วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๑๑


๑.ความฝันวันสุดท้ายของทรูกานินี

        "อย่าปล่อยให้เขาทำกับฉันอย่างนั้นได้ไหม... ได้โปรดอย่าให้เขาเฉือนร่างของฉันออกเป็นชิ้น ๆ อย่าให้เขาตัดหัว ตัดขา ของฉันออกจากร่างอย่างที่เขาทำกับบิลลี่ยอดรักของฉันนั่นเลยนะ...ฉันขอร้อง"

         หญิงชราผิวดำนาม ทรูกานินี  (Trucanini)  เฝ้าอ้อนวอนพร่ำบอก  ต่อเพื่อนฝูงและผู้อยู่ใกล้ชิดไม่หยุดปาก  สำเนียงแปร่งแห่งลิ้นอะบอริจิ้นทัสมาเนียที่เปล่งออกมานั้นสั่นพร่า ด้วยความหวาดหวั่น เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับศพของบิลลี่ (William  Lanney)อะบอริจินหนุ่มผู้เป็นสามีคนสุดท้ายของเธอ  และถือว่าเป็นชายชาวอะบอริจิ้นทัสมาเนียคนสุดท้ายที่เหลืออยู่  ก่อให้เกิดความหวั่นหวากสยดสยอง ติดตรึง เกาะกุมเป็นฝันร้ายในจิตใต้สำนึกของหญิงชรา ทำให้หวาดผวาอยู่ตลอดเวลา  โดยเฉพาะในช่วงปีท้าย ๆ แห่งชีวิตเธอ(ทรูกานินีตายในปี ๑๘๗๖)

     ทรูกานินี กับบิลลี่เป็นทัสมาเนียนคู่สุดท้ายที่เหลืออยู่ต่อมาหลังจากคนอื่น ๆ ล้วนล้มหายตายจากไปจนหมด  ทั้งสองจึงกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ใคร ๆ ก็อยากรู้จัก  อยากได้ฟังเรื่องราวแห่งเจ้าของผืนแผ่นดินที่กำลังจะสูญสิ้นลงไป  จนได้รับยกย่องว่าเป็น ควีน และคิงแห่งทัสมาเนีย เหล่านักเขียน  นักศึกษา  นักมานุษยวิทยาต่างแวะเวียนมาสัมภาษณ์พูดคุยไม่เว้นแต่ละวัน

      มันเป็นช่วงเวลาที่ชาวยุโรปโดยเฉพาะวงการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หันมาให้ความสนใจในการค้นคว้า หาข้อมูลของคนเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมในโลก  มีการเก็บตัวอย่างโครงกระดูก  หัวกระโหลก ตลอดจนอวัยวะต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นร่างของมนุษย์ผิวดำชาวพื้นเมืองในวัฒนธรรมแรกเริ่มแห่งความเป็นมนุษย์  ที่พวกเขาได้ช่วยกันทำลายลงจนแทบหมด  และยังเหลืออยู่เพียงสองคนสุดท้ายก็จะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

      หลุมฝังศพ ของชาวพื้นเมืองจึงมักถูกแอบขุดค้น ขโมยเอาชิ้นส่วนร่างกายของพวกเขาไป  และเมื่อบิลลี่สามีคนสุดท้าย และคนที่ทรูกานินีรักที่สุดตายลงในปี ๑๘๖๙ จึงเกิดเหตุการณ์น่าสังเวชสยดสยองขึ้นจนทรูกานินีขวัญผวา  และนอนฝันร้ายอยู่ทุกคืนวัน

      เหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเมืองโฮบาร์ต  ผู้ร้ายได้แอบทำการขโมยเอหัวกระโหลกของเขาด้วยการเลาะเอาหนังหัวออก แล้วตัดส่วนคอออกไป ก่อนนำเอากระโหลกของผู้ตายรายอื่นมาสวมเข้าแล้วดึงหนังลงปิดไว้เหมือนเดิม  ก่อนโยนหัวของบิลลี่ห้ามกำแพงออกไป

    ยังไม่เพียงเท่านั้น  เมื่อพิธีฝังศพของบิลลี่เสร็จสิ้นลง  ตกกลางคืนก็ยังมีมือดีแอบไปขุดคุ้ย ตัดเอาแขนขาของเขาไปอีก  ผู้คนแตกตื่นกันไปดูร่องรอย  หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันครึกโครม  ในขณะทรูกานินีหลั่งน้ำตาร่ำไห้ ด้วยความโศกเศร้าสะเทือนใจ และขวัญหนีดีฝ่อด้วยรู้อยู่แก่ใจว่าเหยื่อรายต่อไปของบุคคลผู้กระหายหิวเหล่านี้ก็คือร่างของเธอนั่นเอง

      เธอผู้ซึ่งมีส่วนช่วยเหลือให้พวกเขาทำการกวาดต้อนชาวอะบอจิ้นแห่งทัสมาเนียมาตายลงหมดสิ้น  และตัวชายผู้ที่เธอหลงบูชา คือโรบินสัน นักบุญผู้แสนดีนั้น  บัดนี้ก็หอบเอาความร่ำรวยกลับไปอยู่อังกฤษบ้านเกิดของเขาแล้ว

     ความรัก ความหวังทั้งปวงของทรูกานินีจึงทุ่มลงที่หนุ่มบิลลี่  สามีอายุคราวลูก  ครั้นเมื่อบิลลี่ตายไปทรูกานินีจึงรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย  และนอนฝันร้ายอยู่ทุกคืนวัน  แม้รัฐบาลอาณานิคมจะเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี  มีเงินรายปีให้  มีผู้คอยดูแลเอาใจใส่ แต่ทรูกานีก็ยังทุกข์ทรมาน และหวาดผวา

     "อย่าให้เขาทำกับฉันอย่างนั้นนะ"

     เธอพร่ำบอกกับทุกคนที่อยู่ใกล้ชิด

    "เราให้สัญญาจ๊ะที่รัก"

     แม้คำสัญญานั้นจะเอ่ยบอกเป็นมั่นเหมาะ  แต่ทุกค่ำคืนภาพผู้คนพี่น้อง เพื่อนฝูงผู้มีสายเลือดแห่งทัสมาเนียผู้จากไปทั้งปวงก็ยังตามมาหลอกหลอนให้หวาดหวั่นพรั่นพรึง

     "ชาวศิวิไลซ์เหล่านี้วางใจได้แน่หรือ  คำพูด คำสัญญาเชื่อได้แน่หรือ"

     เธอสูญสิ้นทุกอย่างให้แก่พวกเขาไป  ก็ด้วยเคยหลงเชื่อน้ำคำของโรบินสัน มาแล้วมิใช่หรือ 

     อีกไม่นานหรอกวันของทรูกานินีก็จะมาถึง  เธอรู้ดี  และไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว  ขอเพียงให้ร่างกายได้นอนสงบครบองค์ประกอบในวันสุดท้ายแห่งชีวิตก็พอแล้ว  เพื่อที่จิตวิญญาณจะได้เดินทางไปสู่ดินแดนหลังความตาย  เพื่อจะได้ไปพบกับทุกคนที่นั่น 

    บ่อยครั้งที่ทรูกานินีฝันร้าย  ฝันว่าดวงวิญญาณของชาวเผ่าทุกดวงมาคอยจ้องจะทำร้าย  มาติดตามหลอกหลอน  สั่นคลอนความรู้สึก   บ้างคร่ำครวญหวนไห้  บ้างพร่ำบ่นรำพัน  ต่อว่าต่อขาน  กล่าวโทษโกรธเกรี้ยวหาว่าทรูกานินีคือตัวการทำลายเผ่าพันธุ์  หลับตาลงคราใดเสียงเหล่านั้นก็ดังรุมเร้าเฝ้าหลอกหลอนจนแทบไม่เป็นอันนอน  ครั้นลืมตาขึ้นมาภาพของบิลลี่กลับมาตีกระหน่ำเข้าซ้ำเติมอีก  จนต้องพร่ำบอก  อ้อนวอน  ผู้ใกล้ชิดทุกคนไม่หยุดปาก

     "เราให้สัญญาจ๊ะที่รัก"

     สองสามีผู้ดูแลหญิงชรา  พร้อมท่านบาทหวงต่างช่วยกันปลอบโยนอย่างจริงใจ  พวกเขาช่วยทำทุกอย่างให้ทรูกานินีสบายใจ  เช่น พาไปเดินเล่น  พบปะผู้คน  ในเมืองโฮบาร์ต  พาไปพักแรมบนเกาะบรูนี่บ้านเกิดของเธอตามที่เธอปรารถนา  ทำให้ทรูกานีนีค่อยสงบลงบ้าง  และมีชีวิตหลังความตายของบิลลี่มาอีกหลายปี

       แต่...ลึก ๆ ในจิตสำนึกแล้ว  ภาพบุคคลอันเป็นที่รักยังตามติดหลอกหลอน  

      ใบหน้าและน้ำเสียงของชาวเผ่        ผู้จากไปแล้วทั้งหลายยังมาปรากฏในความฝันจนวันสุดท้ายแห่งชีวิตของ

        ทรูกานินี  ราชีนี นางนกต่อ

                       ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

     

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net