วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต ล า ด ส ด เ มื อ ง ฮ า น อ ย … อดีตที่ไม่เคยผันเปลี่ยน


May 24, 2008

ตลาดสดเมืองฮานอย … อดีตที่ไม่เคยผันเปลี่ยน

ฮานอย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแดง ด้วยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง ในอดีตจึงเป็นเมืองค้าขายที่เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของพ่อค้านักเดินเรือมาก่อน มีพ่อค้าชาวโปรตุเกส จีน ญี่ปุ่น อินเดีย รวมทั้งอังกฤษและอเมริกา เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายที่เมืองแห่งนี้มานับตั้งแต่โบราณกาล เป็นสถานีการค้าที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตก ทั้งในด้านศิลปะ วัฒนธรรม รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ชาวต่างชาติที่อยู่ในเวียดนาม มีอิทธิพลทั้งทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมต่อฮานอย อันจะเห็นอยู่มากมายในปัจจุบัน

สายน้ำแดงและการเมืองแปรเปลี่ยน .. วิถีชีวิตของผู้คนในฮานอยแปรผัน .. ดำเนินมาเรื่อยๆ ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาเป็นร้อยๆปี จนหลังสงครามชนเผ่าระหว่างพี่น้องร่วมชาติสิ้นสุดลง ทั้งฝรั่งเศสและอเมริกาต่างถอยทัพกลับออกไป ฮานอยที่รอดพ้นจากภัยสงครามเวียดนามได้รับการบูรณะ ปรับปรุง จนกลายเป็นเมืองที่ใครๆก็อยากมาเยือนในวันนี้

เสน่ห์ของเมืองเล็กๆในอดีตได้กลายเป็นจุดหมายของนักเดินทางอีกครั้ง อดีตอันยาวนานของฮานอยได้รับการอนุรักษ์อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม วัด ศาลเจ้า เจดีย์ ร้านค้า ฯ ต่างได้รับการบูรณะซ่อมแซม ในรูปแบบดั้งเดิม เพื่อคงเอกลักษณ์อันมีคุณค่าในอดีตให้คงอยู่ต่อไป

การทำมาค้าขายนับเป็นอีกสีสันหนึ่งของฮานอย สถานที่ที่คนนิยมซื้อของกันมากยังคงเป็นตามถนนหนทางและตลาดต่างๆ วิธีนำของมาขายมีอยู่หลากหลายแบบ ที่เปิดเป็นกิจจะลักษณะก็มีร้านรวง ที่ทุนน้อยลงมาหน่อยก็ตั้งโต๊ะเก้าอี้เตี้ยๆริมถนน บางเจ้าก็ปูผ้าแบสินค้าลงกับพื้น ส่วนที่เร่ขายมักจะจะมาเป็นหาบ หรือใส่ที่วางของท้ายจักรยาน มิฉะนั้นก็ใส่กระสอบทูนหัวเอามือจับประคองก็มี

ฮานอยนั้น เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เพราะตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแดง ตลาดสดของที่นี่จึงมีของสดให้ได้เลือกซื้อกันอย่างละลานตา .. เสียงจ๊อกแจ๊ก จอแจดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่เริ่มสาง เป็นเสียงที่มีมาต่อเนื่องกันนับร้อยๆปีมาแล้ว .. ที่นี่ คือตลาดสดของกรุงฮานอย ตั้งอยู่ในบริเวณ Old Quarter ของถนนสาย 36 ตลาดที่นี่มีบรรยากาศคลาสสิกแบบอินโดจีนที่งดงาม

วิถีชีวิตของคนฮานอย … เช่นเดียวกันผู้คนในแถบนี้ของโลก ที่ผูกพันอยู่กับตลาดสดอย่างเหนียวแน่น ที่นี่เป็นตลาดและหัวใจสำคัญของเมือง ที่ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อขายกันตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ ที่นอกจากระเป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแล้วยังเป็นตัวที่บ่งบอกวิถีของเมือง ในเมืองจะมีร้านขายปลีกหรือร้านโชวห่วยน้อยมาก มักจะเป็นร้านอาหาร ร้านเฝอ หาบเร่ แผงลอย ร้านขายเครื่องดื่มสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นส่วนใหญ่

ตัวตลาดสดออกจะแบ่งเป็นสัดส่วนอยู่พอสมควร มีส่วนที่ขายปลาและสัตว์น้ำต่างๆ ทั้งกุ้ง ปลา และปู ปลาที่เห็นมีทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเล ที่วางเรียงหรือใส่ไว้ในกาละมังให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหาตามความประสงค์ สัตว์ทะเลที่นี่ตัวโตกว่าที่เห็นในกรุงเทพมาก .. ปลาตัวโตๆที่บ้านเราหายไปไหนหมดนะ อาจจะไปอยู่ตามภัตตาคารหรูๆ ก็ไม่ทราบได้

ในตลาดสดของฮานอย มีทั้งของสดและของแห้ง มีสินค้าจำพวกหมูชำแหละ เป็ด ไก่ ที่ทำไว้เรียบร้อยแล้ววางไว้มากมายให้ลูกค้าได้จับจ่ายกันสะดวกสบาย

ส่วนหนึ่งเป็นแผงผัก ซึ่งมีมากมาย เพราะคนเวียดนามชอบทานผักเป็นชีวิตจิตใจ อาหารทุกมื้อจะมีผักเป็นส่วนประกอบที่สำคัญเสมอ คนเวียดนามจึงมีรูปร่างผอมเพรียวกันทุกคน หาคนอ้วนไม่เจอเอาเสียเลย

ถัดจากแผงขายผักเป็นของแห้ง เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว พริกต่างๆ รวมไปถึงของใช้เล็กๆน้อยๆในบ้าน

มีร้านขายเฝอหรือก๋วยเตี๋ยวแบบเวียดนาม แผงขายบาเก็ตหรือขนมปังอบแบบฝรั่งเศสกินกับหมูยอและผักอร่อยดี

ส่วนที่เป็นแผงขายอาหาร มีลูกค้าหลายคนเข้าไปอุดหนุน นั่งทานกันหลายคน

หายเร่ .. ขายเครื่องจักสาน ที่คนไทยหลายคนบอกว่าซื้อหากลับมาใช้ได้ดีจริงๆ

คนเวียดนามมีความเชื่อในเรื่องของดอกไม้ .. เราจะเห็นว่าทุกบ้านจะมีการปลูกดอกไม้ไว้ในบ้าน นัยว่าเพื่อความมีโชค .. อีกทั้งคนเวียดนามนิยมชมชอบการมอบดอกไม้เพื่อแสดงความยินดี เพื่อไมตรีกันในทุกโอกาส เราจึงเห็นร้านขายดอกไม้อยู่ทั่วไป รวมถึงที่ตลาดสดนี่ด้วยค่ะ

ทุกเส้นทางเข้าออกตลาด จะเต็มไปด้วยแผงลอย แผงแบกะดิน ขายกันแน่นทางเดิน เป็นบรรยากาศที่น่าสนใจ .. จะว่าไปก็ไม่แตกต่างนักกับตลาดสดในต่างจังหวัดของบ้านเรา .. แม่ค้าบางคนทานข้าวไป ตาก็สอดส่ายดูว่าจะมีลูกค้าสนใจเข้ามาซื้อของจากแผงของเธอหรือไม่

บรรยากาศของตลาดทำเอาคนต่างถิ่นอย่างฉันเพลิดเพลินไปเลยทีเดียว ชาวเวียดนามมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจให้แก่คนแปลกหน้า แม้จะเจอคำถามวกวนชวนรำคาญ ที่สำคัญถามแต่ไม่ซื้อ พวกเขายังส่งยิ้มและยินดีตอบและให้ถ่ายรูป

ตลาดสดที่ฮานอย จะเริ่มมีชีวิตชีวาตั้งแต่ตอนย่ำรุ่ง และคึกคักมีชีวิตชีวาต่อไปตลอดทั้งวัน ช่วงพลบค่ำแสงไฟวิบวับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ก็จะเหลืออยู่เฉพาะแผงขายอาหาร และร้านขายเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ซึ่งรายล้อมด้วยลูกค้าที่นั่งดื่ม กิน นั่งสนทนาคุยกัน จนกระทั่งไฟจากตะเกียงหรือหลอดไฟดวงสุดท้ายจะดับมืดมิดไป

วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและผูกพันกับอดีตและวัฒนธรรมอันงดงามยังปรากฏให้เห็นอยู่ในยามนี้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี่ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากเวียดนามเริ่มเปิดประเทศเพื่อพัฒนาไปสู่ความเจริญให้เทียบเท่าเพื่อนบ้าน หลังจากที่บ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะสงครามมานานปี

คนเวียดนามแม้จะตกอยู่ท่ามกลางกระแสของความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังศรัทธาต่อชีวิตเดิมๆ แม้มาตรฐานอาจจะดูไม่หรูหรา แต่ด้วยความอดทน บากบั่น และมานะ ยึดมั่นอุดมการณ์ คนเวียดนามก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่น้อยหน้าใครๆ .. อีกไม่นานเราอาจจะเห็นเวียดนามก้าวไกลไปกว่าอีกหลายประเทศในแถบนี้ ..ดูๆจะเป็นคำพูดที่ไม่เกินความจริงไปเสียทั้งหมดแน่นอน

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net