วันที่ อังคาร มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักศึกษาจ๋า


 

หลังจากเปิดเทอมได้สองวัน 

ผมใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แต่ในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยที่รังสิต 

ผมได้เจออาจารย์ที่สอนวิชาได้อย่างสนุกสนาน 

เจอเพื่อนๆ เจอรุ่นน้องที่น่ารักในมหาวิทยาลัย 

เจอสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ลำบาก  ไม่มีอะไรให้ต้องคิด 

มีกิจกรรมรับน้องตลอดทั้งเดือน

ผมเห็นเพื่อนใหม่ในมหาวิทยาลัยกำลังตื่นเต้นกับสภาพสังคมที่นี่

ผมเห็นเพื่อนใหม่ในมหาวิทยาลัยกำลังขะมักขะเม้นกับการซ้อมร้องเพลงเชียร์

ผมเห็นเพื่อนใหม่บางคนภูมิใจกับการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ประจำคณะ

ผมเห็นเพื่อนเก่าบางคนสนุกสนานกับการซ้อมร้องเพลงให้กับน้อง

ผมเห็นเพื่อนเก่าบางคนเข้มงวดกับการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ให้น้อง

 

 

วันพรุ่งนี้ผมมีธุระจะต้องกลับไปในเมือง....

ผมจะต้องไปเจอกับสภาพรถติด

ผมจะต้องไปพบกับขอทานและคนเร่ร่อนในสังคม

ผมจะได้สัมผัสกับคนที่ใช้ชีวิตในเมือง

แม่ค้า พ่อค้าข้างถนนที่หาเลี้ยงชีพเพื่อตนและครอบครัว

เด็กขายพวงมาลัยที่สี่แยก ซึ่งเขา/เธออาจจะทำเป็นอาชีพเสริม....หรืออาจจะเป็นอาชีพหลัก

คนขับรถเมล์ที่เพิ่งรวมตัวกันประท้วงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

 

ทำไมนะ...สถานที่สองแห่งนี้ถึงได้แตกต่างกันราวกับเป็นโลกคนละใบ....

นักศึกษา...เรียนเพื่ออะไรหรือ?

เพื่อร้องเพลงเชียร์เป็น?

เพื่อบูมคณะ บูมมหาวิทยาลัยเป็น  ให้คนอื่นรู้ว่าฉันเป็นใครมาจากไหนได้?

เพื่อเสริมสร้างบุคลิกและความมั่นใจ?

เพื่อที่จะทำกิจกรรมกับคนหมู่มากเป็น?

 

นักศึกษา...ไม่ได้ศึกษาเพื่อกลับมาทำให้โลกรวมเป็นหนึ่งหรอกหรือ?

นักศึกษา...ไม่เข้าใจเรื่องของการกดขี่ทางชนชั้นหรอกหรือ?

นักศึกษา...ไม่เข้าใจเรื่องมาตรฐานทางสังคมหรอกหรือ?

นักศึกษา...ไม่เข้าใจโครงสร้างทางสังคมหรอกหรือ?

นักศึกษา...ไม่เข้าใจจิตวิทยาทางสังคมหรอกหรือ?

นักศึกษา...ไม่เข้าใจผู้อื่นหรอกหรือ?

 

แล้วนักศึกษารู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?

แล้วนักศึกษารู้ไหมว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตเพื่ออะไร?

แล้วนักศึกษารู้ไหมว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร?

.

.

.

.

หรือว่านักศึกษาเป็นปัจเจกบุคคลที่กำลังค้นหาตัวตนอยู่

หรือว่านักศึกษากำลังสนุกสนานที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ ได้เจออะไรใหม่ๆ

 

 

 

ถ้าเช่นนั้น.....

เมื่อนักศึกษาบูมมหาวิทยาลัยเป็นแล้ว....

เมื่อนักศึกษาบูมคณะเป็นแล้ว...

เมื่อนักศึกษาร้องเพลงเชียร์ได้แล้ว...

เมื่อนักศึกษาทำกิจกรรมกลุ่มกับคนหมู่มากได้แล้ว...

เมื่อนักศึกษามีความมั่นใจแล้ว...

 

ขอให้ตอนนั้นนักศึกษามองปัญหาของคนที่นักศึกษาไม่รู้จักเป็นเรื่องของนักศึกษาเองเถิด

ขอให้ตอนนั้นนักศึกษามองเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนเรื่องที่เกิดกับนักศึกษาเถิด

ขอให้ตอนนั้นนักศึกษาพยายามค้นคว้าหาความรู้เพื่อได้จบไปสร้างสังคมที่ไม่มีการแก่งแย่งทำร้ายกันเถิด

ขอให้ตอนนั้นนักศึกษาใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ค้นคว้าให้ลึกซึ้ง และกระทำต่อความอยุติธรรมนั้นโดยยึดผลประโยชน์ผู้อื่นเถิด

 

 

 

 

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาได้เกรียตินิยมเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาเรียนจบเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีงานทำเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาเรียนต่อปริญญาโทเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีงานทำที่เงินเดือนดีกว่าเดิมเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีรถเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีบ้านเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาแต่งงานเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีบุตร/ธิดาเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาส่งเสียบุตร/ธิดาจนเรียนจบเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาส่งบุตร/ธิดาเข้าไปทำงานในที่ๆดีได้เลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษามีฐานะการเงินมั่นคงเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาได้อุ้มหลานเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาเกษียณเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาชราเลย

อย่ามัวแต่สนใจกับตัวเองจนกระทั่ง...เมื่อนักศึกษาตายเลย

โดย TangDrama

 

กลับไปที่ www.oknation.net