วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำม่วน **ม่วนซื่น** ตอน 1 มุดถ้ำพระ นมัสการพระคำ


click to comment

ตลาดสิงคโปร ยามเช้า

click to comment

ร้านปะเตในตลาดสิงคโปรมื้อเช้าของชาวลาว

click to comment

รถประจำทางจากสะหวันนะเขดไปยังแขวงต่าง ๆ

จะว่าไปถึงแม้นว่าสายลมฯ จะมาอยู่ประเทศลาวเพื่อทำงาน แต่มันก็ไม่ได้วุ่นวายจนถึงขนาดไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหนต่อไหน ไปน่ะไปได้ แต่กลับมาแล้วต้องมาทำงานต่อนี่สิ เหนื่อยสุด ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่บ่นมากมายหลายกองทัพขนาดนี้ แต่นี้คงเป็นไปตามวันและเวลาที่เปลี่ยนไป (ก็วัยน่ะหละ เห้อออ) นึกถึงโฆษณา เซี่ยงเพียงอิ้ว

"ถ้าเป็นเสา ๆ นะ สู้ต๊ายยยเร้ยฮ๊าาาาา"

click to comment

ถนนหนทางยามเช้าในสะหวันเขด

click to comment

ขบวนแห่ "บั้งไฟ" ในสะหวันเขด

บ่นมากไปละเล่าต่อดีก่า อีกอย่างการทำงานที่ลาวนี่ก็ต่างกับเวลาทำงานที่ไทย ถ้าอยู่เมืองไทยสายลมฯ จะทำงานแค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ แต่ถ้ามาทำงานนอกสถานที่จะต้องพ่วงวันเสาร์กันเหงาไปอีกวัน "เซ็งเป็ด" ทำไงได้ค่ะ อยากกลับบ้านเร็ว ๆ ก็ต้องเร่งงานกันไป

click to comment

เทพี อิอิอิ คอยรับเงินทำบุญตามร้านค้าและประชาชนที่ผ่านไปมาในระหว่างขบวนแห่บั้งไฟ

ถึงแม้นจะหยุดวันอาทิตย์วันเดียว แต่สายลมฯ ก็ไม่ทิ้งโอกาสที่จะออกเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ที่สามารถไปได้ ครั้งแรกเลยวันหยุดสุดท้ายนี่คิดว่าจะไป "ลาวบาว" งง หละสิ ตอนแรกได้ยินก็งงเหมือนกันที่ไหนวะ ไม่เห็นรู้จัก และแล้วคำตอบของคำถามก็ตามมา

click to comment

สนามกีฬา ประจำแขวงสะหวันนะเขต ที่จะเป็นสถานที่แข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งหน้า

"ลาวบาว" คือ เขตชายแดนระหว่างประเทศลาว กับประเทศเวียดนามตรงด้านแขวงสะหวันนะเขด มันมีอะไรเหรอค่ะ ถ้าข้ามเขตแดนไปได้เราจะได้เห็นทะเลค่ะ คนลาวจะตื่นเต้นมาก เพราะประเทศลาวไม่มีพรมแดนด้านไหนที่ติดทะเล เลยเป็นสถานที่แนะนำให้สายลมฯ ไปเที่ยว

click to comment 

ฝนตกตลอดเส้นทางการเดินทาง

click to comment 

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าระยะทางมันไกลค่ะ กว่า 200 กิโลขาเดียวนะค่ะ ไม่ใช่ไปกลับ ไม่ใช่ไกลอย่างเดียวรถที่เรานำไปอาจจะเข้าไปไม่ได้เพราะว่าไม่ได้ทำเรืองขอไป ถึงแม้นว่าจะมีน้อง ๆ บางคนให้คำรับรองว่าขอเข้าไปได้ และระหว่างทางมีน้ำตกสวย ๆ ให้แวะชม แต่ด้วยความไม่ชัวร์ในระยะทางและสถานนะ สายลมฯ อีกทั้งช่วงที่เราจะเข้าไปฝนก็ได้สาดซัดเข้ามาทุกวัน จึงได้มีการปรับเปลี่ยนแผนกันให้มันไม่เหนื่อยโดยไม่ได้ประโยชน์มากนัก

click to comment 

ทิวทัศน์ระหว่างการเดินทางไป "แขวงคำม่วน" 

click to comment

click to comment

อธิบดีกรมทาง "เจ้าถนน" ที่ท่านสามารถเจอะเจอได้ทุกหนแห่ง

แน่นอนค่ะ ประเทศลาวไม่ได้มีแต่ "สะหวันนะเขด" เราจึงมองหาแขวงที่ไม่ไกลมากนักและมีที่เที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ในวันเดียว "คำม่วน" เป็นคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้

click to comment

ทางดีจริง ๆ พับผ่าสิเอ๊าท์

click to comment

"คำม่วน"

คำม่วนถือว่าเป็นแขวงที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของลาวนั้นด้วยในเมืองนี้เคยได้ชื่อเรียกขานว่า "ศรีโคตรบูร" ในสมัยอนาจักรฟูนัน และเจนละ และเมื่อฝรั่งเศสยกทัพมาในปี พ.ศ. 1910 เมืองนี้จึงถูกเปลียนชื่อเป็นเมือง "ท่าแขก" จึงไม่เป็นที่แปลกตาเลยหากเราจะพบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสในเมืองนี้

click to comment 

หนทางจากสะหวันเขด สู่ คำม่วน

click to comment 

ปัจจุบันรัฐบาลลาวได้เปลี่ยนชื่อแขวงท่าแขกเป็น "แขวงคำม่วน" โดยให้คงชื่อ "ท่าแขก" เป็นเมืองหลวงของแขวงคำม่วนนี้เท่านั้น เหตุผลเพียงเพราะว่าชื่อ "ท่าแขก" ไม่สะท้อนความเป็น "ชาติลาว" ได้ดีพอ

click to comment 

การล้มป่าโดยชาวบ้านมีให้เห็นอยู่ในทุกหนแห่ง

click to comment

เมืองท่าแขกและแขวงคำม่วนนี้อยู่ตรงกันข้ามคนละฝั่งของกับจังหวัดนครพนมของไทย จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะล่องเรือจากนครพนมมายังแขวงคำม่วนมากกว่าวิธีการเดินทางอื่น ๆ และที่ ๆ สายลมฯ จะพามาเที่ยวนั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของแขวงคำม่วนเลยที่เดียว นั้นคือ

click to comment

ภูสูงป่าสวย

click to comment

การเดินทางขั้นพื้นฐาน "เดินสิค่ะ"

click to comment

เพิ่งพักขายของก่อนทางเข้าถ้ำ

click to comment

เอาลูกมาเลี้ยงด้วย แหม๋ "เปล" นี่แท่ห์สุด ๆ

click to comment  

ป้ายเตือนถึงกฏข้อบังคับของการเข้าชมและนมัสการพระในถ้ำพระ

click to comment

มีทั้งภาษาถิ่น คือ ภาษาลาว

click to comment

แต่ถ้าลำบากก็ภาอังกฤษเห้อค่ะ

"ถ้ำพระ หรือถ้ำผาช้าง" ซึ่งอยู่ที่บ้านนาซาง ห่างจากเมืองท่าแขกไปประมาณ 17 กม. แต่เนื่องจากเรามาจากแขวงสะหวันนะเขดดังนั้นเราจึงได้เดินทางมาถึงถ้ำแห่งนี้ก่อนที่จะถึงท่าแขก

click to comment 

ลงจากรถแล้วต้องเดินผ่านร้านค้าจนถึงลานกว้างเพื่อเข้าสู่ทางเดินเข้าถ้ำค่ะ

click to comment

เห็นบันไดทางเดินขึ้นหน้าผามั้ยค่ะ นั้นหละค่ะตำแหน่งของถ้ำพระ

click to comment

ซุ้มเก็บ "ปี๊" หรือตั๋วค่าเข้าถ้ำพระ ควรจะเรียก "กระต๊อบ" ชิมิ !!!

"ถ้ำพระหรือ ถ้ำผาช้าง" เป็นถ้ำขนาดเล็กและไม่ลึก แต่อยู่บนหน้าผาของภูเขา และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปมากมาย และที่โดดเด่นที่สุดนั้นคือ พระพุทธรูปสมัยสงครามโลก ถ้ำนี้ได้รับความนิยมจากบรรดาสมาณสงฆ์ที่เดินทางเข้ามานมัสการพระพุทธรูปในถ้ำ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการค้นพบ "พระพุทธรูปคำ" (คำ = ทองคำ) ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่ ณ ถ้ำนี้เช่นกัน

click to comment

สะพานข้ามน้ำเข้าไปยังทางเข้าถ้ำค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำ

click to comment

ข้ามน้ำแล้วมุดเข้าป่าโปร่งอีกรอบ

click to comment

ข้ามลำธารอีกหน กว่าจะได้นมัสการพระ เห้ออออออ

ด้วยเป็นเช่นนั้น รัฐบาลลาวจึงออกกฏให้นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแต่งกายเรียบร้อยและถอดรองเท้าก่อนที่จะเดินเข้าไปในถ้ำ แน่นอนภายในถ้ำห้ามเด็ดขาดสำหรับการบันทึกภาพไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

click to comment

เตือนอีกครั้งจะได้อ้างไม่ได้

click to comment

สูงดีมั้ยค่ะ

click to comment

ทางขี้นถ้ำพระ

click to comment

จุดที่ชอบถ่ายรูปกันค่ะ

click to comment

ธารน้ำใต้ถ้ำค่ะ เสียดายเรือมาจมเสียก่อนไม่งั้นจะเข้าไปชมภายใน คงวิไลน่าดูชม

click to comment

ดูสิค่ะ น้ำใสจนเห็นปลาเลย

click to comment

ถ้าไม่ขึ้นทางนั้นก็ขึ้นทางนี้ได้ค่ะ เสียวน้อยกว่า มั่นใจกว่า อิอิอิ

และหากที่พบว่าท่านใดกระทำความผิดกฏของห้ามของทางการ สิ่งแรกที่ท่านจะพบก่อนสิ่งอื่นใดนั้นคือ การสั่งขัง จนกว่ารัฐบาลของท่านจะดำเนินการขอเจรจาเพื่อปล่อยตัว หรือจนกว่าจะมีการพิจารณาโทษ ไม่มีประกันนะค่ะ ขอบอก

click to comment

มองย้อนลงไปจากทางขึ้นค่ะ

click to comment 

อุ้ยตัวอะไร

click to comment

ผีเสื้อนี่เอง บ้านเราหาชมยากแล้วค่ะ ต้องมาหาชมที่ลาว ยังมีอยู่มากมายหลายสายพันธุ์

click to comment

ปากทางเข้าถ้ำค่ะ

click to comment

ขึ้นมาจนสูงสุดแล้วก็มุดลงไปอีก กว่าจะถึง

click to comment

ภายในถ้ำค่ะ แน่นอนค่ะเขาไม่ให้ถ่าย สายลมฯ เกือบต้องอยู่เกินกำหนดด้วยเหตุมิบังควร

click to comment

หมู่พระพุทธรูปสมัยสงคราม และพระพุทธรูปคำ (ทองคำ) ลองหาดูกันนะค่ะ

ด้านล่างของถ้ำยังมีโพรงถ้ำที่สามารถพายเรือเข้าไปชมบรรดาหินงอกหินย้อยอันสวยงาม แต่น่าเสียดายจริง ๆ ที่เมื่อสายลมฯ ไปถึงนั้น เรือทั้งหลายล้วนแต่จมอยู่ใต้น้ำหมดแล้วจึงไม่มีโอกาสได้เข้าไปยลโฉมความงามของธรรมชาติที่รังสรรค์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ สายลมฯ คงต้องหาโอกาสดี ๆ เข้าไปยลโฉมสิ่งต่าง ๆ ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างเอาไว้ในโอกาสหน้าอย่างแน่นอน

คิดเหมือนกันใช่มั้ยค่ะ ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คนจะรังสรรค์ได้จริง ๆ

click to comment

มุมมองเมื่อมองจากถ้ำลงไปเบื้องล่างค่ะ   

 click to comment   

แอ่งน้ำด้านล่าง สวยใสจริง ๆ

click to comment

click to comment

เส้นทางการเดินลงค่ะ มันก็คือทางที่เราขึ้นมานั้นเอง บรรยายไปงั้นอ่ะค่ะไม่มีไร อิอิอิ

click to comment

กลองซึ่งเมื่อเรานมัสการพระภายในถ้ำแล้วเราก็จะมาตีมันให้เสียงดังก้อง
ให้สวรรค์รับรู้ถึงผลบุญที่ได้ทำ

click to comment

บรรยากาศเมื่อเดินทางออกจากถ้ำพระค่ะ ครึ้มฝนมาเลย

          

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ "Trip" ฉบับ "ลาวใต้" ค่ะ

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net