วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซ า ป า ... เ มื อ ง ม หั ศ จ ร ร ย์ ใ น ส า ย ห ม อ ก (2)


May 30, 2008

Sapa … The amazing town in the mist (2)

อันที่จริงชีวิตของเราๆท่านๆไม่เคยห่างหายไปจากการเดินทางจริงๆเลยสักครั้ง .. เพียงแต่ว่า นิยามของการเดินทางของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันในรายละเอียด ด้วยการให้คำนิยาม ระยะทาง จำนวนเวลา ภาษาที่ใช้ อาหารการกินที่แตกต่าง ฯลฯ ..

สำหรับฉัน .. การเดินทางทุกครั้งมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นการเดินทางสั้นๆ แต่ทุกย่างก้าวได้สร้างมุมมองใหม่ เติมพลังใจให้กับฉันเสมอ .. และคราวนี้เสียงเรียกร้องจากภายในที่จะไปยังจุดหมายอันเป็นเมืองเล็กๆของซาปา ก็เช่นกัน .. ด้วยความรู้สึกอยากออกจากบ้านไปแบกเป้ร่อนเร่ไปยังจุดหมายใหม่ๆ .. สถานที่พื้นๆ แต่มากด้วยแรงบันดาลใจ และเสน่ห์ของเรื่องราวที่จะไหลผ่านเลนซ์ของกล้องถ่ายรูป และสายตา ..ได้นำพาให้ฉันก้าวเท้ามายังเมืองนี้

ครั้งแรกที่ได้ถ่ายรูปเมืองซาปา ฉันต้องยอมรับว่าหลงเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ ที่มีสายหมอกลอยระเรื่ออยู่เหนือหลังคาสีแดงของวิลล่าสไตล์โคโลเนียล ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส

วันแรกในซาปา ฝนตกเล็กน้อย หมอกขาวเป็นฝ้าทึบซ่อนเมืองทั้งเมืองจากสายตา ราวกับจะเล่นซ่อนหา ..  แต่ก็ท้าทายให้ฉันออกไปเดินกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปแปลงดอกไม้และวิวสวยๆของเมือง และชาวเขาในชุดสีสันสดใสที่เดินมาตามถนน

ก่อนมาที่ซาปา .. ฉันนึกและจินตนาการเอาเองว่า การที่จะเห็นชาวเขาของซาปาในเครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้าน เหมือนที่เห็นในรูปถ่ายตามนิตยสารนั้น ต้องใช้เวลาเดินทางออกไปจากตัวเมือง เข้าสู่ดินแดนที่ห่างไกล .. แต่เมื่อมาถึง ฉันได้เห็นหญิงชายชาวเขามากหน้าหลายตาเดินไปมาในตัวเมือง ในตลาด ตามถนนหนทาง อยู่ตลอดเวลา .. เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนค่ะ

ซาปา มีแค่ 2 ฤดู คือฤดูร้อน และฤดูหนาว ฤดูร้อนเริ่มจากเดือนเมษายน จนถึงเดือนพฤศจิกายน และเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม จะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในซาปา .. แต่อากาศก็ยังเย็นอยู่ดีเทียบกับอากาศในบ้านเรา .. ส่วนฤดูหนาว ครอบคลุมเดือน ธันวาคม – มีนาคม .. หากจะมาเที่ยวต้องเตรียมเสื้อผ้ามาให้เพียงพอค่ะ อาจมีหิมะตกได้ ด้วยซาปาได้ชื่อว่าหนาวที่สุดในเวียดนาม

ฉันได้เรียนรู้ความหมายของลมหนาวอีกครั้งในคราวนี้ .. ลมหนาวพัดผ่านมากระทบหน้าทันทีที่ก้าวออกจากประตูโรงแรม สูดไอเย็นเข้าปอดให้เต็มที่ แล้วเป่าออกมาทางปากเป็นไอขาว .. สุขใจที่ได้กอดตัวเอง เรียนรู้และเข้าใจว่า “ความอบอุ่น” นั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง .. บางครั้งการเรียนรู้ “ความหนาว” ก็ไม่แตกต่างไปจากการเรียนรู้ชีวิต การเก็บกระเป๋าเดินทาง และการผันเปลี่ยนของฤดูกาล .. ชีวิตที่มีหลายฤดูกาลให้ใช้ ให้รู้สึก

ตัวเมืองซาปาเล็กจนเดินเล่นได้รอบในเวลาไม่นาน คุณสามารถเดินเที่ยวชมเมืองด้วยตนเอง สถานที่แต่ละแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก คุณสามารถแวะหยุดชมเลือกซื้อสินค้าได้โดยสะดวก โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขของเวลามาเป็นตัวกำหนด โดยส่วนใหญ่จะเริ่มการเดินจากใจกลางเมือง แล้วเดินเลียบไปตามถนนเส้นหลัก เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ … เมืองนี้จึงไม่มีแท็กซี่ หรือรถประจำทาง เป็นเหตุผลที่ดีในการเดินออกกำลังไปเรื่อยๆพร้อมเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินไปในตัว แต่หากขี้เกียจเดิน ก็จะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เสนอตัวพาเที่ยวในราคามิตรภาพ

จัตุรัสกลางเมืองที่มีพื้นที่เป็นดาวแดงดวงใหญ่ เป็นสถานที่ตั้งของโบสถ์คริสต์เก่าแก่ของเมืองนี้ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กและศูนย์กลางของเมือง ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะทรุดโทรมลงไปบ้างตามกาลเวลา แต่ยังคงดูสวยงามควรค่าแก่การเยี่ยมชมอีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ที่นี่

หากคุณหันหน้าเข้าหาโบสถ์ คุณจะเห็นถนน 2 สายจากจุดนี้ เส้นทางขวามือจะผ่านตลาดสด และที่พักราคาไม่แพง ตั้งแต่โรงแรมตรงหัวถนนไปจนถึงที่พักเล็กๆริมริมเขา

ส่วนเส้นขวามือ .. เมื่อเดินเรื่อยจะพบกับ แลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่ง คืออนุสรณ์ที่แสดงว่าฝรั่งเศสได้เข้ามาถึงซาปา และสร้างเมืองแห่งนี้ให้เป็นที่พักตากอากาศ จนชื่อเสียงเลื่องลือขจรขจายไปทั่วโลก

เส้นทางเดียวกันนี้ จะนำคุณไปยังทะเลสาบ ที่รายล้อมด้วยวิลล่าแบบฝรั่งเศส แถบนั้นจะเป็นโรงแรมมีระดับ หรูระยับให้คุณได้เลือกพักตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า

ซาปา กลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักธรรมชาติ ไฮไลท์ของที่นี่คือเมืองเล็กๆ ที่มีสถาปัตยกรรมยุคโคโรเนี่ยลแบบฝรั่งเศส เดิมเมื่อความเจริญยังมาไม่ถึงที่พักก็เป็นเพียงโรงแรมเล็กๆ หรือไม่ก็เป็นเกสต์เฮ้าส์ราคาถูกที่ดัดแปลงมาจากที่พักของชาวเมือง

เมื่อภายหลังซาปาเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว ในเรื่องของวิวทิวทัศน์และอากาศที่เย็นสบายตลอดปี ทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการสร้างอาคารสมัยใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเดินไปรอบๆ คุณจะมองเห็นอาคารเก่า อยู่รวมกับอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ แต่เพียงไม่ถึง 10 นาทีจากตัวเมือง คุณก็สามารถเข้าไปใกล้ชิด สัมผัสกับธรรมชาติ ลำห้วย ขุนเขา น้ำตก ดอกไม้ป่า

ซาปา คืออาณาจักรของกล้วยไม้หายาก เดิอนที่ลมหนาวผ่านพ้น ไม้ดอกนานาพันธุ์จะเริ่มแข่งกันบาน และด้วยสีสันของเสื้อผ้าชาวเขา งานหัตถกรรมด้วยฝีมือคนท้องถิ่น ที่ทำจากเส้นไหมและวัสดุธรรมชาติ คือสิ่งที่ปรุงแต่งให้ซาปามีเสน่ห์กว่าเมืองอื่น

นอกจากคุณจะเดินทางไปเยือนชาวเขาตามหมู่บ้านต่างๆแล้ว ตลาดนัดในซาปายังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนของชาวเขาที่เต็มไปด้วยสีสัน

ได้ยินการเล่าขานว่า สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ Love Market และ Bac Ha Market …

ตลาดวันเสาร์ที่เคยเลื่องชื่อในอดีต ซึ่งเคยเป็นเหมือนลานสาวกอดของชาวเขาในภาคเหนือของไทย ..ทุกๆวันเสาร์ ชนเผ่าต่างๆ ไม่ว่าม้งดำ ม้งแดง เย้าแดง หรืออีกหลายๆเผ่าที่อยู่ใกล้ไกล จะแต่งตัวด้วยชุดที่สวยที่สุดและเต็มไปด้วยสีสัน มารวมตัวกันที่ซาปา มองหาสิ่งที่หัวใจปรารถนา นั่นคือ “ความรัก” ไม่ว่าจะสูง ต่ำ ดำ ขาว ทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะถูกหมายตา ... นี่คือประเพณีทางสังคมของชนกลุ่มน้อยทางเหนือของเวียดนาม ในเขตพื้นที่ลาวไค ฮาเกียง และซอนลา

การเกี้ยวพาราสีจะเริ่มขึ้น โดยสาวเจ้าจะแอบอยาในซอกหลืบมืดๆ แล้วขับขานเพลงรัก หากฝ่ายหนุ่มสามารถค้นหาที่มาของเสียงแล้วเกิดปิ๊งกัน ทั้งคู่ก็จะเกี่ยวก้อยหายเข้าไปในป่าราว 3 วัน จากนั้นก็จะกลับมาร่วมพิธีกรรมอีกหลายอย่างตามความเชื่อของคนภูเขาที่นับถือภูติผ้และบรรพบุรุษ เพื่อที่จะอยู่ด้วยกันอย่างถูกขนบประเพณี … ส่วนคนที่พรหมลิขิตยังไม่ชักนำ ก็ยังมีโอกาสในครั้งต่อๆไป สำหรับจังหวัดฮาเกียง ความรักต้องมีการรอคอย เพราะ “Love Market” เป็นพิธีใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น คือในวันที่ 27 มีนาคม โดยมีการแสดงใหญ่โตให้สมกับที่ต้องอดใจรอคอยมาปีเต็ม

ในวันนี้ … ลานสาวกอดกลับกลายเป็นร้านจำหน่ายสินค้าทำมือ ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อหน้าโบสถ์กลางเมืองซาปา .. คุณอาจจะได้ยินเสียงเพลงแว่วมาจากความมือในซอกหลืบข้างทาง .. แต่สิ่งที่ชาวเขาในวันนี้มองหา อาจจะไม่ใช่ความรัก หากแต่เป็นเงินทิปเล็กน้อยจากกระเป๋าของคุณค่ะ

Bac Ha คือตลาดนัดวันอาทิตย์ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเวียดนาม ที่คุณจะพบว่าตัวเองหลงอยู่ในสีสันจัดจ้านของเครื่องแต่งกายชาวเขา และหัตถกรรมชนเผ่า ราวกับเป็นงานเฉลิมฉลองทีเดียว คุณจะตื่นตากับความมีชีวิตชีวาของชนเผ่าต่างๆ ที่พร้อมใจกันมาพบกัน บางคนเดินทางมาไกลเป็นสิบๆกิโลก็มี ว่ากันว่าหากคุณต้องการซื้ออะไร ให้อดใจไว้ซื้อที่นี่จะดีที่สุด … เป็นศูนย์รวมของกินของใช้ของชาวเมืองในภูมิภาคนี้ .. น่าเสียดายที่เราไม่มีเวลาเพียงพอ จึงยังไม่มีโอกาสเห็นตลาดทั้งสองแห่ง … ราวๆปลายปีนี้ตั้งใจที่จะเดินทางไปซาปาอีกครั้งคงไม่พลาดแน่นอน

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net