วันที่ อังคาร มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซ า ป า ... ต ล า ด แ บ บ พื้ น บ้ า น ซ า ป า ..


June 03, 2008

ตลาดแบบพื้นบ้านซาปา ..

ซาปามีเรื่องราวให้นั่งมองได้ไม่รู้เบื่อ .. วันนี้ช่วงเช้าเป็นวันที่อากาศในซาปามีหลากหลายอารมณ์ .. ฉันมีความสุขอยู่กับการเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของสายหมอกขาว ที่ดูเหมือนอยู่ไกล แต่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมตัวเมืองอย่างรวดเร็วจนแทบจะปรับอารมณ์กันไม่ทัน

อาคารสวยๆที่มองเห็นอยู่เมื่อครู่ หายวับไปกับสายหมอก ราวกับตั้งใจจะเล่นซ่อนหากับเรา … มหัศจรรย์จริงๆ สมกับคำร่ำลือว่าซาปาเป็นเมืองที่มีหลากหลายฤดูให้เห็นภายในวันเดียว ..

หมอกจางๆลอยตัวบนยอดต้นไม้ดอกที่เรียงรายที่เรียงรายเป็นแถวรอบสวนสาธารณะ … โบสถ์คริสต์ปิดเงียบอยู่กลางเมือง ซุกตัวอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของบรรยากาศหนาวเย็น เป็นอารมย์อ้อยอิ่งยามเช้าที่สดใสน่าทึ่ง .. ฉันยื่นมือออกไปไขว่คว้าหมอกขาวที่อยู่รอบๆตัว พร้อมกับสูดหายใจรับเอาอากาศที่บริสุทธิ์มากเข้าไปจนเต็มปอด .. เกิดความรู้สึกอยากจะนำสายหมอกขาวๆเหล่านี้กลับกรุงเทพด้วยกัน จะมีความสุขเพียงใดหนอ หากกรุงเทพถูกห่อหุ้มด้วยบรรยากาศเดียวกับที่ซาปา

ตลาดซาปาเริ่มต้นเริงร่าตั้งแต่เช้าตรู่ ชาวเขาในหมู่บ้านที่ห่างไกลเดินทางกันมาจับจ่ายซื้อของกันตั้งแต่ยังไม่สว่างดี และนั่นทำให้ตลาดคึกคักด้วยผู้คนที่ยังแต่งกายกันเต็มยศ ด้วยเครื่องแต่งกายประจำเผ่า

ตลาดซาปาจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นของสดจำพวกปลา หมู เนื้อ

ตรงกลางเป็นร้านขายอาหาร มีเฝอ อาหารเวียดนามหลากชนิด อาหารตามสั่ง ซึ่งล้วนเป็นสไตล์เวียดนามทั้งสิ้น  มองเห็นลูกค้าที่นั่งทานอาหารมีทั้งชาวเวียดนาม ชาวเขา และฝรั่ง นั่งทานอย่างน่าเอร็ดอร่อยปนๆกันไป

ถัดออกไปเป็นตลาดผัก ผลไม้ ทราบมาว่าบางส่วนนำเข้ามาจากจีน นอกจากนี้ยังมีร้านขายเสื้อผ้าหลากสไตล์หลายคุณภาพ ส่วนขั้นสองเป็นร้านข่ายเสื้อผ้าล้วนๆ และมีบริเวณที่ขายของแฮนด์เมดโดยเฉพาะด้วย

ดูเหมือนว่าเหล้าดองยา และดองสัตว์บางประเภทจะเป็นที่นิยมของคนพื้นเมืองไม่น้อย เพราะเห็นวาวงขายบนแผง เป็นแถวเป็นแนวตามริมถนนและทางเดิน .. เพราะอากาศที่นี่หนาวเย็น หรือเพราะความเชื่อบางอย่าง …

หนุ่มม้งแบกตะกร้าใบใหญ่จุผักหญ้าสูงท่วมหัว เดินช้าๆ ก่อนจะหายลับไปในสายตา

ผลไม้เมืองหนาว .. ลูกไหน ท้อ พลับ ..

ดอกไม้สด สีสวย วางขายโดยชาวเขาอยู่ข้างทาง .. ต้นไม้ดอก ไม้ประดับที่เมืองนี้สมบูรณ์มากๆค่ะ ช่อโต ดอกใหญ่ ก้านและกลีบแข็งแรง ด้วยซาปาตั้งอยู่ในพื้นที่สูงและอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นสวรรค์น้อยๆของคนที่รักชอบการปลูกต้นไม้ … น่าอิจฉาจริงๆ

เสน่ห์ของซาปาที่ฉันต้องใจอยู่ตรงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งหากมองเผินๆจะเห็นความขัดแย้งในตัวเอง แต่กลมกลืนโดยไม่ต้องแต่งแต้ม .. เมื่อเดินไปตามถนนที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวในตอนกลางคืน จะแปลกใจกับตลาดเช้าที่สะท้อนวิถีชาวบ้านแท้ๆที่ดำเนินไปบนถนนสายเดียวกัน .. ต่างเพียงช่วงเวลา

จากตลาด … เราเดินเรื่อยๆมาตามถนนในเมือง หมอกยังหนา แต่การค้าขายในเมืองยังคงดำเนินต่อไป … บรรยากาศการซื้อขายแบบพื้นบ้านของซาปา จะแตกต่างไปจากฮานอยและที่อื่นๆที่เคยเห็นมา .. ซาปาจะให้อารมณ์การค้าแบบต่างจังหวัด ขอที่ขายส่วนใหญ่เป็นผลิตผลท้องถิ่น

ในเขตเดียวกับตลาดสด เมื่อเดินตามทางลาดลงมาเรื่อยๆ ด้านล่างของสองฝั่งถนนจะมีร้านอาหาร เกสต์เฮ้าส์ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เอเย่นต์ทัวร์ ไปตลอดทาง หากต้องหารเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาฟานสีปัน ก็เดินไปทางด้านนอกไม่กี่ร้อยเมตร จะมีพื้นที่โล่งๆให้เลือกนั่งรับประทายอาหาร ดื่มกาแฟ เพื่อชมวิว ซึ่งมีหลายร้านให้เลือกเช่นกัน

รอบๆบริเวณตัวเมือง มีแผงลอยค้าขายของที่ระลึกที่วางปูอยู่ริมทางทั่วไป .. หลายชิ้นน่าสนใจ โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบงานหัตถกรรมของชาวเขา … แต่ละเจ้ามีของมาขายไม่มากและไม่ซ้ำกันเลย ดูรู้ว่าไม่มีการเหมามาขาย ..ราคาก็ถูกอย่างเหลือเชื่อ พวกเราดูไป ซื้อของที่ระลึกไปจากหลายเจ้า

สินค้าที่วางขาย โดยทั่วไปจะต่อรองราคากันได้ .. แค่การต่อรองราคาก็ทำให้การเดินช้อปปิ้งไปตามถนนสายสั้นๆนี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจอักโขอยู่แล้วค่ะ .. ทั้งสนุก ทั้งได้สินค้าสวยๆกลับไปฝากญาติ พี่น้อง คนรู้ใจทางบ้าน ..

และที่น่าสนใจก็คือ ชาวเขาจำนวนมากพูดภาษาอังกฤษได้ดีทีเดียวค่ะ .. โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาว .. สามารถสื่อสารได้โดยไม่ลำบากมากนัก .. และว่ากันว่าคนที่นี่ พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าในหลายๆเมืองในเวียดนามเชียวค่ะ .. และหากริเริ่มการพูดคุย อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่น่าสนใจก็ได้ ใครจะรู้

เดินไปสักพัก … หมอกที่หนาทึบเมื่อครู่ค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆ ปล่อยให้ลำแสงเจิดจ้าของดวงตะวันได้โอบกอดซาปาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ถนนหนทางที่แอบซ่อนอยู่เมื่อสักครู่ เริ่มเผยโฉมให้เราเห็นความน่าอัศจรรย์

กลุ่มเด็กๆชาวเขาตัวเท่าเอวของฝรั่ง วิ่งกรูตามนักท่องเที่ยวอย่างไม่ลดละ ฉันไม่กล้าควักเงินออกมาซื้อสินค้าจากเด็กๆเหล่านี้ เกรงว่าหากอุดหนุนใครสักคน อาจจะถูกรุมและถูกตื้อให้ต้องซื้ออีกหลายคน .. จะว่าไปแล้ว จะขำก็ขำ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งดูน่าเศร้า ที่นักท่องเที่ยวเองนั่นแหละที่นำวิถีชีวิตแบบนี้เข้าไปที่เมืองเล็กๆแห่งนี้

ในช่วงหนึ่งของการเดินไปข้างๆโบสถ์ มองเห็นผู้ชายชาวเขากำลังแจกจ่ายสินค้าให้เด็กๆ พร้อมทำบัญชีสิ่งที่เด็กๆนำไปเร่ขาย เสียดายรูปที่ถ่ายมาหายไป อันเกิดจาก ID ของภาพซ้ำกัน เลยทำให้รูปนั้นถูกแทนที่โดยไม่ตั้งใจ .. เข้าใจเอาเองว่า ในหมู่ของชาวเขาที่ทำมาค้าขายกันในตัวเมืองซาปา มีระบบการจัดสรรสินค้าให้กับเด็กๆชาวเขาเพื่อนำไปเร่ขายให้กับนักท่องเที่ยว .. ตื้อจนบางครั้งรู้สึกผิดหวังนิดๆ ..ทำให้คิดถึงเมืองไทย ที่ได้ยินมาว่ามีระบบแบบเดียวกันนี้เช่นกัน ..

โลกเปลี่ยนไปตามวิถีของธรรมชาติ ไม่ต่างจากวิถีของมนุษย์ .. ฉันคิดเอาเองจากประสบการณ์การท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ .. การท่องเที่ยวได้นำเอาสิ่งที่เรียกว่าความเจริญมาสู่ดินแดนแห่งนี้ .. ซาปา ก็เช่นเดียวกับเมืองเล็กๆที่เปี่ยมเสน่ห์อีกหลายๆเมือง เริ่มเห็นสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ โดยเฉพาะโรงแรมมากขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ที่ถั่งโถมมาเติมความว่างเปล่าในจิตใจ .. สถานที่หลายแห่งดูจะเคารพวัฒนธรรมและแบบแผนสิ่งก่อสร้างของท้องถิ่น .. แต่ส่วนใหญ่นักลงทุน มักไม่สนใจ

การท่องเที่ยวและความเจริญ นำเงินตรามาสู่ท้องถิ่น และช่วยทำให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของชาวเขาเหล่านี้ให้ดีขึ้น .. แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่จะค่อยๆเลือนหายไปคือวิถีชีวิตดั้งเดิมที่งดงาม และนี่คือต้นทุนที่ชาวเมืองจะต้องจ่าย .. นี่หากผู้คน และเมืองเมืองเปลี่ยนไป จนไม่สามารถรักษาประเพณี ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมเอาไว้ได้ .. แล้วต่อไปซาปา จะขายอะไรให้กับนักท่องเที่ยว ?

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net