วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ช่างตัด 'ผม'?


*อยากเขียนอะไรที่ไร้สาระ (แล้วแต่อารมณ์) ที่เป็นตั้งคำถามกับตัวเองกับปรากฎการณ์ต่างๆ ตามที่ชอบ "คิด" และ "เขียน" และ "พูด" (ซึ่งน้อย) เรียกง่ายๆ อยากลองว่า "ตีอกชกตัว.." (แบบไม่เจ็บ) ที่น่ากวนทีนบ้างเล็กๆ เพื่อสุขอารมณ์หมาย..

เริ่มต้นขอเปิดเรื่องความอัดอัดใจในช่างตัดผม?




วามรำคาญของผมคงไม่ต้องลงทุนลงแรงเป็นเงินนับพันล้านเพื่อทำประชามติว่าจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ (เกี่ยวอะไรว่ะ)

เพื่อตัดความรำคาญใจ

แต่ความรำคาญของผมจะมักมาช่วงเลยต้นเดือนไปประมาณ 2-3 วัน ซึ่งเป็นความรำคาญที่น่าหยุมหยิม ซึ่งถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็คงเป็นเช่นนั้น

แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าเป็นเรื่อง..

ผมไม่อยากบอกหรอกว่า "ทรงผม" เป็นแบบไหน จะเรียกว่า "ในรถไฟ" หรือ "นอกรถไฟ" ไม่เอาอ่าว "เทรนด์" ก็ช่างเถอะ

แต่เมันเป็นทรงผมที่ใครหลายคนที่รู้จักผม แนะนำมาว่า "ดูดีกว่าทรงอื่น"

ผมไม่อยากบอกว่าไอ้ทรงผมของผมมันเปลี่ยนมาหลายทรง จะปล่อยรุงรัง(ไม่ยาวมาก)ก็เคยทำ จะเอาสั้นเอาตามเจ้านายใหญ่(ป๋าหยุ่น) เล่นโกนหัวโล้นก็เลียนแบบทำเท่ก็พอไปได้

แต่ผมเอาผมยาวกว่านั้นหน่อย

แต่นั่นแหละที่เล่ามาเป็นปัจจัยที่เกี่ยวพันกับความรำคาญของผม ที่รำคาญไม่ใช่ทรงผม หรือเส้นผม แต่ลำบากรำคาญใจ

นั่นคือ ช่างตัดผม!

คล้ายกรณีการนั่งรถแท็กซี่ ไม่อยากบอกว่า ผมคนหนึ่งล่ะ.. ไม่ชอบนั่งรถแท็กซี่ที่คุยเรื่องการเมือง

ทั้งฝ่ายที่ชอบทักษิณ

ทั้งฝ่ายที่ชอบพันธมิตรฯ


เพราะผมคิดว่า เราเสียสะตุ้งสะตังค์มาฝากชีวิตให้ท่านโชเฟอร์ได้พาเราไปยังจุดหมายแล้ว ทั้งที่คนขับรถแท็กซี่ก็มีสิทธิ์เปิดเพลงเปิดวิทยุฟังสิ่งที่ชอบแล้ว

แล้วทำไมเราต้องทนฟัง

ผมเพียงต้องการนั่งเงียบแบบไม่กี่อึดใจก็ไปถึงจุดหมายอย่างรื่นรมย์ในอารมณ์ นิสัยส่วนตัวคือ เงียบๆ กับคนแปลกหน้า (ใช่สิ.. ก็ไม่รู้จักนิ) ถ้าอยากคุยก็จะคุยเอง ถ้าถูกชวนก็ชอบคุณแต่มักตอบคำถามตามมารยาท

ซึ่งก็แล้วแต่ความสบายใจส่วนตัวของแต่ละท่านในการใช้บริการรถแท็กซี่

ย้อมมากล่าวถึง "ช่างตัดผม" ที่ผมคิดว่าบางทีก็คุ้นเคยเพราะฝากหัวให้ตัดผมมาก็รวม 2-3 ปีแล้ว แต่บางทีก็ไม่คุ้นเคย เพราะความช่างคุย ชวนสนทนา ซึ่งอาจเป็นการเทคแคร์ลูกค้าก็ได้

เพราะคนอื่นเข้ามาในร้านก็ชวนคุยกันดี อาจเป็นผมที่ไม่ดีชอบ จึงขอแอบหลับคาช่างตัดผมบ่อยๆ แต่ไม่วายที่ช่างจะช่วยคุย

อย่างวันนี้.. เสียงวิทยุกรมประชาสัมพันธ์รายการ "ม็อบดาวกระจาย" ฝ่ายพันธมิตร

"เอาอีกแล้ว ไอ้จำลอง ไอ้สนธิ มันจะป่วนชาวบ้านไปถึงไหน.."

ผมเงียบ ไม่แสดงท่าทียินดียินร้าย

"ไอ้พวกนี้ มันทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติบ้าง มันแย่จริงๆ นะ"

ผมทำหน้าเอ๋อๆ ไม่แบ่งรับแบ่งสู้

"ว่ามั้ย ไอ้พวกนี้ มันไม่มีงานทำหรือไง ถึงมาป่วนบ้านเมือง เขาเพิ่งทำงานได้ 3-4 เดือนก็เอาอีกแล้ว รัฐบาลก่อนอยู่มาตั้งปีกว่า ไม่เห็นทำอะไรได้ นี่มันจะให้ทหารปฏิวัติอีกแล้ว.."

ผมเริ่มทำหน้าเบื่อ และคิดในใจว่า ถ้าแฟนไม่บ่นให้ไปตัดผม ผมคงไม่กระเสือกระสนมานั่งฟังเสียงรำคาญใจ ไอ้คนอย่างผมไม่ค่อยชอบไปต่อล้อต่อเถียงใคร ชอบพูดเมื่อได้เวลาพูดเสียมากกว่า

ถามว่า ทำไมต้องทนช่างตัดผมร้านนี้ ร้านอื่นตั้งมากมาย ทำไมไม่ไป พูดแล้วต้องขออธิบายว่า ร้านตัดผมดังกล่าวนั้น อยู่เยื้องๆอพาร์ทเม้นท์ก้าวลงมาจากห้องไปถึงร้านไม่เกิน 50 เมตร

อีกอย่างผมมักตัดผมเดือนละครั้ง เป็นเดือนละครั้งที่น่าจำเจรำคาญใจ เพราะว่าถ้าจะตอบจะคุยสนทนาช่างตัดผมต่อก็กลัวจะกลายเป็นเรื่อง

เพราะไอ้นิสัยผมเวลาไม่พอใจสบอารมณ์นั้น มันออกทั้งหน้าตาและอารมณ์ ก้คงเป็นความเก้บอาการอารมณ์ไม่อยู่นั่นแหละ

ผมพยายามคิดในแง่ดีว่า อาชีพอย่างเราๆ ต้องรับฟังเสียงคนอ่านประชาชน แต่ผมก็รับฟังมาเยอะแล้วทั้งในเรื่องข่าวและประเด็นถกเถียง พอได้โอกาสพักหูไปสอยผมทำหล่อก็ขี้เกียจได้ยินเสียงที่ฟังแล้วเบื่อหน่ายเลย

ช่างตัดผมรุ่นพี่ของพ่อผม.. เขายังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างๆอย่างสนุกปาก ราวกับว่าเขาคือยอดนักไฮปาร์คฮาร์ตคอร์ที่มีผมเป็นคนฟัง

ความคิดชั่ววูบของผม อยากจะเปลี่ยนร้านใหม่ที่ไกลก่าวเดิม แต่ว่าก็ความขี้เกียจเดินก็ทำให้ผมต้องทน ซึ่งช่างตัดผมก็ไม่ผิดหรอก เพราะเรามีสิทธิ์เลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้บริการของเขา

แต่การที่จะไปเสนอแนะช่างตัดผมที่อาวุโสเป็นรุ่นพี่ของพ่อนั้น ผมไม่อยากไปขัดคอขัดคำให้เป็นเรื่องบานปลาย

เอาเถอะ..

ไม่มีข้อสรุปอะไร เพียงแต่บ่นถึง "ช่าง" ที่ตัดผมได้ตัด "ผม" ออกไปจากความยินยอมรับฟัง..

ผมคงต้องทนรำคาญใช่ไหม หรือต้องแก้ด้วยวิธีการอื่น

แต่ผมยังเชื่อความรำราญเป็นสิ่งที่น่าอดทนในระบบประชาธิปไตยที่สามารถแสดงออกตามสิทธิ์เสรีของคนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นต่างๆ กันไป


*พิมพ์ตก กล่าววกวนกรุณาชี้แนะเพื่อแก้ไขไม่ให้ขัดหูขัดตา..

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net