วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเที่ยว.....ญี่ปุ่น 3


หลังจากที่อาบน้ำออนเซ้นสบายตัวแล้วก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นสามค่ะ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิยามามากค่ะ  ไกด์บอกว่ามองไปจะเห็นวิวภูเขาไฟด้วย แต่เนื่องจากฝนตกอากาศปิด เราก็เลยไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิเลยค่ะ  ก็ยังนึกอยู่ว่าเดี๋ยวฝนก็หยุดแล้วเราก็จะได้ไปขึ้นไปบนภูเขาไฟถึงชั้นที่5ตามโปรแกรม แต่โชคไม่เข้าข้างเราเลยค่ะ
 

ฝนตกตลอด ทำให้เราขึ้นไปไม่ได้แม้กระทั่งชั้นที่หนึ่ง เพราะหิมะตกอยู่บนภูเขาไฟ ข้างล่างก็ฝนตกตลอดเราก็เลยได้อยู่แค่ในศูนย์ข้อมูลภูเขาไฟฟูจิยามา มีนิทรรศการเกี่ยวกับภูเขาไฟ มีการจำหน่ายของที่ระลึก นั่งชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับภูเขาไฟไปหนึ่งรอบแล้วก็มาเดินไปเดินมาอยู่ในศูนย์นี้เพราะเราจะรับประทานอาหารกลางวันแถวๆนี้ค่ะ แล้วไกด์เขาจองไว้สิบเอ็ดโมง

ภูเขาฟูจิ (「富士山」, Fuji-san, – ฟุจิซัง?) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว โดยในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นจากโตเกียวได้ ในปัจจุบันภูเขาได้ถูกจัดโดยนักวิทยาศาสตร์อยู่ในลักษณะของภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ โดยภูเขาไฟระเบิดครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ใน ยุคเอโดะภูเขาฟูจิ มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า "ฟุจิซัง" ซึ่งในหนังสือในสมัยก่อนจะถูกเข้าใจผิดเรียกว่า ฟุจิยะมะ (ฟูจิยาม่า) เนื่องจากตัวอักษรคันจิตัวที่ 3 (山) ที่สามารถอ่านได้สองแบบ ทั้ง ยะมะ และ ซัง


พอใกล้ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันเราก็นั่งรถมาที่ร้าน บรรยากาศดีเชียวค่ะ ตกแต่งแบบสวนญี่ปุ่นแต่ฝนตกค่ะ เลยไม่กล้าออกมาเดิน อาหารเป็นแบบปิ้งๆย่างๆแต่พิเศษตรงที่เราจะปิ้งย่างกันบนหินภูเขาไฟค่ะ หน้าร้านมีหินภูเขาไฟสีดำกองไว้เต็มเลย รับประทานเสร็จแล้วเจ้าของร้าน แม่ครัว คนเสริฟก็จะออกมายืนส่งลูกค้าโค้งแล้วก็โบกมือจนกระทั่งรถเราลับสายตาไปเลยค่ะ

นั่งรถชมวิวไร่ชามาตลอดทาง ที่จะเห็นบ่อยๆก็คือเตาเผาขยะค่ะ บ้านเมืองญี่ปุ่นสะอาดเพราะมีระบบจัดการกับขยะอย่างดี แล้วก็มีการนำขยะไปถมทะเลจนเป็นจังหวัดใหม่ด้วยค่ะ ชื่อว่าจังหวัดชิบะ  บางช่วงก็เป็นทุ่งนาแปลงเล็กๆ บางแปลงก็อยู่ติดบ้านเลยนะคะ พึ้นที่ใช้สอยในญี่ปุ่นมีน้อยก็เลยต้องปลูกช้าวกันติดบ้านเลยค่ะ ไกด์เล่าให้ฟังว่าญี่ปุ่นเขาดูแลชาวนาดีมาก เพราะเขาถือเป็นเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การมีชาวนาทำให้ประเทศมีอุดมสมบูรณ์ เพราะถ้าเกิดสงครามหรือเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเขาก็ยังมีข้าวเพียงพอต่อการบริโภค เมื่อไหร่บ้านเราจะคิดอย่างนี้บ้างหนอ

ระหว่างทางที่เรานั่งรถมาฝนหยุดตกแล้วค่ะ นางสาวฟูจิก็เริ่มเปิดเผยโฉมหน้าแล้ว สวยจับตาจับใจจริงๆเลยค่ะ เราก็ถ่ายรูปกันใหญ่รถก็ยังวิ่งอยู่จนกระทั่งมาถึงจุดชมวิว ตรงนี้ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นทะเลสาบที่เลี้ยงปลาไหลญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อนะคะ

เราแวะพักถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่เห็นภูเขาไฟ แล้วก็ไปซื้อผลิตภัณฑ์จากปลาไหล แหมนึกว่าจะมีแต่อาหารคาวที่แท้ก็มีของหวานด้วยค่ะ เค้กปลาไหล พายปลาไหล ไอศครีมปลาไหล แพ็คเกจสวยน่าซื้อ ปลาไหลนี่เมื่อก่อนเลี้ยงที่ญี่ปุ่นนะคะ แต่ตอนหลังๆมาพื้นที่ไม่พอเลี้ยงแล้วค่ะก็เลยส่งปลาไหลญี่ปุ่นไปเลี้ยงที่เมืองจีน แล้วก็ส่งมาแปรรูปที่ญี่ปุ่น

ตอนที่ญี่ปุ่นเลี้ยงปลาไหลเองก็เลี้ยงด้วยอาหารสัตว์แต่พอส่งไปเลี้ยงที่เมืองจีน จีนเลี้ยงด้วยขี้ไก่ค่ะ ได้ลองชิมเค้กกับพายปลาไหลดูแล้วก็เหมือนเค้กทั่วไปค่ะ ไม่เห็นได้กลิ่นปลาไหลเลย แต่ไม่ได้ลองชิมข้าวหน้าปลาไหลอันขึ้นชื่อเลยไม่รู้ว่าอร่อยขาดไหน

จากนั้นเราก็นั่งรถออกมาเพื่อจะไปเมืองนาโงย่า ไกด์ก็ปรึกษาพวกเราว่าจะนั่งรถไฟชิงคันเซ็นวันนี้เลยดีไหมเพราะตามโปรแกรมต้องนั่งวันรุ่งขึ้น แต่เวลาจะกระชั้นชิดเกินไป ถ้านั่งจากตรงนี้สถานีอะไรก็ไม่รู้ ไปถึงนาโงย่าใช้เวลายี่สิบนาที แล้วเราก็มีเวลาเดินเล่นหนึ่งชั่วโมงเพื่อรอรถบัสที่ขับตามไป ระหว่างรอรถบัสเราก็ได้เดินช็อปปิ้งกันด้วยเพราะสถานีเป็นห้างสรรพสินค้าด้วย

เราก็ตกลงกันทันที ใช้เวลาสักครู่เดียวเราก็มาอยู่ที่สถานีรถไฟกันเรียบร้อย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน สถานีก็ว่างเดินถ่ายรูปกันตามสบาย ไกด์ไปซื้อตั๋วมาแจก แล้วก็พาเราขึ้นไปรอบนชานชลา ขบวนที่เราจะขึ้นเป็นแบบหวานเย็นนะคะ คือแบบช้าที่สุด ขนาดว่าช้าแล้วเรานั่งสถานีเดียวประมาณยี่สิบนาที แต่รถบัสขับตามมารับเราใช้เวลาชั่วโมงครึ่งค่ะ

รถไฟมีความเร็วสามแบบค่ะ แบบแรกเร็วมากใช้สำหรับวิ่งทางไกล หลายๆสถานีถึงจะจอดครั้งนึง ส่วนแบบที่สองความเร็วปานกลางจอดบ่อยกว่าแบบแรก ส่วนแบบที่เรานั่งเป็นชิงคันเซ็นแบบหวานเย็นจอดทุกสถานี สถานีละประมาณครึ่งชั่วโมง ความเร็วประมาณร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ มาถึงเมืองนาโงย่าก็เข้าที่พักก่อน แล้วก็นัดเวลามารับประทานอาหารเย็น โรงแรมในญี่ปุ่นนี่มีชุดนอนให้ด้วยนะคะ ไม่ต้องเตรียมมาเองเลยค่ะ ขนาดใหญ่ไปหน่อยก็ไม่เป็นไร ห้องน้ำก็อลังการค่ะ วันนี้เราไม่ได้พักแบบเรียวกังแล้วค่ะ แต่พักแบบธรรมดา ห้องพักหรูดีมีกาต้มน้ำร้อนให้พร้อมกับชาสารพัดแบบค่ะ เอาไว้จิบก่อนนอน ที่ยืนพื้นเลยก็จะเป็นชาเขียว นอกนั้นก็ชาผลไม้หอมๆแล้วแต่ชอบค่ะ

ตอนต่อไปจะพาไปชมเมืองหลวงเก่าเกียวโตนะคะ เมืองสวยมากค่ะขลัง มีเสน่ห์ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ


http://th.wikipedia.org/wiki

โดย แมวเหมียว

 

กลับไปที่ www.oknation.net