วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จัดยิ่งใหญ่สมโภชหลักเมือง-งานกาชาด


สานสัมพันธ์3วัฒนธรรมดับไฟใต้ นำเมืองยะลากลับมาสู่สันติสุข

คำว่า ยะลา มาจากภาษาพื้นเมืองเดิมว่า ยะลอ ซึ่งแปลว่า “แห” เป็นเมืองชายแดนภาคใต้ที่มีความน่าสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน และอิสลาม ตัวเมืองยะลามีการวาง  ผังเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้
 
ยะลาเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 4,521 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส และประเทศมาเลเซีย เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ พื้นที่ราบมีน้อย ยะลาแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ  คือ อำเภอเมือง เบตง บันนังสตา ยะหา รามัน ธารโต กาบัง และกรงปินัง ศาลหลักเมืองยะลา เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวยะลา ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2505 เวลา 12.00 น. ภายในศาลประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งสร้าง  ด้วยแก่นไม้ชัย พฤกษ์สูง 50 ซม. วัดโดยรอบฐาน 43 นิ้ว ที่ปลาย 36 นิ้ว พระเศียรยอดเสาเป็นรูปพรหมจตุรพักตร์และเปลว ไฟ สาเหตุที่มาของการสร้าง ศาลหลักเมืองยะลา สืบเนื่องจาก พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ผวจ.ยะลา คนที่ 31 ได้ทำการค้นคว้าประวัติศาสตร์และพบว่า จ.ยะลา เดิมเป็นบริเวณ 7 หัวเมือง เป็นส่วนหนึ่งของ จ.ปัตตานี และแยกออกมาเป็นเมืองยะลา ในสมัยรัชกาลที่ 1 และมีการสถาปนาเป็นเมืองยะลาแล้ว ได้มีการย้ายที่ตั้งเมืองมาแล้ว 5 ครั้ง การต้องมีการย้ายเมือง 5 ครั้งเนื่องจากต้องการเลือกชัยภูมิ   ที่เหมาะสม และยังกล่าวกันว่า จ.ยะลา ยังไม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลักเมืองตามโบราณราชประเพณี  จึงมีการประชุมเพื่อสร้างหลักเมืองขึ้น การสร้างหลักเมืองครั้งนี้ได้อัญเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางไสยศาสตร์หลายท่านมาเป็นผู้ตรวจชัยภูมิเมือง เช่น หลวงพ่อเงิน และ หลวงพ่อสำเนียง จ.นครปฐม และ ได้กำหนดเอาใจกลางของวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัดเป็นที่ตั้งศาลหลักเมือง เริ่มสร้างเมื่อปี 2504 โดยได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานหลักเมืองยะลา และอัญเชิญลงหลุมตามเวลาฤกษ์โหรหลวง สำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2505 เวลา 12.00 น. บริเวณโดยรอบจัดเป็นสวนสาธารณะร่มรื่นสวยงามเป็นที่ พักผ่อนหย่อนใจ มีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ในวันที่ 25 พฤษภาคม-4 มิถุนายน ของทุกปี
 
สำหรับจังหวัดยะลานั้น นาย    ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราช การจังหวัด ได้กำหนดยุทธศาสตร์ “ยะลาสันติสุข” เน้นความ สำคัญกับการทำความเข้าใจต่อการ บิดเบือนประวัติศาสตร์และศาสนา ลดความหวาดระแวง ให้คนในสังคมยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒน ธรรม โดยการสานสัมพันธ์ 3 วัฒนธรรม ดับไฟใต้ สร้างความยุติธรรมด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์และเฉียบขาดนำยะลาสู่สันติสุขโดยการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ
   
นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า การจัดงานสมโภชหลักเมืองและงานกาชาดจังหวัดยะลา ระหว่างวันที่  25  พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2551 ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งของจังหวัดยะลา ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกปี ตั้งแต่ ปี 2505 เป็นต้นมา และในปีนี้ จัดได้ว่ายิ่งใหญ่กว่าทุก ๆ ปีโดยเน้นกิจกรรมสานสัมพันธ์ สามวัฒนธรรมดับไฟใต้ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ยะลาสันติสุข” ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การออกร้านนิทรรศ การจากส่วนราชการต่าง ๆ มากมายที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ สภาพความเป็นอยู่ตามวิถีชีวิตที่หลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรมไทยพุทธ ไทยมุสลิมและไทยจีน ที่มีความรักมาอย่าง ยาวนานในอดีต กิจกรรมตำบล/หมู่บ้านสันติสุข กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง การออกร้านนาวากาชาดการออกรางวัลสลากการกุศล และเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียง ได้พักผ่อนหย่อนใจในรอบปี และยังเป็นการหารายได้เพื่อสมทบทุนในกิจกรรมการ กุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดยะลาด้วย มีพิธีอาราธนาศีลรับศีลและประกอบพิธีพราหมณ์บนศาลหลักเมืองทั้ง 4 ทิศ โดยมีการถวายผ้าแพร พวงมาลัย ปิดทองจุดธูปเทียนสักการบูชาศาลหลักเมือง พร้อมนี้ได้มีการเชิญนางรำ  รำถวายรอบศาลหลักเมือง 3 รอบ ในช่วงบ่ายจะเป็นการอัญเชิญหลักเมือง จำลองขึ้นประดิษฐานบนราชรถแห่ไปรอบเมืองยะลา ตามด้วยขบวนของ   ดีจากทุกอำเภอและหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 20 ขบวนอย่างตระการตา อาทิ ขบวนกลองยาว ขบวนอังกอร์ ขบวนแต่งกายชุดบานงที่เป็นวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทยมุสลิม ในภาคกลางคืนจะมีร้าน นาวากาชาด การจำหน่ายสินค้า  กว่า 100 คูหา และกิจกรรมบันเทิงจากเวทีกลางในงานหลากหลายวัฒนธรรมทุกค่ำคืน อาทิ มโนราห์ หนังตะลุง    การประชันลิเกฮูลูชาย-หญิง กว่า 30 คณะ จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิเศษกว่าทุกปี ในปีนี้มีการประกวด “ธิดายะลาในชุดการแต่งกายชุดบานง” ชิงโล่รางวัลสายสะพายพร้อมเงินสด ส่วนมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดงานหลักเมือง และงานกาชาดนั้นได้มีการปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน ตลอดถึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน  เข้าร่วมปฏิบัติงานโดยกำหนดจุดตรวจจุดสกัดทุกเส้นทางก่อนเข้างาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้มา   เที่ยวงาน เกิดความมั่นใจมากที่สุด  
 
 การช่วยเหลือบำบัด ความเครียด ความหวาด ผวา ความทุกข์ของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่มาเป็น เวลายาวนานกว่า 4 ปี  นั้น การจัดงานรื่นเริง การบริจาคให้ทานทำ บุญการกุศล นับว่าเป็น  วิธีการหนึ่งที่จะสามารถคลายความทุกข์ความเครียดของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะสายธารที่หลั่งไหลมาจากภูมิภาคอื่นของประเทศสู่ชายแดนภาคใต้นั้น เป็นสิ่งที่ต้องการอย่างยิ่งสถานการณ์ใต้ยังหวังว่า สักวันสถานการณ์คงกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว หากทุกคนช่วยกันห่วงใย ช่วยกันแก้ไข

โดย เจ้าหญิงสายลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net