วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุยกันหลังเกม แมน ยู คว้าแชมป์ ที่สุดแสนระทึกใจ


ศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีก ปิดฉากลงแล้ว พร้อมกับการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำโดยยอดผู้จัดการทีมที่ชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่พาทีมคว้าถ้วยนี้มา 2 ครั้งในยุคที่เขากุมบังเหียนสโมสรแห่งนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยพาทีมคว้าแชมป์ได้เมือ่ปี 1999

 ต้องขอบอกก่อนว่าถ้า คอบอลคนไหนไม่ได้ดูแมทช์ เมื่อคืนนับว่าน่าเสียดายมาก ๆ ครับ เพราะขนาดผมเองไม่ได้เป็นแฟนแมน ยู และ เชลซี ยังรู้สึกถึงความมันส์ของเกม เป็นเกมที่มีครบทุกอารมณ์ มีทั้งความเอนเตอร์เทน ความกดดัน ความตึงเครียด ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นทั้งสองฝ่าย แท็คติกการแก้เกมของผู้จัดการทีมทั้งสองฝ่าย นักเตะทุกคนมีอารมณ์ร่วมต่อเกมสูงมาก ๆ  สูงจนบางที่ดูแล้วอาจจะกลายเป็นดาบสองคมสำหรับทีมตัวเองได้ อย่างตอนที่ แมน ยู ยิงนำก่อนในนาทีที่ 28 ผู้เล่นขอลเชลซี โหมเข้าใส่อย่าบ้าคลั่ง แผงหลังทั้งสี่รายดันเกมขึ้นสูงมาก จนเกือบจะทำให้แมน ยู ขึ้นนำ 2 ครั้งจากจังหวะโต้กลับ โชคดีของเชลซีที่ ปีเตอร์ เช็ก โชว์ความหนึบตลอดเกม

 มีเพียงสิ่งเดียวที่ขาดหายไปสำหรับเกมนี้คือ อารมณ์ร่วมต่อเกมของเหล่าแฟนบอลที่ยังไม่กดดันคู่ต่อสู้ได้ดีพอ สีสันในการเชียร์ ยังน้อย ไม่มีการโบกสะบัด ธงสโมสร ผ้าพันคอ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของตำรวจรัสเซียที่เข้มงวดมาก ๆ ห้ามการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เข้าไปในสนามเด็ดขาด พอไม่มีน้ำเมาเหล่ากองเชียร์เลยไม่คึกคักเท่าไหร่

 แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับรูปเกมที่ทั้งสองทีมได้บรรเลงออกมาท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เพลงแข้งถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหนักหน่วง จังหวะเข้าปะทะไม่มียั้ง เจ็บเป็นเจ็บ ตายเป็นตาย

 การแก้เกม ปรับหมากที่เชี่ยวชาญของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถือว่าเข้าขั้นอ๋อง เห็นได้จากการจัดตัว 11 คนแรก ที่เอา คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปลากเลือ้ยทางกราบซ้าย แล้วเอา โอเว่น ฮากรีฟส์ มาเล่นทางกราบขวา เห็นครั้งแรกยังรู้สึกแปลกๆ ว่าทำไม ? พอนึกอีกทีก็รู้ว่า ทางฝั่งซ้ายของเชลซีเป็น แอชลี่ย์ โคล แบ็กซ้ายไม่กี่คนในโลกมนุษย์ ที่สามารถหยุดยั้งการเลื้อยสยองโลก ของ โรนัลโด้ ได้อย่างชะงักงัน

 โรนัลโด้มีปัญหาทุกครั้งที่ต้องมาเจอกับ ตัวประกบที่เร็วและทางบอลดี อย่าง แอชลี่ย์ โคล

ดังนั้น ท่านเซอร์จึงเลือกที่จะให้ โรนัลโด้ ไปลากทางฝั่งซ้าย ที่มี แบ็กขวาจำเป็นของเชลซี อย่าง มิคาเอล เอสเซียง ที่มีสปีดช้ากว่า แอชลี่ย์ โคล เยอะทีเดียว

 และแผนนี้ของท่านเซอร์ก็ได้ผล เมื่อ โรนัลโด้ โยกหลอกล่อ เอสเซียง จนหัวปั่น และพาบอลขึ้นไป จนสุดเส้นหลัง และได้เปิดเข้ากรอบเขตโทษอยู่หลายครั้ง

 ประตูขึ้นนำ 1 - 0 ของ แมน ยู ชัดเจนมากว่า แท็กติคนี้ของท่านเซอร์ ได้ผล เมื่อ เวสต์ บราวน์ เปิดบอลจากกราบขวาเข้ามากรอบเขตโทษ โรนัลโด้ ซึ่งยืนอยู่ ไร้การประกบจาก เอสเซียง ได้เทคตัวขึ้นโหม่งโล่ง ๆ คนเดียว บอลเสียบข้างเสาเข้าไปอย่างสวยงาม โดย ปีเตอร์ เช็ก ได้แต่ยืน ตะลึง ตึงๆ

 หลังจากนั้น เชลซี โหมบุกอย่างหนักเพื่อเอาประตูคืน จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จเอา ตอนท้ายครึ่งแรก เมื่อ มิคาเอล เอสเซียง ลากบอลมายิงไกล ไปแฉลบขา วิดิซ ทำให้บอลพุ่งไปกระแทก แผ่นหลัง เฟอร์ดินาน บอลลอยคว้าง มาตกตรงหน้า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก่อนแปเข้าไปง่าย ๆ  

 พอมาถึงครึ่งหลัง ใครหาว่า อัฟราม แกรนด์  แก้เกมไม่เป็นขอให้คิดเสียใหม่นะครับ เพราะเกมครึ่งหลังเป็นของเชลซี  บ่อน้ำมันที่ เอสเซียง ขุดไว้ให้ โรนัลโด้ ไล่โขยก ถูกแก้เกมโดย ให้ โจ โคล ลงมาช่วยซ้อน เมื่อ เอสเซียง เข้าบอลแรก โจ โคล จะวิ่งมา ตัดบอลทันที ทำให้ในครึ่งหลัง โรนัลโด้ ค่อยๆ หายไปจากเกม

 พอโรนัลโด้ ถูกตัดออกจากเกม การลำเลียงบอลที่ไหลลื่นของ แมน ยู ก็เริ่ม เพลา ๆ ลงมา เกมตรงกลางจึงค่อย ๆ ถูก เชลซี ครอบครองมากขึ้น บัลลัค กับ แลมพาร์ด มีส่วนร่วมกับเกมเพิ่งขึ้น

 เชลซีเริ่ม เจาะจากตรงกลางมากกว่าครึ่งแรก ที่เน้นขึ้นเกมทางริมเส้น และเกือบจะได้ประตูแบบเน้น ๆ จากการกลับตัวยิงอย่างเหนือชั้นของ ดรอกบา แต่สงสัยคงทำบุญมาน้อยไป บอลพุ่งไปกระแทกเสาจนสะเทือน ผสมกับเสียง คราง ฮืออ ของเหล่าแฟนบอลเกือบ 70,000 คน

 เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ 30นาที  เชลซี ยังทำได้ดีกว่า และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจาก จังหวะที่ แลมพาร์ด ครองบอลอยู่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่กลับตัวตวัด บอลลอยไปกระแทกกับคานอย่างเหมาะเหม็ง เชลซี อดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าโทษเทพีแห่งโชค ที่ส่งพวกเขาเข้าชิง แต่ไม่ยอมยัดโชคใส่ไว้ในรองเท้าพวกเขาด้วย

เท่านั้นไม่พอ ดรอกบา ยังถูกไล่ออกอีก จากการเอามือไปลูบไล้ ในใบหน้าของ วิดิซ จากจังหวะชุลมุนของผู้เล่นทั้งสองทีม นี่โชคยังดีนะครับ (อ้าว ! เมื่อกี้ บอกไม่มีโชค) ที่เหลือไม่กี่นานทีก็หมดเวลาแล้ว

 ทำให้ต้องมาลุ้นกันในช่วงยิงจุดโทษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่าง เท่ากันหมด ไม่มี แท็กติก ไม่มีเสียเปรียบ ได้เปรียบจากผู้เล่นถูกใบแดง ทุกอย่างวัดกันตัวต่อตัว คนยิงประตู กับ ผู้รักษาประตู ว่าใครจะนิ่งกว่ากัน

 ผลที่ออกมาทุกคนคงทราบกันหมดแล้ว เพียงแต่ก่อนที่จะยิงจุดโทษผมนึกสังหรณ์ในใจว่า แมน ยู ได้แชมป์ แหง ๆ เพราะเชลซี มักจะอัพโชคทุกครั้งที่ต้องตัดสินกันที่จุดโทษ  และแล้วความคิดผมก็ ได้ทำให้ผมผิดหวังจริง ๆ

 ก่อนหน้านี้ พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล ในนัดตัดเชือกปีที่แล้ว จากการยิงจุดโทษ ก่อนที่จะแพ้ แมน ยู .ในถ้วยแชร์ลิตี้ ชิลล์ ก่อนเปิด ศึกพรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาลนี้ จาการยิงจุดโทษเช่นกัน

 ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่ เชลซี พ่ายแพ้ จากการวัดดวงหน้ากรอบเขตโทษ 

 แต่ถึงยังไงก็ต้องกล่าวขอบคุณ นักเตะทุกคน ผู้จัดการทีมทั้งสอง ที่ได้บรรเลงเพลงแข้งได้อย่างเร้าใจ  จากที่ผมคาดการณ์ว่า เกมคงอึดอัด เน้นการครองบอลและดำเนินไปอย่างช้า ๆ

 ยอดหญ้าทุกต้นในสนามลุซนิกิ สเตเดี้ยม ได้โค้งคำนับให้กับพวกท่านแล้ว

 

 

โดย phiroj

 

กลับไปที่ www.oknation.net