรือพญานาค หรือสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง  และไม่คิดหรอกว่าการที่คุณนพดลสักรูปนี้ลงไปในร่างกายจะมีความหมายอย่างที่เธอว่าแก่เขา  อาจเป็นการลองทำเล่นโก้ ๆ สมัยเป็นหนุ่มวัยคะนองของเขาเท่านั้น"

        ดอลลี่ยอมใจอ่อนตามเหตุผลของสายคำ  แต่สำหรับรายของคุณนายแดงยิหวา สายคำเห็นว่าไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับรูปสัญลักษณ์เลย

       "มีซี "  ดอลลี่เถียงขึ้น  "มีรอยพระจันทร์เสี้ยวอยู่ที่ใต้นมเบื้องซ้ายของผู้หญิงคนนั้น  ฉันเห็นแล้ว"

       "แล้วทำไมต้องทำร้ายผู้หญิงที่มีรูปนั้นในร่างกายด้วยเล่า"  สายคำชักขึ้นเสียง  แม้เธอจะปวดร้าวในปัญหาของดอลลี่แต่เธอก็มีความสงสาร  และเห็นใจคนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมารับโทษด้วย

        "เธอไม่รู้หรอกสายคำ  ว่าสัญลักษณ์นั้นเป็นรูปรอยที่ทำขึ้นประจำตัวผู้หญิงเผ่าทางใต้  และมีผู้หญิงคนหนึ่งในเผ่าบรูนี่ที่ใช้สัญลักษณ์นี้ทำตัวเป็นผู้ช่วยคนขาวผู้รุกราน ออกโอ้โลมหว่านล้อม เก็บ กวาด ต้อนเอาชาวทัสมาเนียทั้งหลายไปอยู่รวมกันในสถานกักกันบนเกาะในช่องแคบแบส  สถานที่หลังความตาย  พวกเขาถูกทำร้ายดวงวิญญาณจนบาดเจ็บล้มตาย  ลงหมดสิ้น  ก็ด้วยความช่วยเหลือของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สวยงาม คนนี้  เธอชื่อ ทรูกานินี..."

        "ป้าคะ..."

นพดาราโผล่พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนจนลืมมรรยาท ไม่เคาะประตูก่อน  สายคำตกใจจะห้ามดอลลี่ไว้ก็ไม่ทัน  และอันที่จริงหากดอลลี่จะหยุด เธอก็ไม่พักต้องรอให้สายคำคอยห้ามอยู่แล้ว  ดังนั้นเธอจึงไม่นำพาว่าจะมีบุคคลอื่นมาร่วมรับรู้ด้วยหรือไม่  เรื่องราวของเธอจึงยังคงหลั่งไหลเป็นสายน้ำ  จนผู้เข้ามาใหม่ต้องระงับคำพูดของตนเองไว้  และเงี่ยหูฟังด้วย

        "ผู้หญิงคนนั้นชื่อทรูกานินี  หล่อนเคยนำผู้ชายคนนั้น  โรบินสัน  กับคณะสัมพันธมิตรขาวดำสู่ศิวิไลซ์ของเขาไปที่กระท่อมของฉันที่ชายป่าขอบฟาร์มแกะ  ตอนนั้นฉันอยู่กินกับ โทมัส จอห์นคิงแล้ว และมีลูกด้วยกันสองคน  เป็นช่วงเวลาแห่งสงคราม Black  War ทีชาวทัสมาเนียทั้งปวงลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อทวงเอาทุ่งล่าสัตว์ของเผ่าเขาคืนจากผู้รุกราน และชาวเผ่าบางเผ่าก็ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากคนขาวนอกกฎหมายบางคน เหตุการณ์จึงลุกลามใหญ่โต  คนขาวได้รับอนุญาตให้ติดอาวุธได้ทุกคน  และสามารถฆ่าชาวเผ่าได้โดยไม่ต้องถามหาสาเหตุ  บางคนจึงเห็นเป็นเกมกีฬาในการล่าหัวคน  โรบินสันก้าวเขามาขอเจรจาสงบศึก  และหวังดีอยากช่วยชีวิตชาวเผ่าให้อยู่รอด  จึงพยายามออกกวาดต้อนพวกเขาไปไว้รวมกัน  โดยมีหญิงสาวแสนฉลาดและสวยงามอย่างทรูกานินีช่วยเหลือ  งานของเขาจึงสำเร็จลง  แต่การณ์กลับเป็นว่าชาวคณะนี้กวาดต้อนพาผู้คนไปกักขังไว้ในดินแดนแห่งความตาย ..."

        เสียงดอลลี่ขาดหายไปด้วยความเศร้า  สายคำได้แต่ทวนชื่อนั้นเบา ๆ ว่า

        "ทรูกานินี"

       แต่เด็กสาวผู้เข้ามาใหม่กลับเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้นว่า

      "หนูเคยเรียนประวัติศาสตร์  คุณครูยังเคยจัดรายการศึกษานอกสถานที่  พาเราเรียนรู้เรื่องนี้ที่เกาะนั้นมาแล้วค่ะ  โรงเรียนของพี่ บอล ลูกชายของคุณป้าก็เคยจัดนี่คะ  เรายังเคยคุยกันเลยว่าที่นั่นมีแต่เรื่องเศร้าของอดีต"

       เด็กสาวดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเข้ามาเรียกสายคำด้วยธุระใด  เธอมองดูตลับดอลลี่ในมือสายคำด้วยสายตาแสงความตื่นเต้น สงสัย ใคร่รู้  สายคำจึงต้องส่งให้เธอลองสัมผัสดู  แล้วเล่าเรื่องราวให้นพดาราฟังคร่าว ๆ

      มันเป็นเรื่องแปลก  สายคำเคยตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ให้กิมหมวยผู้เป็นแม่ของนพดาราฟัง ตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว  แต่เกิดเหตุฉุกละหุกจนไม่มีโอกาสดีพอ  การณ์กลับเป็นว่าลูกสาวคนสวยของกิมหมวยมารับรู้ด้วยเหตุบังเอิญแทน

      โดยพื้นฐานแห่งการศึกษา  และสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมาแล้ว  นพดาราเริ่มเรียนหนังสือโรงเรียนอนุบาล และประถมต้นที่โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ  ก่อนมาเรียนที่นี่เด็กสาวก็ถูกส่งไปเรียนโปรแกรมเข้มทางภาษาหลายแห่ง  หลายประเทศ  ทุกช่วงปิดเทอม  ความคิดความอ่าน ความเชื่อทั้งปวงจึงเป็นแบบสมัยใหม่โดยสิ้นเชิง

    แต่นพดาราก็เหมือนเป็นคนมีสองด้าน  ด้วยความหว้าเหว่ที่ขาดความใกล้ชิดกับพ่อ  ทำให้ติดแม่  และญาติ ๆ เพื่อน ๆ ของแม่ รวมถึงติดการอ่านเรื่องเพ้อฝัน จินตนาการแบบนางฟ้า เจ้าหญิง เจ้าชาย แม่มด ทั้งปวง ทำให้เรื่องราวของดอลลี่ เพื่อนของป้าสายคำเป็นประสบการณ์ใหม่ที่บรรจุเอาความรัก ความสงสารเบียดแทรกเข้าไปอยู่ในซอกสมอง และดวงใจโดยง่ายดาย

       "หนูอยากมีส่วนช่วยป้า และดอลลี่ด้วยค่ะ"

        สายคำถึงกับคว้าเอาร่างสูงเพรียวแขนขาเก้งก้างนั้นเข้ามากอด

        มนุษย์เรานั้นแม้จะอยู่ในสถานการณ์ใด  หากมีพื้นฐานจิตใจที่ดีงาม  มีความรัก ความอ่อนโยนในจิตใจอยู่แล้ว  ความเป็นมนุษย์ก็ย่อมแผ่รังสี ฉายส่องออกมาได้เสมอ

       ดอลลี่ก็มีจิตใจของความเป็นมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  เมื่อถูกขอร้องให้ปล่อยคุณนายแดงยิหวา  เธอจึงยอมลดทิฐิลงมาแม้ไม่ทั้งหมด  ก็ดีกว่าไม่มีเลย

       นพดาราถอนหายใจยาว  โล่งอก  เพราะเหตุผลที่เธอหน้าตื่นเข้าห้องมาจนลืมมรรยาท  ไม่เคาะประตูก่อนนั้นก็เพื่อมาขอให้คุณป้าออกไปช่วยกันกับคนอื่น ๆ ปรึกษาหารือ หรือช่วยบีบนวด บรรเทาทุกข์ให้คุณนาย ผู้ซึ่งนอนลืมตาโพลงยกแขน กางขาในท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลาหลายนาทีแล้ว

      "ที่หนูรีบร้อนมานี่ ก็ด้วยเหตุผลนี้แหละค่ะ อยากให้คุณป้าออกไปช่วยกันดูแลคุณป้าแดงยิหวา  ว่าเราควรทำอย่างไรกันดี  แม่หนูตัดสินใจไม่ได้ว่าควรส่งหมอดีไหม"

      น้ำเสียงของเด็กสาวบอกให้รู้ว่าเธอหายโกรธผู้หญิงคนนั้นแล้ว  กลับมีความห่วงใย เห็นใจขึ้นมาแทน  ซึ่งไม่ใช่สิ่งผิดปกติของคนไทยที่พลัดบ้านพลัดเมืองมาอยู่ในดินแดนแสนไกลอย่างนี้  เมื่อเห็นคนไทยด้วยกันเดือดร้อน มักมีใจต่อกันเป็นพิเศษ ช่วยเหลือ เจือจุนกันและกันเป็นประจำอยู่แล้ว

      ดอลลี่เองก็ใจอ่อนลงด้วยความเห็นใจเพื่อนสาวต่างวัย ต่างภพทั้งสอง  ธาตุแท้ของความเป็นผู้หญิงก็มักใจอ่อนเสมอ  กระนั้นดอลลี่ก็เชื่อในสิ่งที่ตนรู้  โดยที่คนที่มีชีวิตอยู่ไม่สามารถรู้ได้  จึงยังหมายมาดว่าคุณนายดวงยิหวาต้องได้คืนเพียงพลกำลังทางกายเท่านั้น  ส่วนจิตใจ และดวงวิญญาณต้องถูกควบคุมไว้ก่อนโดยสิ้นเชิง

     เมื่อป้าหลานโผล่เข้าไปในห้องจึงได้เห็นคุณนายลุกขึ้นมานั่ง  ใช้มือกุมขมับอย่างงง ๆ อยู่บนเตียงแล้ว

๐๐๐๐๐๐๐๐

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

        

      

 

         

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net