วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้าไม่ใช้โอกาสชุมนุมครั้งนี้ให้ดี อนาคตก็คงมีแต่ตายกับเจ๊ง


ถ้าไม่ปฏิวัติสังคมเสียบัดนี้มันจะสายเกินไปแล้ว เพราะถ้าคนแก่รุ่นนี้ตายไปหมดก็จะหมดเชื้อแห่งการต่อสู้ จิตวิญญาณสังคมถูกกลืนกินสูญหายไปด้วยอิทฤิทธิของทุนนิยมสามานย์ เพราะฉะนั้นช่วงนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของสังคมไทยเราแล้ว ผมขอเรียกร้องให้พ่อแม่ที่น้องไปร่วมชุมนุมที่ราชดำเนินกันให้มากที่สุดเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง จงไปเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่อาจไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์ครั้งนี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม คือถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเราก็ไม่ต้องออกมาชุมนุมกันอีก แต่ถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเราก็คงหมดโอกาสที่จะออกมาอีกแล้ว

 

ผมใคร่ขอฝากแนวคิดในการปฏิวัติสังคมไว้ว่า ถ้าระบบการบริหารประเทศยังมาจากการเลือกตั้งตามระบบปัจจุบันนี้ สังคมเราไม่มีทางหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ของธนาธิปไตยไปได้ จึงต้องปรับใหญ่ระบบการจัดสรรอำนาจเพื่อการบริหารประเทศให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของสังคมไทย  เช่น

  • ให้สส. มาจากการเลือกตั้งตามปกติ แต่ห้ามเป็น รมต. หรือ เลขา รมต. หรือตำแหน่งใดทางบริหาร

  • ให้สว. มาจากการกำหนดโดยกฎหมาย (ไม่ต้องสรรหา) คือกำหนดเอาตามตำแหน่ง เช่น นายกสมาคมวิชาชีพต่างๆ ปลัดกระทรวงเกษียณที่อายุไม่เกิน 64 ปี นักวิชาการ (เสนอโดยที่ประชุมอธิการบดี) นักคิดนักเขียนอิสระ(ที่เสนอโดยสมาคมนักหนังสือพิมพ์)

  • ให้นายกฯ และ รมต. ทุกตำแหน่งมาจากการสรรหา โดยให้องค์กรตามที่กฎหมายกำหนดเป็นผู้เสนอชื่อ เช่น ศาลฎีกา ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐ  ที่ประชุมปลัดกระทรวงทุกกระทรวง สมาคมนักหนังสือพิมพ์ สมาคมทนายความ  จากนั้นให้วุฒิสภาคัดเลือกให้เหลือตำแหน่งและ 2 คน แล้วส่งให้สภาผู้แทนโหวตลงคะแนนเพื่อเลือก 1 ใน 2 ของทุกตำแหน่ง

 

วิธีการนี้(หรือทำนองนี้)มีข้อดีอย่างน้อยคือ

  • เมื่อ สส. ไม่มีอำนาจบริหารก็จะลดการซื้อเสียงลงไปได้มาก (เพราะไม่อาจถอนทุนได้) จะทำให้ได้สส. น้ำดีเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยยกระดับการเมืองไทยขึ้นได้เรื่อยๆ

  • วิธีที่ได้มาซึ่งสว. นี้ยังเป็นประชาธิปไตยอยู่เพราะบุคคลเหล่านี้กว่าจะไต่เต้าเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้ได้ก็เท่ากับว่าได้รับการคัดสรรโดยธรรมชาติจากประชาชนในกลุ่มวิชาชีพของพวกเขาอยู่แล้ว ยังจะได้สว. ที่เป็นผู้ทรงคุณ “วุฒิ” จริงๆ เพราะท่านเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกโดยธรรมชาติโดยกลุ่มของเขาแล้วว่า ดีที่สุด เก่งที่สุด

  • ได้คณะรัฐบาลที่เป็นคนก่ง คนดี ที่สุดเท่าที่จะหาได้มาเป็นผู้บริหารประะเทศ และยังเป็นวิธีที่เป็นประชาธิปไตยเต็มร้อย เพราะต้องผ่านความเห็นชอบของ วุฒิสภา และ สภาผู้แทน ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนทั้งประเทศ

  • การโกงกิน ผลประโยชน์ทับซ้อนจะหมดไปเพราะถ้ารัฐมนตรีโกงกินหรือบริหารประเทศไม่มีประสิทธิภาพก็จะถูกถอดถอนโดยรัฐสภาโดยง่าย เนื่องจากเป็นรมต. ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ไม่มีเสียงข้างมากคอยโหวตให้เสมอไม่ว่าจะเลวทรามต่ำช้าประการใดก็ตาม

 

ผมได้เขียนบทความเพื่อเสนอแนวทาง รัฐธรรมนูญภูมิปัญญาไทย ไว้แล้ว ท่านที่สนใจไปค้นหาอ่านกันได้ครับ ผมคิดไว้กระทั่งการกำหนดมาตรการในรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างชาติด้านเศรษฐกิจที่ตอนนี้เราเป็นเมืองขึ้นต่างชาติไปหมดแล้ว

 

โอกาสนี้คือโอกาสสุดท้าย ถ้าสังคมชาติไทยเราไม่ใช้โอกาสนี้ให้ดี อนาคตก็คงมีแต่ตายกับเจ๊ง

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net