วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซ า ป า ... เ มื อ ง ม หั ศ จ ร ร ย์ ใ น ส า ย ห ม อ ก (1)


May 29, 2008

Sapa … The amazing town in the mist (1)

เดินทางด้วยรถไฟทั้งคืนจากฮานอยมาที่เมืองลาวไค หลังอาหารเช้าเราเดินทางต่อท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดเวลา .. ผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ ..

ถนนที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคดมาพักใหญ่ รถมินิบัสก็พาเรามาถึงโรงแรมที่พัก คือ Sapa Hotel โรงแรมนี้เป็นโรงแรมในยุคแรกๆในซาปา ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่มีฉากของอีกฝากหนึ่งของถนนเป็นสวนดอกไม้ริมทะเลสาบสวยมาก ส่วนอีกฝากเป็นที่ตั้งของอาคารสไตล์ตะวันตกสวยคลาสสิกจริงๆ ..

สวนดอกไม้ฝั่งตรงข้ามโรงแรม … ยามที่หมอกหนาเคลื่อนตัวลงมาปกคลุมผืนดิน

สวนดอกไม้แห่งเดียวกันในชั่วอึดใจต่อมา .. อารมณ์ซาปาแปรเปลี่ยนได้รวดเร็ว .. แค่กระพริบตา สวรรค์ก็เคลื่อนลงมาสู่สายตา และดวงใจ

อาคาร ณ อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ รูปถ่ายจากระเบียงห้องพัก

ภูเขาสูงเสียดฟ้า .. จากระเบียงห้องพัก .. ไหลช้าๆผ่านเลนซ์กล้องตัวเก่า

ฉันเชื่อว่า ทุกสถานที่มีเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันที่ผู้มาเยือนควรให้ความสนใจ และยังเชื่อต่อไปว่า สิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของเมืองจะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่จะได้เห็น ได้รับรู้ได้ดี และเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น อันจะช่วยให้การท่องเที่ยวมีรสชาดและสีสันที่น่าสนใจ ..

ซาปา .. เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาวไค ห่างจากพรมแดนมณฑลยูนานของจีนที่เพียง 40 กิโลเมตร ภูมิอากาศจะแตกต่างกันมากๆในช่วงวัน คุณจะเห็นหมอกหนาในตอนเช้า แต่เมื่อฟ้าเปิดอากาศจะสดใส อุณหภูมิเฉลี่ย 15 องศา แต่หากเป็นช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อาจจะลดลงถึงเพียงแค่ 1 องศาเท่านั้น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบธรรมชาติ หลงเสน่ห์ของขุนเขา อากาศที่เย็นฉ่ำจนหนาวเยือก ….

… ต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาที่อยู่กับธรรมชาติ งานฝีมือท้องถิ่นของชาวบ้านที่ไม่ประดิดประดอยมากนัก …

… แต่ยังรักที่จะอ้อยอิ่งกับคาปูชิโนหอมๆ นั่งมองผู้คนเดินเล่นแบบไม่รีบร้อนในเมือง ก่อนจะคว้ามอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ขี่รับลมเล่น ลุยดอยสูงลูกแล้วลูกเล่า …

… แวะแทร๊กกิ้งในหมู่บ้านชาวเขา เพื่อให้กล้องถ่ายรูปตัวเก่งบันทึกความทรงจำแบบลืมหายใจ ตื่นตากับระเบียงนาข้างแบบขั้นบันไดกลางหุบเขาที่มีให้เห็นตลอดเวลา ก่อนจะกลับมาพุงกางกับไวน์ดีๆ เสต๊กอร่อยๆ หรืออาหารเวียดนาม ก่อนจะกลับไปซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มในโรงแรมสไตล์ฝรั่งเศสริมทะเลสาบ .. รับรองว่า “ซาปา” จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

ตามประวัติของเมือง ซาปาเป็นดินแดนของชาวเขาเผ่าม้ง ชาวเย้า และชาวเขาเผ่าอื่น รวมถึงชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่ม ซึ่งก็ยังคงมีถิ่นฐานอยู่ในเมืองนี้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันซาปามีประชากรอาศัยอยู่ราว 37,000 คน นับเป็นดินแดนแห่งดอยที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์มากที่สุดในประเทศเวียดนาม

ชื่อของซาปาเริ่มเป็นที่รู้จักและปรากฏบนแผนที่ เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสซึ่งปกครองเวียดนามในขณะนั้น ได้มาสร้างสถานีภูเขาขึ้นที่นี่เมื่อปี 2465 เพื่อเป็นเมืองตากอากาศและพักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่และข้าราชการของฝรั่งเศสที่เข้ามาประจำการในเขตอินโดจีนในยุคสมัยอาณานิคม เพราะด้วยที่ตั้งของซาปาอยู่ในที่สูงเหนือสุดของเวียดนาม โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี

สิ่งก่อสร้าง รูปร่างเหมือนอนุสาวรีย์ด้านล่าง … เป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อระลึกถึงการเข้ามายังเมืองซาปาของชาวฝรั่งเศส

จากนั้นจึงเริ่มมีชาวต่างชาติซึ่งอยู่ในฮานอย มาพักผ่อนช่วงวันหยุดเป็นประจำ เพราะอากาศดีและความเงียบสงบของเมือง ต่อมาคนเดินทางได้รับทราบข่างสารและเดินทางมาเห็นบรรยากาศจริงๆ จึงทำให้การเดินทางมาเยือนซาปากลายเป็นสิ่งที่นัดเดินทางที่ชื่นชอบธรรมชาตินิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากบรรยากาศแล้วบรรดาชาวเขาที่อยู่ในบริเวณนี้ก็น่าสนใจไปเยี่ยมชมมาก รวมถึงระเบียงนาขั้นบันไดที่ทอดตัวเปี่ยมด้วยเสน่ห์ท่ามกลางขุนเขา และหากชอบแทร็กกิ้งแล้วละก็ ยอดเขาฟานสีปัน (Fansipan Mountain) ก็รอให้คุณขึ้นไปพิชิตที่ความสูง 3,134 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งสูงที่สุดในอินโดจีน

Note : ขอบคุณภาพบางส่วน (ที่ไม่มี Water Mark) จากนิตยสาร TRIPS

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net