วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๙


๙.ทรูกานินี

        ภาพจาก Tasmanian  Museum  &  Art  Gallery

            "คุณป้าคะ..."

         นพดารา  แอบมากระซิบกระซาบกับสายคำ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว  และคุณนายแดงยิหวาก็นอนหลับไปแล้ว  ด้วยความอ่อนเพลียจากการเกร็งของกล้ามเนื้อในท่าเงื้อง่าอยู่หลายนาที  บวกกับความเครียดสะสมตั้งแต่สองสามวันก่อน  ที่ได้รู้ข่าวของสามีรัฐมนตรีหนุ่มหนีมา    เพิ่งผ่อนคลายลงด้วยน้ำมือการบีบนวดของทุกคนรอบข้าง  คุณนายสามารถขยับตัว แขน ขา ได้ตามปกติ จึงยิ้มขอบใจทุกคนอย่างเพลีย ๆ และแสดงอาการง่วงงุนให้เห็น  หลังจากทานซุบเพราะทนการอ้อนวอนไม่ไหวแล้วก็ล้มตัวหลับผล็อยลงไป

         "คุณป้าคะ...หนูมีแผ่นซีดีที่ยืมมาจากโรงเรียน  หลายแผ่น  มีเรื่องราวของทรูกานินี และประวัติศาสตร์ทัสมาเนียด้วยนะคะ  เราไปดูกันเถอะ"

         เสียงชวนกึ่งออดอ้อน  และสายตาวอนนั้นทำให้สายคำขัดไม่ได้จึงอดคล้อยตามไม่ได้

        "ก็ดีจ๊ะ"  สายคำเองก็นึกสนุก หลังจากกวาดสายตามองรอบข้างเห็นทุกคนต่างแยกย้ายกันไปแล้ว  ชาวคณะจากเมืองไทยยกเว้นคุณหญิงย่าต่างหิ้วกระเป๋าเข้าห้องพักของแต่ละคน  ทุกคนอยากพักผ่อนเต็มที  หลังจากการเดินทางอันยาวนาน  และยังมาพบเหตุการณ์ให้ใจห้อยใจแขวนแล้วหลงลืมไป  ทำให้เพิ่งรู้สึกอ่อนเพลียอยากพักผ่อนเต็มประดา

        กิมหมวยหันไปใส่ใจคุณนพดลแทน  ช่วยพยุง ยั่ว ยุ ให้เขาพยายามเดินเองเหมือนพูดกับเด็ก ๆ โดยมีคุณหญิงแม่เดินตามให้กำลังใจไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย  ส่วนอลันก็ขอตัวไปข้างนอกเพื่อพบเพื่อนนักแข่งเรือใบที่มีบ้านอยู่ในเมืองโฮบาร์ต  มีนักศึกษาไทยสองคนติดรถเข้าไปในเมืองด้วย

       สองป้าหลานเดินตามกันไปที่ห้องพักผ่อนของครอบครัว  นพดาราเตรียมแผ่นซีดีประวัติศาสตร์ออกมา  แต่ยังไม่ทันได้ป้อนมันเข้าในเครื่องด้วยซ้ำ  จอภาพขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าอยู่เมื่อครู่ก็ปรากฏภาพ เรื่องราวขึ้นเองและดำเนินไปในทันที

.................

         ดอกทีทรีบานสะพรั่งสะพราวท่ามกลางแสงเดือนนวล  เมื่อขาเรียวสีคล้ำเปลือยเปล่าก้าวย่างพาร่างเล็ก ๆ หนั่นเนื้อกลมกลึงราวกับสลักเสลาแทบเปล่าเปลือย  เพราะมีเพียงหนังจิงโจ้กระชับไหล่กันความหนาวเย็นเท่านั้น  ก้าวย่างบุกเข้าในดงดอกไม้อย่างไม่หวั่นเกรงเรียวหนาม       

         พระจันทร์เดินเฉียง ๆ บนปลายฟ้า ส่องแสงนวลจ้าลงมาอาบไล้ให้ป่าทั้งป่าดูขาวนวลวิบไหว   ไกลออกไปแสงไฟจากแค้มป์ของกลุ่มนักบุญอาสาส่องแสงสว่างมองเห็นเป็นจุดเรือง ๆ ในสายตา

       ในกำมือของเจ้าของร่างมีกิ่งดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์มัดรวมกันเป็นช่อใหญ่  โดยใช้เครือเถามัดเป็นพวงมาลัยสองชาย 

       นอกจากความงามประดับโลกแล้ว  ดอกไม้บางชนิดนี้ยังใช้เป็นตัวแทนของความศักดิ์สิทธิ์  ความดีงาม ใช้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นแต่สามารถทำร้ายคนได้ด้วยอำนาจมืด

       "อินอิ..."

        มีเสียงเรียกหาด้วยภาษาและสำเนียงของชาวเผ่าบรูนี่  เป็นเสียงที่ อินอิ...(ตามที่เขาเรียก)ชังนักในยามนี้  ร่างเล็ก ๆ จึงหลบแว๊บ  ในพุ่มทีทรี  หุบปากเงียบสนิท  ไม่ขานรับหรือส่งเสียงใด ๆ

       "อินอิ  ....ทรูกานินี  เธออยู่ไหนน่ะ"

        ปล่อยให้เขาเรียกหาไปเถอะ  ผู้ชายชาวเผ่าที่น่าชัง  วูลัดดี้...

ภาพจาก Tasmanian  Museum  &  Art  Gallery

             แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสามีที่แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณีแล้ว  แต่ทรูกานนีก็ไม่เคยรักวูลัดดี้เลย  เขาเป็นชายวัยพ่อของเธอ  เมียเขาหนีไปอยู่กับคนขาวทิ้งลูกชายไว้ให้เขาสองคน  และลูกคนหนึ่งของเขาก็ตายไปแล้ว  พ่อจึงยกเธอให้เป็นเมียของเขา ตามคำคิดเห็นของโรบินสัน  นายคนขาวผู้แตกต่าง และใจดีที่ทุกคนล้วนเชื่อฟัง

      พวกเขาเห็นว่าทรูกานินีอายุเกือบสิบแปดปีแล้ว  ควรแต่งงานกับใครสักคนเสียที  และใครสักคนนั้นก็มาลงที่วูลัดดี้  ชายชาวเผ่าบรูนี่ ลูกพี่ลูกน้องของพ่อ  และเป็นหนึ่งในคณะทูตสัมพันธมิตรขาวดำสู่ศิวิไลซ์  ของนายโรบินสัน  ซื่อสัตย์  เชื่อฟัง  และจงรักภักดิต่อโรบินสัน กว่าบุคคลใด ๆ ในดินแดนนี้  โรบินสันจึงตอบแทนเขาด้วยการยกหญิงสาวคนหนึ่งให้เขาแต่งงานด้วย

      หญิงสาวที่เป็นสายเลือดชาวเผ่าทัสมาเนียใต้เต็ม ๆ แต่กลับชอบหลบหนีพ่อไปเป็นดาราอยู่ในแค้มป์คนงานตัดไม้ชาวผิวขาวตั้งแต่อายุได้สิบสี่ปี  เป็นเหตุให้คู่หมั้นผู้ออกไปตามหาเธอต้องถูกผู้ชายในแค้มป์ฆ่าตายตกทะเลไป

              ทรูกานินี  และเดรย์เพื่อนของเธอไม่เคยศรัทธาผู้ชายในเผ่าเลย แม้สักคนเดียว  พวกเขาอยากแต่งงานกับผู้หญิงเพราะต้องการคนปรนนิบัติเท่านั้น  ยิ่งมีหญิงมากคนเขายิ่งสบาย  จะไช้พวกเธอมุดน้ำลงไปงมเอากุ้งหอยปูมาเลี้ยงดูตน  ขณะตัวเขาเอาแต่นอนดูดบุหรี่พ่นควันปุ๋ย ๆ อย่างหลงใหล  และคิดวาดแผนในอากาศว่าจะหาอะไปแลกเอาบุหรี่จากคนขาวมาอีกมาก ๆ

       ผิดกับชายชาวผิวขาวในแค้มป์ต่าง ๆ ที่ทรูกานินีกับเดรย์หนีพ่อไปอยู่ด้วย  พวกเขาเหล่านั้นต่างแข่งขันกันมาเอาอกเอาใจ เอาของกำนัลมาฝาก    ขนมปัง เสื้อผ้า  หวี และกระจกส่องหน้า ที่เป็นของใหม่มหัศจรรย์ที่ชาวเผ่าไม่เคยรู้จัก ล้วนเป็นของกำนัลอันพึงใจที่ชายชาวเผ่าไม่เคยมีให้

     ดังนั้นทรูกานินีจึงชังเขานัก เจ้าวูลัดดี้  ชังแม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นสามี  ชังแม้ว่าเขาจะเป็นสามีที่ตามอกตามใจ  ให้เธอชี้นิ้ว และเกรี้ยวกราดกับเขาได้

     แต่..ถึงแม้จะชังเขานัก  แต่ทรูกานินีก็ยังรู้สึกวางใจ และอบอุ่นใจที่มีวูลัดดี้อยู่ในคณะทูตสัมพันธ์ ระหว่างออกเดินทางรอนแรมในป่าดงอันรกเรื่อกันดาร  หนาวเย็น และเต็มไปด้วยอันอันตรายนี้

     แม้แต่โรบินสันยังต้องอาศัยเขา  ผู้ชายผิวดำร่างบึกบึน นักเล่าเรื่อง ผู้รู้จักต้นไม้ทุกต้นในแผ่นดินคนนี้

     "ทรูกาอินอิ..."

     เสียงเขายังคงดังมาแว่ว ๆ ด้วยกระแสแห่งความห่วงใยล้ำลึก  เหมือนพ่อผู้ห่วงใยลูกสาว  เขาแตกต่างจากชายชาวเผ่าคนอื่น ๆ ที่เรียนรู้การเอาใจใส่ดูแลผู้หญิงจากนายโรบินสันของเขา  และเห็นว่าผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอกว่า  และสวยงามกว่า

     คิดได้ดังนั้นทรูกานินีจึงเยื้องกรายออกมาจากดงดอกไม้  ออกมาให้เขาเห็น  เพียงให้เห็นเท่านั้น  เธอก็ก้มหน้างุด  สาวเท้าก้าวผ่านเขาไปเหมือนไม่แยแส  หรือแลไม่เห็น  เขาได้แต่ติดตามมาเงียบ ๆ ด้วยความโล่งอก  พอถึงแค้มป์ที่พัก  เขาก็แยกไปสุมฟืนเพิ่มในกองไฟ  และทำหน้าที่เฝ้ายามต่อไป

     ส่วนทรูกานินี  กำพวงดอกไม้ในมือเดินลิ่วไปที่เต็นท์ของหัวหน้าโรบินสัน

    เขาคงจะหลับไปแล้ว  ด้วยความอ่อนเพลียในการเดินทางไปตามถิ่นที่เขาไม่คุ้นเคย  บุกป่าฝ่าดง  ปีนเขา  มาแทบทั้งวันอย่างนี้ดูน่าสงสารนัก  เขาเป็นคนต่างถิ่นต่างศาสนาแท้ ๆ  แต่กลับมาทนทุกข์ทรมานเพื่อช่วยชาวเผ่าทั้งมวลให้รอดพ้นจากการถูกฆ่าตาย  เขาต่างจากคนขาวอื่น ๆ ทั้งปวง  ในหัวใจดวงน้อยของทรูกานินีจึงมอบให้เขาหมดทั้งดวง  เขาเป็นตัวแทนของพระเจ้าในหัวใจของทรูกานินี

        เธอเดินโหย่ง ๆ เข้าไปในเต็นท์ของเขา ข้างในมีเตียงสนามรองรับร่างของเขาที่กำลังหลับสนิท  หญิงสาวใช้พวงดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์โบกปัดกวัดแกว่งไปเหนือร่างของเขาบางบ่นพึมพำ  สวดมนตร์ขับไล่ปีศาจแห่งยามค่ำคืนทั้งปวงให้ห่างหายจากไป  เสร็จแล้วพยายามให้พวงดอกไม้แขวนไว้ที่หัวเตียง

        "ลัลล่า รูธ...ทรูกานินี"

        เสียงคล้ายละเมอของผู้อยู่บนเตียงดังขึ้น สั่นพลิ้ว  เขย่าอารมณ์ของหญิงสาวให้กระเจิง  ต้องยืนนิ่งกลั้นลมหายใจอยู่เป็นครู่

        "เขาคงกำลังฝัน..."  เธอคิดแล้วค่อย ๆ ถอยตัวออกมา หันหลังกลับ กำลังจะลอดตัวออกมาจากเต็นท์  แต่ร่างเล็ก ๆ ของเธอกลับถูกวงแขนใหญ่โอบรัดไว้

      ทรูกานินี  กอดช่อดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ไว้กับอก  แล้วปล่อยให้อ้อมแขนนุ่มนวลนั้นกอดรัดแน่นเข้าทั้งดอกไม้และเจ้าของแนบแน่นเป็นเนื้อเดียว...

...............

        จอภาพดับวูบลง  นพดาราหันมามองตาสายคำ  แล้วว่า

         "ป้าคะหนูยังไม่ได้เปิดซีดีเลย  และมันก็ไม่ใช่เรื่องนั้นด้วย"

        สายคำได้แต่พยักหน้าแล้วพึมพำ

        "เป็นผลงานของดอลลี่อีกแล้วซี

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

      

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net