วันที่ อังคาร มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่ไปไม่รู้..ไม่ดูไม่เห็น..ไม่หลบเร้นเป็นอีแอบ


ไม่ไปไม่รู้..ไม่ดูไม่เห็น...ไม่หลบเร้นเป็นอีแอบ..

.

 ที่ผ่านมา ผมได้แต่เฝ้าติดตามข่าว เอาใจช่วย หลังจากติดตามข่าวคราวจากหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ อยู่เป็นเวลานาน ทั้งฟังนักวิชาการ นักวิเคราะห์จากทีวี ค้นเรื่องราวจากอินเตอร์เน็ต ดู astv เป็นอาหารหลักของสมอง...นี่คือ พฤติกรรมของตัวผมเองที่ติดตามบทบาทของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไม่คลาดสายตา สุดท้ายผมก็เอาใจช่วยพวกเขา ให้ปฏิบัติภารกิจต่างๆ สำเร็จเสร็จสิ้น จนบรรลุวัตถุประสงค์โดยเร็ว


ศุกร์และเสาร์ ของวันที่ ๓๐-๓๑ พ.ค. ที่ผ่านมา ผมจึงตัดสินใจเดินทาง ไปนอนกลางถนน กินกลางถนน จนสว่างคาตาร่วมกับพี่น้องพันธมิตรเป็นครั้งแรก ไปเพื่อต้องการสัมผัสแบบตัวเป็นๆ ที่ผ่านๆ มาไม่ใช่ไม่อยากไป แต่เพราะหน้าที่การงานไม่อำนวยความสะดวกให้  เมื่อมีโอกาส จึงไม่พลาดที่จะลงไปสัมผัสต้วยตัวเองสักครั้ง


  เมื่อได้รับรู้ชนิดเดินเบียดไหล่ชนไหล่ เท้าชนเท้า สัมผัสแม้กระทั่งกลิ่นกายของกันและกัน ทั้งบรรดาแกนนำ และพี่น้องพันธมิตร มันจึงเป็นความรู้สึก ที่เข้าอกเข้าอกเข้าใจกันยิ่งขึ้น เลยอยากเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้รับรู้ ได้สัมผัส ให้คนที่ไม่เคยไปร่วมทุกข์ร่วมสุข กับผู้คนนับหมื่นนับแสน ที่ไปนั่งอดตาหลับ ขับตานอน ทรมานกาย ทรมานใจ ไปใช้ชีวิตอยู่กลางท้องถนน ให้ลำบากลำบนเพราะเหตุใด ?
จากการที่ลงไปสัมผัสแบบตัวเป็นๆ ทำให้ผมรู้ว่า...
 ถ้าคนเราปราศจากซึ่ง ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความร่วมแรงร่วมใจ โอกาสที่บ้านเมือง หรือประเทศชาติ จะตกเป็นเมืองขึ้นของศัตรูแผ่นดิน ที่ไม่ใช่พม่าเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็นคนไทยด้วยกันเองกลุ่มหนึ่ง ที่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อน มาในรูปของนักการเมืองผู้เสียสละ แต่เห็นแก่ตัว และกอบโกยทุกอย่างที่ขวางหน้า เขมือบทุกอย่างที่พอจะฉกฉวยได้ ในรูปของคณะรัฐบาลนอมินี


 ทำให้รู้ว่า...ประเทศชาติของเรานั้น ยังมีกลุ่มบุคคล ที่คิดร้าย จ้องแต่จะแสวงหาผลประโยชน์ เบียดบัง ตังตวงทรัพย์สมบัติของชาติ ของแผ่นดิน อันเป็นสมบัติของส่วนรวม ของคนไทยทุกคน ไปเป็นสมบัติของตัวเอง และพวกพ้อง อย่างเห็นแก่ตัว และไร้ยางอายที่สุด


 ทำให้รู้ว่า...ยังมีกลุ่มบุคคล ที่มีความคิดที่แปลกประหลาด พิสดาร น่าสะพรึงกลัว ที่มุ่งทำลายสถาบันสูงสุดของประเทศชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความคิด และอุดมการณ์บ้าๆบอๆ อย่างไร้สติและสิ้นคิดอย่างที่สุด


 ทำให้รู้ว่า...สังคมไทยทุกวันนี้ ถูกปรนเปรอ มอมเมา ให้ประชาชนลุ่มหลง มัวเมาอยู่กับการจับจ่ายใช้สอยเงินทอง กันอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่มีเหตุผล ปล่อยให้ผู้คนจมปลักอยู่กับอบายมุข หมกมุ่นอยู่กับความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ของสังคมจอมปลอม โดยไม่ละเว้นแม้กระทั่งเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของประเทศชาติ ไม่ชี้ถูกชี้ผิด ให้ผู้คนในสังคม


 ทำให้รู้ว่า...ค่านิยมของสังคมได้แปรเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว และอันตรายที่สุด ที่นำทัศนคติเทิดทูนบูชาคนที่มีเงิน ยิ่งกว่าคนที่มีแต่คุณงามความดี มีคุณธรรม จริยธรรม ผู้คนในบ้านในเมืองทุกวันนี้ จึงจ้องแต่จะฉกฉวย กอบโกย หาเงินหาทองเข้าพกเข้าห่อของตัวเอง ไม่ว่าเงินทองที่ได้มานั้น จะสกปรก น่าเกลียด ไม่ถูกต้อง ชาวบ้านก็ไม่มีความรู้สึก หรือสามัญสำนึกของความดีงาม หลงเหลืออยู่ในจิตใจแต่อย่างใด


 ทำให้รู้ว่า...สังคมไทยแตกแยกเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด คือ ฝ่ายที่บูชาเงินเป็นพระเจ้า กับ ฝ่ายที่ต้องการแสวงหาความดีงามให้กับสังคมไทย  การต่อสู้ที่กำลังประลองฝีมือกันอยู่นี้ คือ การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดที่สุด ซึ่งประชาชนส่วนมากที่กำลังสับสน ว่าตัวเองควรจะเข้าข้างฝ่ายไหน จะต้องตัดสินใจ แล้วก็รีบเลือกข้างให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้รีบแก้ปัญหาความแตกแยกของสังคม ความแตกร้าวของชาติให้รีบยุติโดยเร็ว


 ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่าย ต่างก็คุยโวโอ้อวด ว่าตัวเองถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ตามครรลองของประชาธิปไตย แต่ถ้าใช้สติพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างช้าๆ ไปทีละบท ทีละตอน ก็จะรู้เอง ว่าฝ่ายไหนเลวบริสุทธิ์ เอี้ยไม่มีที่ติกันแน่ ฝ่ายไหนที่แกล้งไก๋ทำใสซื่อมือสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนกว่าครึ่งค่อนของประเทศ ยังไมรู้ จำเป็นจะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้ได้

 ทำให้รู้ว่า...ฝ่ายที่เสียเปรียบด้านกำลังเงิน และกำลังอำนาจ ต้องอาศัยยุทธวิธีแหกปากร้องตะโกน ให้ชาวโลกได้รับรู้ และเห็นอกเห็นใจ ในสิทธิมนุษยชนแห่งความเป็นมนุษย์ แห่งความเสมอภาคแห่งเสรีชน แม้ประเทศชาติจะเจ็บปวด จากการต่อสู้ห้ำหั่นกันอยู่บ้าง มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้เขาเดิน สำหรับกลุ่มคนที่เสียเปรียบทั้งกำลังอำนาจและกำลังเงิน 


 ฉะนั้น ถ้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต้องการให้ปัญหาแห่งความแตกแยกจบสิ้นโดยเร็ว ก็ต้องตัดสินใจให้เร็วเช่นกัน ถ้าผู้คนทั้งประเทศออกมาเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน จงออกมาเลือกข้างให้ชัดเจน ทุกอย่างก็คงยุติภายในเร็ววัน


ออกมาเลือกข้างว่า จะยึดความถูกต้องดีงาม ยึดคุณธรรมจริยธรรม หรือ จะเลือกข้างฝ่ายที่โกงทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วก็เจียดเศษเงินตรามาให้ชาวบ้านจับจ่ายใช้สอย เพื่อสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน


 จะเลือกอะไร เอาไงก็เอากัน...


 ทำให้รู้ว่า...ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความฮึกเหิมในการต่อสู้นั้น  มีน้ำใจอันงดงาม และความน่ารักแห่งมิตรภาพแอบแฝงอยู่ ในมวลหมู่พี่น้องชาวพันธมิตรฯ จนสุดจะพรรณนา จึงต้องขอขอบคุณน้ำใจจากทุกท่านที่ได้สัมผัส ดังนี้...


 ขอบคุณ...น้ำใจพันธมิตรคนสวยจากหนองคาย  ที่ช่วยถือร่มให้ขณะที่ผมกำลังสวมเสื้อกันฝน


 ขอบคุณ...น้ำใจและไมตรีจากพี่น้องที่มาจากพัทยากลุ่มใหญ่ ที่เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ทั้งข้าวเหนียว เนื้อทอด น้ำพริก แจ่วบอง ผลหมากรากไม้ ชนิดกินทั้งคืนก็ไม่มีวันหมด


 ขอบคุณ...มิตรภาพจากนักเขียนการ์ตูนนาม “เดียวดาย” ชาวกทม. ที่ยกขบวนมาทั้งครอบครัว


 ขอบคุณ...น้ำจิตน้ำใจ จากพี่น้องชาวพันธมิตรฯ ทุกๆ คน ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ขยับที่ทาง เปิดที่นั่งให้กันและกัน แบ่งปันของกินของใช้ ให้แก่กันและกัน ประดุจทุกคน คือ บุคคลในครอบครัวเดียวกัน


 มีโอกาสจะลงไปร่วมทุกข์ร่วมสุข กับพวกเราอีกครั้ง  ขอส่งกำลังใจมาให้ทุกๆ คน ด้วยความรัก และจริงใจอย่างสุดซึ้ง


 แล้วท่านล่ะ...ตัดสินเลือกข้างหรือยัง ว่าจะยืนหยัดอยู่ฝ่ายไหน...?


 อย่าคิดนานนัก...ประเทศชาติกำลังรอคำตอบครับ...


โดย รณบุตร

 

กลับไปที่ www.oknation.net