วันที่ พุธ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตั้งใจจะไปชอปปิ้งที่ด่านสะเดา แล้วก็ต้องกลับมาหาร้านเก่าที่ตลาดกิมหยง


ลงไปทำงานหาเลี้ยงปากท้องที่หาดใหญ่ทุกครั้ง ก่อนกลับก็มักจะไปหาซื้อของกินของฝากที่ตลาดกิมหยง เพราะมีของให้เลือกซื้อมากดี แต่ไปคราวนี้พอจะมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ก็เลยคิดที่จะไปชอปปิ้งแถว ๆ ด่านสะเดาดูบ้างเผื่อจะเจอของถูก เพราะอย่างน้อยก็อยู่ใกล้ต้นแหล่งสินค้ามากกว่าที่หาดใหญ่ตั้ง 57 กม.

ด่านสะเดาอยู่ที่บ้านไทย-จังโหลน ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา บางครั้งก็เลยได้ยินคนเรียกว่าด่านจังโหลน หรือบางทีก็ได้ยินว่าเรียก ด่านนอก

 

อาคารบ้านเรือนที่บ้านไทย-จังโหลน ทุกวันนี้ดูเจริญขึ้นมาก แม้คนพื้นที่จะมีบ่นให้ฟังบ้างว่าช่วงนี้ค่อนข้างจะซบเซา ดูโรงแรมและสถานบริการบันเทิงต่าง ๆ ในตอนกลางวันแล้ว ก็พอจะคิดได้ถึงความสนุกคักคักในยามราตรี

 

แหล่งชอปปิ้งที่ต้องการดูเหมือนจะอยู่ที่ถนนไทย-จังโหลนซอย 2 มีร้านค้าให้เลือกซื้อสินค้ายาวเรียงรายทั้งสองฝั่งของแนวถนน ตลาดเพิ่งจะเปิดก็เลยยังเจอผู้คนอยู่บางตา

 

สินค้าที่มีขายก็เป็นสินค้าแบบเดียวกับที่มีขายกันอยู่ที่ตลาดกิมหยงในตัวเมืองหาดใหญ่ จะเรียกว่าเป็นสินค้าเพื่อนถิ่นก็ดูจะไม่ผิด เพราะไม่ใช่ของพื้นถิ่นแต่เอามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

เดินดูสินค้าที่มีอยู่ให้เลือกหลากหลาย เจอของถูกใจแต่พอซักถามราคากันแล้วราคากลับไม่ค่อยจะถูกใจ ภาษาคนซื้อของต้องเรียกว่า บอกผ่าน ชนิดที่ว่าผ่านไปแบบไม่ยอมหยุดคิดต่อรองราคา

 

เดินไปเดินมาแล้วก็ยังไม่ได้ของกินของฝากสักที ก็เลยตั้งความหวังใหม่ว่าไปซื้อที่ร้านดิวตี้ฟรีฝั่งมาเลย์สินค้าอาจจะได้ราคาถูกกว่า

ไปติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนของไทยว่าจะเดินเท้าผ่านเข้าไปที่ร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร

 

เสาบอกเขตพื้นที่ที่ด้านหนึ่งบอกว่าเป็นเขตประเทศไทย อีกด้านหนึ่งบอกว่าเป็นเขตรัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย แต่คิดเอาเองว่าไม่น่าจะเป็นเสาที่เป็นทางการ เพราะที่เคยเห็นทั่วไปเสาทางการน่าจะมีตราครุฑอยู่ด้วย

 

จากด่านพรมแดนเดินเท้าเข้าไปตามบาทวิถีที่เขาจัดไว้ ขากลับออกมาเขาไม่ให้เดินฝั่งนี้แม้จะมีร่มเงา ต้องเดินอีกฝั่งหนึ่งเป็นขาออก ถ้าขี้เกียจเดินจะเอารถเข้ามาเองก็ได้ หรือจะใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่ที่ชายแดนก็ได้ รถที่มาเลย์วิ่งซ้ายเหมือนเมืองไทย ไม่ค่อยชวนงงเหมือนเวลาที่ข้ามไปลาว

 

ใช้เวลาเดินแค่ 5 นาที ก็ถึงร้านขายสินค้าปลอดภาษีที่ขึ้นป้ายชื่อไว้ว่า DUTY FREE COMPLEX ลักษณะเหมือนห้างสรรพสินค้าติดแอร์ขนาดกลาง สินค้าที่มีขายก็มีหลากหลายจัดไว้เป็นแผนกเหมือนห้างสรรพสินค้านั่นแหละ มี 2 ชั้น ป้ายราคาเป็นสกุลเงินริงกิต จ่ายเป็นเงินไทยก็ได้ตามอัตราที่ติดแสดงไว้ในวันนั้น สำหรับห้องน้ำเก็บค่าใช้บริการ 5 บาท ถ้าไม่อยากเสียเงินจะแอบเข้าไปใช้บริการจากโรงแรมที่ฝั่งไทยมาก่อนก็ได้

 

ไม่เจอสินค้าพวกเทคโนโลยีมียี่ห้ออย่างที่อยากได้อยากมี สินค้าไม่ค่อยได้เห็นแบบที่เป็นแบรนด์เนม หลายตัวพอเอามาดูให้ใกล้ชิดก็จะเห็นว่าเป็นแค่เพียงรูปเหมือน กลุ่มสินค้าที่เห็นคนไทยไปเลือกซื้อมากกว่าอย่างอื่นเป็นกระเป๋าเดินทางที่ชั้น 2 สินค้าจีนเข้ามายึดครองพื้นที่เสียมาก ชั้นล่างเป็นสินค้าประเภทของกิน ขนมขบเคี้ยว กาแฟ สุรา และยาสูบ ทั้งหมดเมื่อเทียบราคาโดยรวมแล้วก็สูงกว่าอีกหลายตลาดในเมืองไทย

เดินมือเปล่ากลับเข้ามาฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ที่ด่านทักทายถามด้วยคงเห็นแปลกที่ไม่ได้ของอะไรติดไม้ติดมาเหมือนคนอื่น ๆ เขา

  

ขับรถออกจากบ้านไทย-จังโหลน ผ่านตัวอำเภอสะเดา แวะเข้าไปดูตัวตลาดสักนิดเผื่อจะเจออะไรถูกใจกลับไปบ้าง ตลาดที่นี่ใหญ่พอควรมีทั้งอาคารตลาดสด แล้วก็อาคารตลาดเกษตรที่น่าจะเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นานเพราะยังดูใหม่ เดินหาดูของกินของฝากเห็นมีขายกันอยู่ไม่กี่เจ้า ก็เลยไม่ต้องแข่งขันกันมากเรื่องราคา กลับออกมาโดยไม่ได้ซื้ออะไรอีกตามเคย

 

ท้ายที่สุดก็ต้องย้อนกลับเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ กลับไปซื้อของจากเจ้าประจำ ถั่วพิทาชิโอที่ชายแดนบอกขาย กก.ละ 300 บาท ซื้อที่นี่ได้แค่ 220 บาท น้ำลูกพรุนที่นั่นบอก 110 บาท ที่นี่ขายให้ 90 บาท มันแป๊ะมีหนวดที่นี่ก็ขายให้กระป๋องละแค่ 38 บาท คราวนี้ก็เลยหยิบนู่นหยิบนี่ไปเรื่อย หยิบไปหยิบมาเอามารวมกันแล้วกลายเป็นได้ของมาตั้งสองกล่องใหญ่

เดินกระเป๋าเบาหิ้วของหนักเต็มสองมือออกจากตลาดกิมหยงมาเรียกรถสองแถวกลับโรงแรม ได้แต่นึกในใจว่าถ้ายอมซื้อของแพงตั้งแต่ที่ด่านสะเดา  ก็คงจะไม่ยอมซื้อของให้ได้เยอะขนาดนี้ !!!

ชาร / 4 มิถุนายน 2551

โดย ชาร

 

กลับไปที่ www.oknation.net