วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มารู้จัก .. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7


May 18, 2008

มารู้จัก .. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7

เมื่ออ่านประวัติศาสตร์เขมร มักจะพบชื่อกษัตริย์ที่ลงท้ายด้วยคำว่า “วรมัน” กันบ่อยๆ คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “เสื้อเกราะ” หรืออาจจะหมายความถึง “การปกป้องรักษา” ก็ได้ เช่น ชัยวรมัน หมายว่า มีชัยชนะคอยปกปักรักษา ส่วน สุริยวรมัน หมายถึง มีพระอาทิตย์เป็นผู้ปกป้อง สองชื่อนี้เป็นพระนามของ 2 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เขมร

พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (.. 1656 - 1688) พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่เข้มแข็ง ทรงปราบกบฏในอาณาจักรและแว่นแคว้นโดยรอบจนราบคาบ ยกเว้นเพียงอาณาจักรไดเวียดเท่านั้น ทรงขยายอาณาจักรเขมรโบราณไปกว้างใหญ่ยิ่งกว่ากษัตริย์องค์ก่อนๆ แต่ความยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์คือ ทรงสร้างมหาปราสาทนครวัด ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก เพื่ออุทิศให้แก่พระวิษณุเทพ ที่พระองค์ทรงนับถือ แทนไศวนิกายและพุทธมหายานตามกษัตริย์องค์ก่อนๆ แต่ปราสาทแห่งนี้ก็สร้างไม่เสร็จครบถ้วนตามพระประสงค์ในรัชสมัยของพระองค์

นอกจากนั้น พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ยังทรงสร้างศาสนสถานมหึมาอีกหลายแห่ง เช่น ปราสาทบึงมาลา ปราสาทพระพิธู ปราสาทเจ้าสายเทวดา ปราสาทบันทายสำเหร่ ปราสาทธัมมานน ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณพระนครหลวง อีกทั้งยังได้สร้างปราสาทวัดภู ในลาว เพิ่มเติมจากสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ด้วย

ตลอดรัชสมัยของพระองค์เต็มไปด้วยการศึกสงคราม ดังภาพสลักที่ปรากฏบนระเบียงปราสาทนครวัด เช่นการทำสงครามกับอาณาจักรไดเวียด อาณาจักรจามปา และการยกทัพเข้าโจมตีอาณาจักรไดเวียดครั้งที่ 2 นี่เอง พระองค์ทรงพระประชวรในระหว่างทาง และสวรรคตกลางป่า เชื่อว่าพระองค์อยู่ในราชสมบัตินานกว่า 50 ปี และได้ทรงฉลองพระนามภายหลังสวรรคตว่า “ปรมวิษณุโลก”

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (.. 1724 - 1763) เจ้าชายวรมันเป็นโอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ประสูติในระหว่างปี พ.. 1663 – 1668 ทรงเสกสมรสตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับเจ้าหญิงชัยราชเทวี สตรีที่มีบทบาทและอิทธิพลสำคัญที่สุดเหนือพระองค์ รวมทั้งโน้มนำให้พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน

ราว พ.. 1720 – 1721 พระเจ้าชัยอินทรวรมันแห่งอาณาจักรจามปา ทรงนำทัพจามบุกเข้าโจมตียโศธรปุระ กองทัพเรือจามบุกเข้าถึงโตนเลสาบ เผาเมือง และปล้นสะดมสมบัติกลับไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตวรมันประหารชีวิต เชื่อกันว่า การรุกรานเมืองยโศธปุระครั้งนั้น เจ้าชายวรมันได้วางเฉยยอมให้เมืองแตก จากนั้นพระองค์จึงกู้แผ่นดินขึ้นมาใหม่ โดยนำทัพสู้กับพวกจามนานถึง 4 ปี จนสามารถพิชิตกองเรือจามผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือได้อย่างราบคาบ ในยุทธการทางเรือที่โตนเลสาบ

ปี พ.. 1724 ยโศธปุระกลับสู่ความสงบ พระองค์ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์ราชธานีขึ้นมาใหม่ รู้จักกันในชื่อ “เมืองพระนครหลวง” หรือ “นครธม” หรือ “นครใหญ่” และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนในลัทธิไศวนิกาย มายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน จากนั้นมา ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรเขมรโบราณก็คือ ปราสาทบายน หรือนครธม

พระองค์ทรงสถาปนาคติ “พระพุทธเจ้าที่ยังมีชีวิต” หรือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรขึ้นมา ซึ่งหมายถึงตัวพระองค์เองคือพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยให้แก่ราษฎร ภาพสลักรูปใบหน้าที่ปรากฏตามปรางค์ในหลายปราสาทที่ทรงสร้างขึ้น เชื่อว่าคือใบหน้าของพระองค์ในภาคพระโฑธืฃิสัตว์อวโลกิเตศวรนั่นเอง

หลังจากสถาปนาศูนย์กลางอาณาจักรแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงทรงแก้แค้นศตรูเก่าคืออาณาจักรจามปา ใน พ.. 1733 กองทัพของพระองค์ก็สามารถยึดเมืองวิชัยยะ เมืองหลวงของจามปาได้

นอกเหนือจากการสงครามแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น ปราสาทบันทายคดี ปราสาทตาพรม ที่สร้างถวายพระมารดา ปราสาทพระขรรค์ สร้างถวายพระบิดา ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์

ในเขตประเทศไทยปัจจุบัน พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้บูรณะปราสาทหินพิมายและปราสาทเขาพนมรุ้ง ให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้าง “บ้านมีไฟ” หรือที่พักคนเดินทาง ซึ่งก่อด้วยศิลา และจุดไฟไว้ตลอด ศาสตราจารย์ หลุยส์ ฟิโนต์ ผู้อำนวยการคนแรกของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ เรียกอาคารแบบนี้ว่า “ธรรมศาลา”

จารึกที่ปราสาทพระขรรค์ กล่าวถึงที่พักคนเดินทางว่ามีจำนวน 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย ซึ่งศาสตรจารย์ ม.. สุภัทรดิศ ดิศกุล พบว่าที่พักคนเดินทางเท่าที่ค้นพบแล้วมี 7 แห่ง แต่ละแห่งห่างกันประมาณ 12 – 15 กิโลเมตร .. เข้าใจว่าอาจารย์เจี๊ยบ ค้นพบเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง

จารึกปราสาทพระขรรค์ระบุอีกว่า มีการสร้างโรงพยาบาล หรือที่จารึกเรียกว่า “อโรคยาศาลา” จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตประเทศไทย

พระองค์ปกครองอาณาจักรได้อย่างเบ็ดเสร๊จ ทั้งในทางโลกและทางธรรม อย่างที่ไม่เคยมีกษัตริย์พระองค์ใดเคยทำได้มาก่อน ทั้งก่อนและหลังยุคของพระองค์

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสิ้นพระชนม์ในระหว่างปี พ.. 1758 – 1762 เชื่อกันว่าทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ด้ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า “มหาบรมสุคตะ” หมายความว่า พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

Note : ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือคู่มือนำเที่ยวนครวัด นครธม

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net