วันที่ พุธ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมครั้งหนึ่งในชีวิต...ต้องไปดำน้ำที่สิปาดัน


**  สิปาดันสวรรค์นักดำน้ำ  **

     สำหรับนักดำน้ำแล้ว  การท่องเที่ยวค้นหาสถานที่ดำน้ำหรือการได้ไปดูสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลตามจุดดำน้ำต่างๆนั้น  นับเป็นความใฝ่ฝันเลยทีเดียวค่ะ  เพราะจะได้ไปเห็นสิ่งมีชีวิตทั้งเล็กและใหญ่  แปลกๆ ใหม่ๆ ในโลกใต้น้ำ  ซึ่งไม่สามารถหาดูได้ง่ายนัก  ทริปนี้เราจะไปดำน้ำกันที่สิปาดัน (Sipadan)  และพักกันที่ Kapalai Resort ค่ะ

     ทำไมเราต้องไปดำน้ำที่สิปาดันหรอค่ะ  คำตอบง่ายๆก็คือ  เพราะ "สิปาดัน" เป็นจุดดำน้ำที่อยู่ในเขตทะเล Celebes ซึ่งเป็นเขตที่มัความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมากที่สุดในโลก  ที่นี่มีปลามากกว่า 3,000 ชนิดและปะการังอีกเป็นร้อยๆชนิดค่ะ  ที่สิปาดันเราสามารถดำน้ำได้ตลอดทั้งปี  และการที่เราไปดำน้ำที่สิปาดันนั้น  ไม่ใช่การดำน้ำที่ เกาะสิปาดัน เพียงเกาะเดียว  แต่รวมไปถึงเกาะที่อยู่ใกล้เคียงอีก 2 เกาะ คือ เกาะมาบูล (Mabul)  และเกาะคาปาลัย (Kapalai) อีกด้วย

      บางคนอาจจะสงสัยว่าสิปาดันนั้นอยู่ที่ไหน???        

                                        

"สิปาดัน (Sipadan) " เป็นชื่อเกาะที่อยู่ในเขตรัฐซาบาห์  ประเทศมาเลเซีย  ถือเป็นแหล่งดำน้ำดังที่ติดอันดับโลกมาเกือบ 20 ปี  สิปาดันเป็นเกาะกลางมหาสมุทร (Oceanic Island) ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำ  โดยรอบเกาะของเกาะสิปาดันจะเป็นหน้าผาหักชัน (Drop-Off) ลึกลงไปกว่า 60 เมตร เดิมทีบนเกาะสิปาดันจะมีรีสอร์ทให้บริการ  แต่เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์  รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศให้รีสอร์ตต่างๆย้ายออกจากเกาะสิปาดันตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2547 และไม่อนุญาตให้พักค้างคืนบนเกาะ  ส่วนการดำน้ำนั้น  นักดำน้ำสามารถดำได้ตามปกติโดยนักดำน้ำต้องไปพักที่เกาะใกล้เคียงคือเกาะมาบูล (Mabul)  และเกาะคาปาลัย (Kapalai) แล้วโดยสารเรือ Speed boat ของรีสอร์ทเพื่อมาดำน้ำที่เกาะสิปาดัน  ทั้งนี้ปัจจุบันบนเกาะสิปาดันเป็นเพียงที่ทำการของเจ้าหน้าที่อุทยานเท่านั้น

วันแรกของการเดินทาง....ผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้มีทั้งหมด 20 ชีวิตค่ะ พวกเรานัดกันที่สนามบินประมาณตีห้าที่หน้าเคาเตอร์สายการบิน Air Asia  เครื่องออกจากสุวรรณภูมิประมาณ 7.30 น. ถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KL) ประมาณ 10.15 น. แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปทานข้าวกลางวัน สรุปก็ไม่พ้น McDonald ค่ะ  หลังจากนั้นพวกเราก็ต้องนั่งๆ ยืนๆ เพื่อรอขึ้นเครื่องต่อเพื่อไป Tawau  ตอนบ่ายสาม...ในที่สุดหลังจากที่คอยไปคอยมาก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง  เพื่อบินไป Tawau กันซักทีค่ะ  หลังจากที่พวกเราเดินทางมาถึงสนามบินก็ค่ำมากแล้ว ก็จะมีรถมารับเพื่อพาไปที่โรงแรมเพื่อพักผ่อนหนึ่งคืน ก่อนที่จะเดินทางกันต่อไป

7.00น. ของวันที่สอง  พวกเราทั้ง 20 ชีวิตก็เริ่มเดินทางกันต่อ  โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากรีสอร์ท มารับที่โรงแรมเพื่อเดินทางไปท่าเรือซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  ก่อนที่จะเดินทางต่อโดยเรือ Speed Boat  อีกประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อไปยังรีสอร์ท Kapalai  และแล้ว....หลังจากที่เดินทางกันอย่างทรหด เว้นไม่เคยคิดเลยค่ะ ว่าการที่เราอยากจะไปดำน้ำซักที่  มันจะลำบากขนาดนี้  ใชเวลาเดินทางกันปาเข้าไปสองวันเลยค่ะ  และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายปลายทาง  ที่นี่จะเป็นที่พักของพวกเราตลอด 4 คืน 5 วันค่ะ

"Kapalai Dive Resort" เป็นรีสอร์ตเพียงแห่งเดียวบนเกาะคาปาลัย  อยู่ห่างจากเกาะสิปาดันเพียง 15 นาที  รีสอร์ตแห่งนี้มีลักษณะเป็น "Water Village" หรือบังกะโลหลังๆ ตั้งอยู่บนผิวน้ำ  ทั้งรีสอร์ตล้อมรอบด้วยทะเลและสัตว์น้ำเล็กๆ มากมาย ถือเป็น Dive site ที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนเลยค่ะ  บริเวณรีสอร์ตไม่มีชายหาด  แต่มีเนินทรายที่ขาวละเอียด  ( คนที่ดำน้ำลึกไม่เป็นก็สามารถไปเที่ยวพักผ่อนได้นะค่ะ  แถมยังสามารถดำน้ำตื่นได้ด้วยค่ะ Snorkeling Snorkeling )

หลังจากเก็บสัมภาระที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่มา brief และให้กรอกเอกสารในการดำน้ำ  และพวกเราก็จะแยกย้ายกันไปแต่งตัวเเละเตรียมอุปกรณ์เพื่อเตรียมตัวดำน้ำใน dive แรก หรือ check dive นั่นเอง  ทั้งนี้เพื่อทบทวน skill เบื้องต้น  ใน dive นี้เราจะดำอยู่ตามแนวปะการังรอบๆรีสอร์ต...และแล้วก็ได้เวลาใส่หน้ากาก ปากคาบ regulator แล้วหงายหลังตูมมมมมมมม !!!! ลงน้ำไปดูชีวิตใต้ทะเลค่ะ

ในแต่ละวันเราจะเริ่มดำน้ำกันหลังอาหารเช้า หลังจากแต่งตัวและเตรียมอุปกรณ์เสร็จเราก็จะลงเรือเร็วเพื่อแล่นออกมาดำน้ำตามจุดต่างๆค่ะ   เอาเป็นว่าต่อจากนี้จะเล่าถึงจุดดำน้ำที่พวกเราจะดำกันตลอดระยะเวลา 4 คืน 5 วัน นะค่ะ  แนวปะการังและจุดดำน้ำเด่นๆของเกาะสิปาดันได้แก่ Hanging gardens, South point, Drop- off และ Barracuda point..... 

Hanging gardens จะเป็นแนวกำแพงลักษณะลาดลงไปประมาณ 1 เมตรกว่า และค่อยๆลาดไปสู่ความลึกที่ประมาณ 70 เมตร แล้วจึงดิ่งลงเป็นหุบเหว ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้เป็นที่มาของชื่อ  Hanging gardens"  บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยปะการังอ่อนและปะการังแข็งแผ่ขยายเป็นวงกว้าง มีสีสันสดใส หลากสี ตั้งเเต่เหลือง แดง ม่วง นอกจากนี้บริเวณนี้ยังสามารถพบสัตว์มีชีวิตขนาดจิ๋วอาศัยอยู่ตามกิ่ง ซอก หลืบ และรอยแยกของหิน รวมทั้งฝูงปลาตามแนวปะการัง  

South point  เป็นอีกจุดดำน้ำที่พลาดไม่ได้  เนื่องจาก dive site นี้จะเป็นไดร์ที่พวกเรานักดำน้ำจะมีโอกาสพบเจ้าฉลามทั้งหลาย  ไม่ว่าจะเป็น White tips และ Black tips พวกมันจะแอบอยู่ใต้ปะการัง ไปจนถึงนอนนิ่งที่พื้นให้พวกเราได้ชมโฉมอย่างเต็มตาเลยทีเดียว ขอบอกค่ะว่าพวกมันไม่กลัวพวกเราเลย  คิดว่ามันคงจะเจอพวกเราจนชิน  และเบื่อไปแล้วก็ได้ละมั้ง  เพราะคราวนี้ได้ว่ายไปใกล้ตัวมันมากขนาดเกือบที่จะจับได้อยู่แล้ว  แต่มันก็ยังนอนนิ่งไม่ขยับไปไหนเลยค่ะ

นอกจากฉลามแล้วประชากรเต่าก็ชุกชุมค่ะ  ว่ายไปทางไหนก็เจอแต่ เต่า เต่า เเล้วก็เต่า  วันแรกๆก็ตื่นเต้นนะค่ะเพราะทะเลบ้านเราไม่ค่อยเห็นซักเท่าไหร่  แต่หลังๆรู้สึกว่าจะเห็นมากเกินไปละ เลยเริ่มเกิดอาการเฉยยยยยค่ะ

นอกจากนี้เราก็ยังสามารถพบปลานกแก้วหัวโหนก (Humphead parrotfish)  หลายร้อยตัวว่ายไปมาอย่างช้าๆ บริเวณน้ำตื้นในช่วงเช้าของไดร์ไซท์นี้ (ถ้าโชคดีนะค่ะ)  ปลานกแก้วหัวโหนกจะมีน้ำหนักตัวประมาณ 85 กิโลกรัม ยาวประมาณ 1 เมตร มีหัวที่นูน  ตาเล็ก ฟันยื่นออกมาคล้ายจงอยปากนก  ดูแล้วก็ขำดีค่ะ...

จุดดำน้ำที่พิเศษอีกแห่งหนึ่งก็คือ "Drop Off" เพราะเป็นจุดที่มีปลากหลากหลายชนิดมาก เราสามารถเห็นสิ่งมีชีวิตมากมายโดยที่ไม่ต้องดำลงไปลึกเลย  เพียงอยู่ในระดับตื้นๆก็สามารถมองเห็น ปลาไหล Moray ปลานกแก้วหัวโหนก ปลาปักเป้าหลากหลายชนิด ปลาการ์ตูน ปลาหูช้าง ปลาบู่ สารพัดปลาค่ะ  คงไม่สามารถจะบรรยายได้หมดทุกชนิดนะค่ะ (ต้องมาดูด้วยตัวเองค่ะ)   รวมถึงฝูงปลากะมง  กะมงพร้าว  หรือไม่ก็ปลาสากที่จะมาว่ายล้อมเราเป็นร้อยๆตัวเลยละค่ะ ที่สำคัญ Drop off นี้ยังเป็นที่ที่เหมาะแก่การดำน้ำตอนกลางคืนอีกด้วยค่ะ เนื่องจากเราจะสามารถพบสัตว์จำพวกปู กุ้ง และสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืนทั้งหลาย    Drop off นี้ถือเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการดำน้ำจากหาดเลยก็ว่าได้

 

และที่ขาดไม่ได้สำหรับการมาดำน้ำที่นี่ก็คือ Barracuda Point  ค่ะ  ที่นี่พวกเราจะพบฝูงปลาสาก (Barracuda) ปลามง (Jack Fish) นับพันตัวในแนวน้ำตื้น และยังสามารถพบฉลามหัวค้อน (Hammerhead Shark) ได้อีกด้วย  แต่ไม่รับประกันว่าจะเจอทุกคนนะค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ดวงค่ะ

สำหรับจุดดำน้ำที่เกาะมาบูลและเกาะคาปาลัยนั้นจะอยู่ห่างจากเกาะสิปาดันประมาณ 30 นาทีโดย speed boat นะค่ะ ด้านหน้าของเกาะมาบูลจะเป็นที่ตั้งของอดีตแท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่ปัจจุบันถูกลากมาตั้งไว้ใช้เป็นที่พักสำหรับนักดำน้ำค่ะ เราเรียกที่นี่ว่า Sea Venture  หากคุณเป็นนักดำน้ำที่ชื่นชอบการดูสัตว์แปลกๆหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กแล้วละก็ เกาะมาบูลและคาปาลัยคือสวรรค์สำหรับคุณค่ะ เพราะจุดดำน้ำที่นี่จะเป็นแบบ Macro Diving เพราะที่นี่เราจะสามารถพบพวกปลากบ (Frogfish) ปลาแมนดาริน ปลาใบไม้ (Leaf Fish) ทากเปลือย (Nudibrance) ลายสวยๆ สีแปลกๆ ปลาจระเข้ ปลาดุกทะเล ปลาจิ้มฟันจระเข้ ปู กุ้ง กั้ง เต็มไปหมดเลยค่ะ บรรยายไม่ถูกเลยจริงๆค่ะ   ผู้อ่านต้องไปชมด้วยตาตัวเองแล้วละค่ะ 

และแล้วก็ถึงวันที่เราจะต้องกลับกันแล้วค่ะ  เราดำน้ำอยู่ที่สิปาดันกันเป็นเวลา 5 วัน ขอบอกตรงๆว่าไม่อยากกลับเลยละค่ะ  ให้อยู่ต่ออีกสักอาทิตย์ก็ยังไหวเลยค่ะ บรรยากาศสบายๆ ไม่มีเรื่องอะไรให้คิดให้ปวดหัว  เหมือนได้ตัดขาดจากโลกภายนอกเลยก็ว่าได้  แต่อย่างไรก็คงต้องกลับแล้วละค่ะ  ไม่เสียใจเลยค่ะที่มา  แม้ว่าวันแรกที่เดินทางอาจจะรู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดไปบ้างว่าทำไมต้องเดินทางยากลำบากขนาดนี้ แต่บอกได้เลยว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าจริงๆ  นักดำน้ำที่ยังไม่เคยไปสิปาดัน  ถ้ามีโอกาสต้องรีบเลยนะค่ะ  แล้วจะรู้ว่า "ทำไมครั้งหนึ่งในชีวิต...ต้องไปดำน้ำที่สิปาดัน"........

โดย ~anchors29~

 

กลับไปที่ www.oknation.net