วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นวัตกรรมใหม่แห่งการล่า


นวัตกรรมใหม่แห่งการล่า

ด้วยนโยบายการพัฒนาที่ไร้ทิศทางประเทศ และรวมถึงการขาดภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งของชุมชน ชุมชนที่เคยเพาะปลูกพืชอาหารปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกพืชพลังมากขึ้น ไหลตามกระแสของโลกที่เสียสมดุลไปแล้ว พืชอาหารต้องขาดแคลน พืชพลังงานก็จำเป็น เกษตรกรผู้เพาะปลูกทั้งพืชอาหารและพืชพลังงานจึงมีความหวังว่าผลผลิตที่จะออกมาในอนาคตจะมีราคาสูงคุ่มค่าน้ำพักน้ำแรงที่ทุ่มเทลงไป ดังนั้นจึงทุ่มเทเต็มที่ด้วยการใช้ปุ๋ย ยา อาหารเสริมเพิ่มผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด การกระทำดังกล่าวหากอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็จะน่าจะเอาตัวรอดได้ แต่หากถูกสะกิดด้วยความโลภที่แฝงอยู่ในใจ ต้องการผลผลิตที่มากเกินความเป็นจริง หรือเพราะคำโฆษณาชวนเชื่อ จะเสมือนว่าเห็นช่อทางที่ร่ำรวยจากการเพาะปลูกไม่จะเป็นพืชพลังงาน หรือพืชอาหาร

ทั้ง ความหวัง ความต้องการ และความโลภ อยู่ในการเฝ้ามองของคนกลุ่มหนึ่งที่อาจมีส่วนจากการผลักดันนโยบายการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความหวัง ความต้องการและความโลภ หรือกลุ่มผู้แสวงหาประโยชน์อิสระ ดุจสัตว์ผู้ล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ พวกเขาเหล่านั้นอาศัยจุดอ่อนดังกล่าวเป็นช่องทางแทรกเข้ามสู่ระบบการผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ย ยา อาหารเสริมผลผลิต ปุ๋ยชีวภาพต่างๆ ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ซ้ำร้ายอาศัยความเป็นผู้รู้นักวิชาการมาเผยแพร่ความรู้ในทางที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน เกษตรกรผู้ขาดแก่นความรู้บวกเข้ากับความโลภ จึงหลงติดกับดักแห่งการล่าทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวพบเห็นโดยทั่วไป มีการปุ๋ย ซุปเปอร์ปุ๋ย ชั้นยอด ชั้นดี ขายกันลิตรละเป็นพันบาท ใช้ระบบขายตรง หลอกล่อด้วยความร่ำรวยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวยเป็นล้านๆ มีโบนัส เกษตรกรหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ หลอกลวงเกษตรกรด้วยกันเองอีกเป็นทอด บางแห่งใช้องค์กรภาคประชาชน เช่น สหกรณ์เป็นตัวกลางในระบบดังกล่าว ไม่ต้องซื้อเงินสด กู้เงินกับสหกรณ์ไปซื้อ สหกรณ์ก็ได้ทั้งกำไรและโบนัสจากการขาย ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ นายทุนได้กำไร เกษตรกรได้ความเสี่ยงที่จะขาดทุนหากผลผลิตได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันการทำการเกษตรแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง ใช้ต้นทุนในการผลิตสูงกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก ทั้งแรงงาน ปัจจัยการผลิตล้วนแล้วแต่ใช้เงินทั้งนั้น ในอดีตหากผลผลิตออกมาน้อยอย่างมากด็ขาดทุนแรงงานซึ่งไม่ได้ซื้อหา แต่ปัจจุบันหมายถึงตัวเงินที่ต้องสูญเสียไป

จริงอยู่เราปฏิเสธนวัตกรรมใหม่ไม่ได้ แต่เราลืมไปแล้วหรือทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น ยิ่งระบบเกษตรกรรมเองเป็นระบบที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง ราคาและต้นทุนในการผลิตที่เกิดจากปัจจัยการผลิตดังที่กล่าวมามันแพงเกินไปหรือเปล่า ถึงเวลาหรือยังที่จะกลับมาตั้งต้นเรียนรู้ธรรมชาติของชุมชนของตน เรียนรู้วิถีและระบบการผลิตของตัวเองซึ่งเป็นเกษตรกรให้สมารถดำรงอยู่กับธรรมชาติซึ่งจัดสรรปันส่วนของทุกสิ่งอย่างมาอย่างครบถ้วนลงตัวแล้วเพียงแต่เราไม่รู้จัดวิธีการจัดการอย่างสมดุลและยั่งยืนเท่านั้น

ขอวิงวอนให้ทุกท่านได้ช่วยเหลือแบ่งบันปัญญาความรู้ เพื่อเติมภูมคุ้มกันแก่ชุมชนและประเทศของเรา ให้รอดพ้นจากนักล่าที่อาศัยความหวัง ความต้องการ และความโลภ อีกทั้งขอให้ผู้ล่าทั้งหลาย พึงระลึกไว้ว่าหากท่านจ้องจะทำลายเหยื่ออย่างไม่รู้จักรักษาสมดุลแล้ว วันข้างหน้าท่านก็จะไม่มีเหยื่อให้ล่า แล้วตัวท่านเองก็จะเป็นผู้ถูกล่าด้วยเช่นกัน

โดย ผ่อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net