วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คิดถึงในหลวงที่สุราบายา


เมื่อราวๆ สองสัปดาห์ก่อน ผมยืนพลิกดูนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งที่แผงหนังสือตามประสาคนที่อยากจะติดตามข่าวการเมืองแต่ไม่มีเวลา (หรือไม่พยายามหรืออาจจะเรียกว่าไม่อดทนพอ) ที่จะอ่านข่าวพวกนี้ในหนังสือพิมพ์ทุกวันจึงต้องอ่านสรุปจากรายสัปดาห์ ผมกวาดตาไปจนสะดุดที่ภาพเล็กๆ ในหน้าที่ต่อจากอัพเดทข่าวการเมือง ภาพของในหลวงที่มี พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนั่งอยู่แทบฝ่าพระบาท ความทรงจำของผมกลับมาอย่างชัดเจนทันทีว่านั่นคือภาพประวัติศาสตร์จากช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ผมหยุดจ้องภาพนั้นอยู่นาน  ในใจนึกถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นไม่นานเท่าไรนัก เรื่องที่ถ้าเกริ่นให้ใครฟังก็คงจะงงว่ามันจะเกี่ยวกันยังไงกับเหตุการณ์นี้ ผมจะเล่าให้ฟังครับ 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2546 ขณะที่ผมทำงานด้าน Export ที่บริษัทผู้ผลิตอาหารแห่งหนึ่งแล้วมีธุรกิจต้องไปจัดการที่เมืองสุราบายา อินโดนีเซีย (สุราบายาเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซียและเป็นเมืองท่าสำคัญด้านตะวันออกของเกาะชวาครับ) บอกก่อนว่าทริปนี้ผมเดินทางแบบไม่มีกระจิตกระใจเลยเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ (แต่ให้หมอฉีดสเตียรอยด์กดไว้) และห่วงเรื่องที่ต้องกลับมาสอบ (ตอนนั้นเรียน ป.โทไปด้วย) ผมจึงไปแบบที่คิดว่ารีบๆ จัดการธุระแล้วรีบๆ เอาชีวิตรอดกลับมาพอ ผมเคยไปอินโดนีเซียมาแล้วครั้งหนึ่งจึงไม่มีอะไรแปลกใหม่เว้นแต่ว่าต้องต่อเครื่องบินที่จาการ์ตาซึ่งไฟล์ทก็ติดกันมากชนิดที่ลงจากเครื่องหนึ่งก็ต้องรีบขึ้นอีกเครื่องภายในครึ่งชั่วโมง (แล้วถ้ามันดีเลย์ล่ะ จะต่อยังไงทัน) เรียกว่าเป็นการเดินทางที่ไม่มีความสุขแต่อย่างใด ผมไปถึงสุราบายาตอนบ่ายโมง ลูกค้ามารับไปส่งโรงแรมแล้วไปทานข้าวเย็นก็หมดไปหนึ่งวัน ผมค้างคืนเดียวโดยอีกวันมีตารางไปเยี่ยมโรงงานตั้งแต่เช้า ตรวจสอบปัญหา ประชุมกับลูกค้าแล้วบ่ายบินกลับเลย

เช้านั้นผมเช็คเอ๊าท์แล้วนั่งรอลูกค้ามารับแต่เช้า เลยเวลานัดไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มา โทรเช็คที่โรงงานก็บอกออกมานานแล้ว มือถือติดต่อไม่ได้ ผมได้แต่รอด้วยใจร้อนรนกลัวทุกอย่างจะเลทแล้วพาลไม่ให้ผมได้กลับเมืองไทยบ่ายนั้น เลยเวลานัดมาเกือบชั่วโมง ชายหนุ่มเชื้อจีนร่างใหญ่มาถามว่าผมคือ Mr. Prasatha รึเปล่า ผมบอกใช่ เราทักทายกันสักพักก็รีบขึ้นรถไปโรงงานกัน คุณ TJ (ชื่อย่อของลูกค้าผม) รีบเล่าให้ฟังว่าวันนี้มีการประท้วงครั้งใหญ่ ปิดถนนกัน มีจราจลด้วย ทำให้เขามารับผมช้าขนาดนี้และยังไม่รู้ว่าจะถึงโรงงานเมื่อไรเพราะคนขับรถต้องเลี่ยงเส้นทาง ระหว่างทางเราเลยคุยกันแต่เรื่องการเมือง ความไม่สงบ การประท้วง ปัญหาบ้านเมืองต่างๆ แล้ว TJ ก็เอ่ยขึ้นมาว่ายูโชคดีมากรู้ไหมไม่เหมือนคนอินโดหรอก ผมถามว่าทำไม เขาบอกก็ยูมี King ไง TJ พูดต่อว่าไอจำได้นะนานมาแล้วตอนที่มีเหตุการณ์รุนแรงมากๆ ที่เมืองไทยที่มีคนตายเยอะๆและก็บานปลายมากๆ ทุกประเทศจับตาดูชนิดที่เป็นข่าวต่างประเทศข่าวใหญ่สุดทุกวัน เหตุการณ์นั้นไอทึ่งมากๆ King ของยู great จริงๆ  นี่ไอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าเป็นอินโดจะมีใครที่เป็นศูนย์รวมเป็นที่พึ่งแบบนี้ได้ พวกยูนี่โชคดีจริงๆ รู้ไหม....................... 

จนถึงวันนี้ผมไม่รู้ว่านักธุรกิจชาวอินโดนีเซียคนนั้นจะรู้รึเปล่าว่าหลังจากประโยคนั้นแล้ว ที่ซัพพลายเออร์หนุ่มชาวไทยคนนั้นทำเสียมารยาทโดยการหันหน้าออกหน้าต่างแล้วไม่คุยอะไรต่ออีกเลย มันก็เพราะว่า......น้ำตามันไหลลงมาอาบแก้มซะแล้ว.............................

ป้อง 

5 มิ.ย. 2551 

โดย newswanderer

 

กลับไปที่ www.oknation.net