วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

@@@@@แม่ขนตางอน ...เจ้าศรีมาลา@@@@@


อากาศที่ร้อนแล้งของเดือนเมษายน
ทำให้ฉันรู้สึกอบอ้าวเกินกว่าที่จะนั่งอยู่ในบ้าน  
จึงตัดสินใจหอบหมอนและเสื่อ
ออกมาปูนั่งใต้ต้นมะม่วง 
สายลมเย็นที่พัดเรื่อยเฉื่อยฉิว
ก่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบาย
จนฉันแทบจะลืมเลือนไปเลยว่า
นี่คือช่วงฤดูร้อน  
หากสภาพดินปลูกต้นไม้ที่แห้งผาก
อันเกิดจากการระเหยของน้ำ
และใบที่สลดด้วยแสงเจิดจ้าของตะวัน
กลับตอกย้ำให้ฉันตระหนักถึงความแล้งร้อนแห่งฤดูกาล
 

 


         ท่ามกลางความร้อนแล้งแห่งคิมหันตฤดูนั้น 
ศรีมาลา  .....
ไม้เลื้อยที่ฉันหลงรักมาเนิ่นนาน
ทยอยกันออกดอกสะพรั่ง 
สีแดงเจิดจ้าของกลีบดอก
ตัดกับสีเขียวสดของใบรูปไข่ที่มีขอบหยักตื้น 
กิ่งก้านของเธอระเลื้อยพันเกี่ยวโอบต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ 
ส่วนหนึ่งทอดตัวเลื้อยขึ้นไปยังเรือนยอดของต้นมะม่วง
แล้วพากันออกดอกสีสดใสท่ามกลางความร้อนแรงของแสงตะวัน 
ในขณะที่บางส่วนก็ทอดก้านห้อยย้อยลงมาระเรี่ยดิน 
ทำให้ฉันมีโอกาสได้ชื่นชมเธอทุกเช้าค่ำ


              นอกเหนือไปจากชวนชมหลากสี
ที่กำลังออกดอกอยู่ในริมรอบขอบรั้วบ้านแล้ว
ในฤดูร้อนเช่นนี้ก็เห็นจะมีเพียงศรีมาลา 
ไม้เลื้อยแสนสวยดอกนี้นี่ล่ะ
ที่ออกดอกเป็นบรรณาการอยู่ในสวนศรีของฉันสม่ำเสมอ
ไม่เกี่ยงงอนว่าจะแล้งร้อนสักเพียงใด   
สีแดงเจิดจำรัสของเธอที่โผล่กลีบมาทักทายฉันทุกเมื่อเชื่อวัน
ทำให้ฉันหวนรำลึกถึงใครบางคนที่บอกกับฉันว่า
หลงรักดอกไม้นามศรีมาลาทันทีที่เห็นเพียงภาพของเธอ


               ด้วยเหตุนี้เอง   
ฉันจึงไปเสาะแสวงหาไม้เลื้อยดอกแดงนามศรีมาลา
มาเก็บไว้เพียงหวังมอบให้เป็นของกำนัลแก่มิ่งมิตร 
ครั้นยามเมื่อใครคนนั้นหอบต้นไม้หลากชนิดมาเยี่ยมเยือนฉันถึงที่พำนัก
จึงได้ไม้เลื้อยสีแดงกลับไปเป็นของฝากจากเพื่อนใหม่
   


               ศรีมาลาเป็นไม้เลื้อยในตระกูล Passiflora  
ตระกูลเดียวกับเสาวรสหรือกะทกรก
ที่เราเห็นกันอย่างเจนตามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 
เดิมทีนั้นเธอมีชื่อเรียกว่า “มังกรแดง” 
ชะรอยว่า ชื่อนี้คงไม่ไพเราะเสนาะหู
จึงมีคนตั้งชื่อใหม่ให้เธออย่างไพเราะพริ้งว่า
“ศรีมาลา ” 
เพื่อให้สอดคล้องกับไม้เลื้อยสีม่วงตระกูลเดียวกับ
ที่มีนามว่า “สร้อยฟ้า ”

              ไม้ในวงศ์ PASSIFLORACEAE นี้
มีมากมายกว่า 400ชนิด 
ส่วนมากมักเป็นไม้เลื้อย 
หากก็มีบ้างเพียงส่วนน้อยที่เป็นไม้ล้มลุก
หรือเป็นไม้พุ่ม และไม้ต้น 
 ดอกของพืชวงศ์นี้มีหลากสี
ไม่ว่าจะเป็นสีขาวอย่างกะทกรก
ที่เราเห็นกันจนเจนตา
ไปจนถึงสีม่วง แดง  ชมพู ที่เราไม่คุ้นชิน 


             ชื่อสกุล  Passiflora   ของเธอนั้น
มีที่มาจากภาษาลาตินคือ  Passio
หมายถึง ได้รับทุกข์ทรมาน (Suffering)
และคำว่า flos หมายถึง  ดอกไม้ 
เมื่อรู้จักชื่อเสียงเรียงนานมของเธอในภาษาอื่น
ที่มิใช่ภาษาไทยแล้ว
ฉันก็ได้แต่ฉงนสงสัยว่า
เหตุใด ไม้ดอกตระกูลนี้จึงได้รับการขานชื่อ
ในความหมายที่เกี่ยวข้องกับ ความทุกข์ทรมาน 
ตราบกระทั่งเมื่อที่ได้เจอะเจอเพื่อนชาวฝรั่งเศส
ซึ่งหลงรักการปลูกไม้ดอกเฉกเดียวกับฉัน 
จึงรับรู้ที่มาแห่งนัยยะในชื่อนั้น

          ในหมู่ไม้ดอกของพืชสกุลนี้
มีหนึ่งชนิดที่ชื่อว่า  
Passiflora caerulea
เป็นดอกไม้ที่ชาวคริสต์ถือว่า
มีความเกี่ยวเนื่องในทางศาสนา 
เป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์
แทนความทุกข์ทรมานของพระคริสต์

           ที่มา:  http://educationalscience.com/prodimg/reduced/passiflora2.jpg


กลีบดอกทั้งสิบกลีบ ( กลีบบน 5 + กลีบล่าง 5 )
หมายถึงสาวก 10 คน (ไม่รวม Peter และ Judas)
หรือบางคนก็บอกว่าหมายถึงบัญญัติสิบประการ โดยกลีบชั้นบน 5
กลีบนั้นยังมีความหมายอีกแง่คือ
หมายถึงเหตุการณ์ทั้งห้าที่เกี่ยวกับพระเยซู คือ
Birth , Suffering ,
Death , Interment , Hell

ส่วนที่เป็นพู่วงรอบ
แทนมงกุฎหนาม
ที่ทหารโรมันสวมแก่พระเยชู
เพื่อเป็นการทรมาน 
เกสรตัวเมียทั้งสาม
หมายถึงตะปู 3 ดอก
ที่ใช้ตรึงองค์พระคริสต์ไว้กับกางเขน 
รังไข่และก้านรองหมาย
ถึงถ้วยเหล้าองุ่น
ที่ใช้ในอาหารเย็นมื้อสุดท้าย
เกสรตัวผู้ทั้ง 5
หมายถึงบาดแผลทั้ง 5
บนร่างกายพระคริสต์
   

        
“มิน่าเล่า  เธอจึงได้ชื่อว่า
 Passiflora
อืมมมม คนที่ตั้งชื่อเธอครั้งแรกนี่
ช่างจินตนาการเหลือเกิน”
ฉันรำพึงรำพันด้วยความทึ่ง
ก่อนที่จะสรุปกับตัวเองว่า
ไม่ว่าเธอจะมีชื่อว่าอะไร มาก่อน 
มังกรแดง   ศรีมาลา
หรือ Passiflora 
เธอก็ไม่เป็นอื่นนอกจาก
“แม่ขนตางอน ”ของฉัน
  
               ในความเห็นของฉันนั้น
ศรีมาลาเป็นไม้ดอก
ที่มีรูปลักษณ์ดึงดูดสายตาผู้พบเห็นอย่างมาก 
นับตั้งแต่กลีบดอกสีแดงเจิดจ้า
ราวจะเย้ยตะวันให้อาย 
เกสรตัวเมียที่ยกสูงขึ้นมา
ให้เห็นอย่างเด่นชัดใจกลางดอก 
เกสรตัวผู้ทั้ง 5 ที่ยื่นออกไป
ราวกับจะรองรับเกสรตัวเมียที่ยกสูง 
รวมไปถึงส่วนพู่รอบวงดอกสีแดงเลือดหมูจนเกือบดำ
ที่เป็นเส้นโค้งอ่อนช้อย
ราวกับขนตางอนงามของอิสตรี 
หรือแม้กระทั่งดอกอ่อนรูปทรงรีที่ชวนให้พิศวงว่า
ยามเธอคลี่บานจะมีลักษณะเป็นเช่นไร
 ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงไม่แปลกใจเลยหากได้ยินว่า
มีผู้หลงรักเธอทันทีที่ได้พบเห็น
แม้เพียงเป็นรูปจากภาพถ่ายก็ตาม 
เพราะเมื่อครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอ
เลื้อยเลาะเกาะเกี่ยวอยู่บนรั้วระแนง
ในที่พักตากอากาศแห่งหนึ่งของอำเภอพบพระ จ.ตากนั้น 
เธอก็ทำให้หัวใจฉันแทบละลายไปด้วยความปรารถนา
อยากเห็นเธอผลิดอกสีแดงสดใสอยู่ในรั้วรอบขอบบ้านของฉัน 
และนั่นคือเหตุผล
ที่ทำให้ฉันปราศจากความลังเลใจแม้แต่น้อย
ในการตัดสินใจซื้อเธอทันทีที่ได้พบเห็นเธออีกครั้ง


              บางสิ่งบางอย่างไหววูบอยู่หัวใจบ่อยครั้งยามที่ฉันเห็นเธอ 
ศรีมาลา... แม่ขนตางอน 
เป็นความรำลึกถึงใครบางคน
ที่ฉันนับเนื่องว่า เป็นมิตร 
ผู้ที่ได้รับมอบศรีมาลา
ของกำนัลจากฉัน 
หากด้วยเหตุผลที่ไม่อาจประจักษ์ชัด  
ฉันจึงไม่มีโอกาสได้ถามไถ่ใครคนนั้น
ถึงเรื่องราวของเธอ.... 
แม่ขนตางอน  
ฉันจึงมิอาจรับรู้ว่า  
เธอได้หยั่งรากฝังดินเพื่อลดเลี้ยวเกาะเกี่ยวผลิดอกสีสวย  
อวดความงามที่โดดเด่นให้ใครคนนั้นชื่นชม
เฉกเดียวกับที่ฉันได้รับบ้างไหม 

มีคำถามมากมาย
ที่ฉันอยากถาม ...อยากให้คุณตอบ 
หนึ่งในนั้น ฉันเพียงอยากรู้ 
ต้นไม้มิตรภาพที่ฉันมอบให้ไป 
เคยงอกเงยอยู่ในหัวใจคุณบ้างไหมหนอ

ในวันนี้ ....
เมื่อฉันเห็นดอกศรีมาลาอีกครั้ง 
ฉันกลับพบความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจ   
 บางที....
ความคิดถึงก็ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานได้เช่นกัน   
โอ้.... แม่ขนตางอน
ศรีมาลาของฉันเอย....

เพลง "ฝากจดหมายไว้บนเมฆ"

กิตติพงศ์ ขันธกาญจน์ : Private Album

โดย สเลเต

 

กลับไปที่ www.oknation.net