วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

3 ทหารเสือตองอู..ขุนพลคู่กาย-คู่ใจบุเรงนอง


ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

          เขียนถึง"ตัวละคร"ในนิยายเรื่อง"ผู้ชนะสิบทิศ" คงจะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่เขียนถึงคนอีก 3 คน
          อันบุคคลทั้ง 3 คนนี้ มีบทบาทและถือประหนึ่งเป็น"เพื่อนตาย"ในสถานะ"ขุนพล"ของบุเรงนอง..
          ทั้ง 3 คนคือจาเลงกะโบ เนงบาและสีอ่อง

          "ตัวละคร"ทั้ง 3 นี่แหละที่ทำให้ชัดเจนว่า"ผู้ชนะสิบทิศ" เป็น "นวนิยาย" !!!
          เพราะแม้"ยาขอบ"จะเขียนเรื่องนี้ก่อนเขียน"สามก๊กฉบับวณิพก" แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อิทธิพลความคิดจากการอ่าน"สามก๊ก"ฉบับภาษาไทยของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) และภาษาอังกฤษจากต้นฉบับของบริวิท เทเลอร์ มีส่วนที่"ยาขอบ"นำมาใช้ในการเขียน"ผู้ชนะสิบทิศ"
          อย่างตอนที่"บุเรงนอง"ตีเมืองเมาะตะมะ และหงสา ใครที่เคยอ่าน"สามก๊ก" ก็จะรู้ว่า"ยาขอบ"นำมาใช้ เช่น การให้สีอ่อง บุกตีสอพินยาที่กำลังพักผ่อนระหว่างหนีโดยถอดเสื้อเกราะ หรือการที่ให้ทหาร"เวียนเทียน"กันเข้าค่ายโดยเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อตะคะญีเกิดหลุดปากให้เวลาหงสาก่อนเข้าโจมตี ทำให้ฝ่ายหงสา"รู้"ว่าทัพใหญ่ตองอูยังมาไม่ถึง แต่เมื่อเห็นทหารจำนวนมากโห่ร้องเดินเข้าค่าย...ก็ชะงัก ไม่กล้าเข้าปะทะทัพตองอู
          แม้แต่ตอน"จะเด็ด"ติดคุกเมืองแปร แล้วบอกให้"ตะเบงชะเวตี้"รอเวลาที่จะมี"ลมพัด"ก็เหมือนตอน"ขงเบ้ง" เตรียมออกเรือไป"ขอธนู"จากโจโฉ...
          หรือกลยุทธ์"ยืมหลังขุนวัง" กระทั่ง"ขอศีรษะ10ทหารตองอู" เพื่อหลอกข้าศึก ก็"ลอก"มาจาก"สามก๊ก"แท้ๆ...

          จาเลงกะโบ เนงบา สีอ่อง...ก็ไม่ต่างจาก จูล่ง กวนอู และเตียวหุย...3 ทหารเอกของขงเบ้งและเล่าปี่

          "บุเรงนอง" ปะคนทั้ง 3 เมื่อก่อเหตุทำร้ายคนของสอพินยาเมื่อครั้งยังชื่อ"จะเด็ด"ในสถานะคนรับใช้ขุนวังทกะยอดิน จึงหนีไปบอกและถูกมหาเถรกุโสดอ อาบว่านวิเศษจนผิวคล้ำก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น"มังฉงาย" พร้อมส่งตัวไปฝึกดาบกับเพื่อนสนิทนาม"ตะคะญี"ครูดาบชาวกะเหรี่ยง
          เป็นการส่งไปเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง"เพลงดาบ" ที่จะเด็ดยังไม่แกร่ง เพราะที่ผ่านมา เจ้าตัวเรียนรู้เพียง"เพลงทวนบนหลังม้า"จากมหาเถร

          ที่สำนักดาบกะเหรี่ยง ตะคะญี มี"ศิษย์รัก" 3 คน
          คนแรกก็คือ จาเลงกะโบ บุตรชายรูปหล่อของครูดาบ คนต่อมาคือสีอ่อง เจ้าหนุ่มผู้ไม่ค่อยพูดจา และเนงบา หนุ่มร่างใหญ่ ผมแดงตาแดง
          ทั้ง 3 คนร่วมกับจะเด็ดลุยรบทุกเมือง และเมื่อจะเด็ดเถลิงยศเป็น"บุเรงนองทกยอดิน" ก็แต่งตั้งเพื่อนตายทั้ง 3 คนเป็นขุนพลของตองอูในเวลาต่อมา โดย...
          จาเลงกะโบ "..ร่างค่อนข้างใหญ่สมชาย หว่างคิ้วสักเป็นยันต์ไขว้เหมือนรูปอุณาโลม นัยน์ตาเหลืองเข้มประหนึ่งตาเสือ.." ได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกองคชโยธา (ทัพช้าง)
          เนงบา "...ร่างใหญ่เสมอเอาคนสองคนมาปั้นรวมกัน อกและหลังสักจนเกือบไม่มีที่ว่าง ตาและผมแดง ไว้เคราหยิกเป็นก้อนติดคาง..." เป็นนายกองปัตตานึก (ทัพเดินเท้า)
          สีอ่อง "..รูปละม้ายคล้ายกระบอกข้าวหลาม รอยสักมีเพียงที่ชายโครงสองข้าง เสียงเจรจาดูสงบเสงี่ยม.."เป็นนายกองอัศวานึก (ทัพม้า)"

          ทั้ง 3 คน มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันในบั้นปลาย
          "จาเลงกะโบ" ผงาดขึ้นเป็นขุนพลคู่ใจของจะเด็ด เพราะความสุขุมและเก่งกล้า พร้อมมีครอบครัวที่มีความสุขกับ"ปอละเตียง" ที่จะเด็ดสู่ขอและจัดงานวิวาห์ให้ระหว่างยกทัพกลับจากเมาะตะมะ
          "สีอ่อง" เจ้านายกองม้าผู้หาญกล้าและเงียบเชียบ ก็ใช้ชีวิตในสถานะขุนพลประจำเมืองแปร คู่กับครูดาบตะคะญี
          ส่วน"เนงบา" หนุ่มใจร้อนร่างใหญ่ คือคนที่น่าสงสารที่สุด เพราะไปหลงรักกันทิมา แต่นางไม่รักเพราะมอบใจให้จะเด็ด เนงบาจึงหนีทัพก่อนจะมาต่อสู้ตามหน้าที่และเสียชีวิตพร้อมสั่ง"ไม่ขอเห็นหน้าบุเรงนองด็ด" ทำให้บุเรงนองต้องกราบศพที่นอนคว่ำเพื่อรักษาสัตย์ของเนงบา
          ความน่าสงสารของเนงบา ปรากฏในเพลง"เนงบาผู้ปราชัย" ซึ่งขับร้องโดย วิเชียร ภู่โชติ ที่แต่งคำร้อง-ทำนอง โดย ศักดิ์ เกิดศิริ

เนงบา อุราระทมทุกข์หนัก
เนงบา รูปอัปลักษณ์ต้อยต่ำ
เนงบา สุดระกำในดวงแด
เนงบา เนงบา วาสนาชะตาอับจน ไม่เจียมตน ดิ้นรน
คิดทะเยอทะยาน รักหญิงหนึ่งพึงใจไม่ประมาณ
ลืมศักดิ์รักนงคราญ ทนทรมานร้าวรานวิญญา
จากแดนดินถิ่นแคว้นกะเหรี่ยงไพร เพื่อทรามวัยมิ่งมิตร
กันทิมา ศึกรามัญสู้โรมรันฟันฝ่า หวังเพียงยอดชีวามาเคียงกาย
เนงบา เนงบา วาสนาชะตาศักดิ์ชาย ต้องสิ้นลาย
อับอายเหลือจะพรรณา รักสูญสิ้นดิ้นพรากจากเนงบา
สกุลต่ำช้ำวิญญา ทนทรมานรับความปราชัย
บุเรงนองปองรักหักอุรา อกเนงบา ปวดร้าวระทมใจ
ต้องจำลายอดชีวาแรมไกล จึงบุกป่าแดนไพรเอนกายนอน
เนงบา อุราระทมทุกข์หนัก
เนงบา ผู้อัปลักษณ์ลาก่อน
เนงบา ผู้ร้าวรอนทรวงระทม

nt-size: medium;">          ส่วนเพลงที่เขียนถึงทั้ง 3 ทหารก็คือเพลง"สามทหารเสือตองอู" ซึ่งประพันธ์คำร้อง-ทำนอง โดยศักดิ์ เกิดศิริ ที่ดูเหมือนจะ"ผูกขาด"การแต่งเพลงชุดผู้ชนะสิบทิศ ขับร้องโดย วิเชียร ภู่โชติ ปรีชา บุญยเกียรติ และ ชุติมา สุวรรณรัตน์

เนงบา... จาเลงกะโบ... สีอ่อง...
เนงบาคุมกองโยธาปัตตานึก...
จาเลงกะโบคุมกองโยธาหัตถาทำศึก...
อัศวนึกสีอ่องผู้เหี้ยมฮึกนำพล...
ตองอูเมืองคู่บุญมังตรา เชื้อชาติพม่ายิ่งใหญ่อยู่ในพุกาม
โมนยินตะเลง คิดเกรงและครั่นคร้าม เพียงแต่ยินนาม สามทหารชาตรี
ชาวแปรและอังวะยอมกลัว คร้ามเกรงไปทั่วแม่อิระวดี
ตองอูเรืองนาม พุกามเป็นสุขศรี ด้วยลูกศิษย์ตาคะญี ผู้มีฝีดาบเลื่องลือ
แล...แล อังวะหงสา สีอ่องเนงบา จาเลงกาโบ ขึ้นชื่อ
เผ่นผยองนามก้องระบือ มิเลือนลืมชื่อ สามทหารตองอู
แดนดินทั่วถิ่นแคว้นรามัญ รบรุกห้ำหั่น บุกบั่นประจัญริปู
ตะเลงโมนยิน แพ้สิ้นไม่อาจสู้ เกียรติ์กระเดื่องนามเฟื่องฟู คู่บุญพระเจ้ามังตรา
เนงบา...จาเลงกะโบ...สีอ่อง...
มีศักดิ์นายกอง ชาติกระเหรี่ยงเมืองตะเลง
อาสาทำศึก ไม่นึกพรั่นไม่หวั่นเกรง
เพื่อศักดิ์ชาวตะเลง ลูกเมงกะยินโย

          3 ทหารเสือตองอู จึงเป็นอีกตัวละครที่มีสีสันและบทบาทใน"ภาคบู๊"ของ"ผู้ชนะสิบทิศ" ที่ต้องเขียนถึง ..จึงจะสมบูรณ์

 

 

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net