วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานพื้นบ้านไทยเขมร กะเดิบโดง กะเดิบซลา


กะเดิบโดง กะเดิบซลา

มีครอบครัวหนึ่งฐานะยากจน  ประกอบด้วยแม่และลูกสาวคนหนึ่ง
 ชื่อ “นางกะเดิบโดง”      พ่อของนางกะเดิบโดง  ตายจากไปนานแล้ว  ฐานะของครอบครัวนี้ยากจน
          วันหนึ่งแม่ของนางกะเดิบโดง  ไปขุดหน่อไม่และทำเสียมติดอยู่ในกอไผ่  นางพยายามดึงยังไงก็ดึงไม่ได้สักที    จนตะวันบ่ายคล้อยใกล้ค่ำ ก็หมดปัญญา  นางจึงพูดบนบานว่า  ถ้าใครสามารถเอาเสียมของนางออกมาจากกอไผ่ได้ นางจะยกลูกสาวคนเดียวให้

          นางพูดยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงหนึ่งถามว่า  “พูดจริงใช่ไหม?”  นางก็ตอบว่า  ใช่...  ทันใดนั้นก็ปรากฎมีงูตัวใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยออกมาและเอาเสียมออกจากกอไผ่ให้    แม่นางกะเดิบโดง ตกใจมากที่เห็นงูใหญ่ขนาดเท่าต้นมะพร้าว   แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะได้ลั่นวาจาออกไปแล้วจึงถือความสัตย์

          ฝ่ายงูถามแม่นางกะเดิบโดงว่า  จะไปบ้านนางได้อย่างไร  นางก็บอกให้ไปตามเปลือกหน่อไม้ที่นางจะแกะทิ้งไว้เป็นระยะตามทางจนถึงบ้าน

          เมื่อกลับถึงบ้านก็เล่าให้ลูกสาวฟัง  นางกะเดิบโดง ตกใจมาก  แต่ก็ยอมทำตามความประสงค์ของแม่  พอตกกลางคืนงูใหญ่  ก็ไปที่บ้านของนางกะเดิบโดงจริงและเข้าไปอยู่ในห้องของนางกะเดิบโดง

          งูนี้ที่จริงเป็นงูเทพจำแลงกายมาลองใจแม่นางกะเดิบโดงว่าจะรักษาคำสัตย์หรือไม่

          เมื่อเข้าไปในห้องจึงคืนร่างเป็นเทพรูปงามและบอกความจริงแก่นางกะเดิบโดง   และได้นางเป็นภรรยา  ในคืนนั้นพร้อมกับเนรมิตความร่ำรวยให้ครอบครัวนี้  จนเป็นที่ร่ำลือไปทั่วทั้งหมู่บ้าน 

          ยังมีอีกครอบครัวหนึ่ง  มีลูกสาวชื่อ นางกะเดิบซลา     เมื่อแม่ของนางกะเดิบซลาได้ยินเรื่องนี้เข้า  ก็เกิดความอิจฉาและอยากร่ำรวยกับเขาบ้าง  จึงแวะเวียนไปบ้านนางกะเดิบโดง  ฝ่ายแม่ของนางกะเดิบโดงก็เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

          แม่ของนางกะเดิบซลา  เมื่อกลับมาถึงบ้านก็คว้าเสียม ตะกร้าไปหาหน่อไม้  ในใจก็คิดถึงความร่ำรวย  ตลอดทาง  อยากได้เขยรูปงามให้ผู้คนร่ำลือเหมือนแม่นางกะเดิบโดงบ้าง

          เมื่อไปถึงป่าไผ่  นางก็เอาเสียมไปเสียบไว้กับกอไผ่กอเดิมที่แม่นางกะเดิบโดงทำเสียมติด   แล้วนางก็ทำทีร้องหาคนช่วยเอาเสียมออกจากกอไผ่ให้  แล้วนางจะยกลูกสาวให้  นางร้องเกือบทั้งวันก็ไม่มีใครมาช่วย

          ใกล้ค่ำนางเกือบหมดความอดทน  ก็มีงูใหญ่ตัวหนึ่งอาสาจะเอาเสียมให้นาง  นางดีใจมาก  บอกว่าให้รีบไปบ้าน    นางจะทิ้งเปลือกหน่อไม้  ไว้เป็นที่สังเกตตลอดจนถึงบ้าน

          แม่นางกะเดิบซลาดีใจรีบกลับบ้าน    แล้วบอกแก่นางกะเดิบซลา  ให้เตรียมตัวรับว่าที่ผัวงู  นางกะเดิบซลาเป็นคนดี แต่ขัดใจแม่ไม่ได้  จึงจำใจต้องทำตามผู้เป็นแม่

        คืนนั้นงูตัวใหญ่มาที่บ้านนางกะเดิบซลา  แม่ของนางดีใจ  รีบพาเข้าห้องลูกสาว  กำชับให้ปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย  ส่วนตัวเองจะเข้านอนคอยเงี่ยหูฟังสถานการณ์ 

          สักพักหนึ่งได้ยินเสียงนางกะเดิบซลาร้องบอกว่า  งูใหญ่ได้กลืนข้อเท้าตนเองแล้ว   แม่นางกะเดิบซลาได้ยินดังนั้น  ก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก  นางตะคอกให้ลูกเงียบ  เพียงสามีหยอกเล่นนิดหน่อยก็ทำกระโตกกระตากให้คนอื่นรู้
          สักครูหนึ่งนางกะเดิบซลา  ก็ร้องดังขึ้นอีกว่า  งูได้กลืนมาถึงเอวแล้ว  แม่นางก็บอกให้เงียบ  สักพักนางกะเดิบซลา  ก็ร้องอีกว่างูกลืนนางถึงคอแล้ว  แม่ของนางก็บอกให้เงียบ

          รุ่งเช้าแม่นางกะเดิบซลา ตื่นหุงหาอาหารจนสายก็ยังไม่เห็นลูกสาวและลูกเขยออกจากห้อง  จึงเอะใจเคาะประตูไม่มีใครตอบ  จึงลงเดินไปหารอบๆบ้าน  เห็นงูใหญ่ท้องป่อง   เนื่องจากกลืนนางกะเดิบซลา  ไปขดตัวอยู่ในสวนหม่อนหลังบ้าน

          นางตกใจสุดขีดร้องให้ชาวบ้านมาช่วยฆ่างูผ่าท้องช่วย   นางกะเดิบซลาออกมาได้  เรื่องนี้เป็นที่ซุบซิบนินทาของคนในหมู่บ้านสร้างความอับอายแกนางกะเดิบซลาเป็นอย่างมาก  นางบอกกับแม่ของนางว่า  ขอตัวไปอาบน้ำล้างเมือกงู  ที่กลืนนางออก    แม่นางให้น้องชายคนเดียวของนางตามไปเป็นเพื่อนด้วย

          นางกะเดิบซลาคว้าขันน้ำ  และถูกผ้าเดินออกจากหมู่บ้านหาแหล่งน้ำชำระล้างร่างกาย  ผ่านหนองน้ำใหญ่  น้องชายของนางให้นางลงอาบล้างที่หนองนั้น  แต่นางว่าน้ำน้อยไปล้างเมือกออกไม่หมดหรอก  จึงพากันเดินต่อไป  ผ่านอีกห้วย  บึง  แม่น้ำ  ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของนาง    บุกป่าฝ่าทุ่งหลายวันหลายคืน    จนมาถึงมหาสมุทรใหญ่   นางบอกให้น้องชายหยุดรอที่ชายฝั่ง  ส่วนนางจะลงไปอาบน้ำล้างคราบเมือกงูออก  นางคว้าขันเดินลงไปในน้ำเรื่อยๆ  จนลึกถึงคอ    เมื่อนางเดินลึกถึงปลายคาง    นางเอาขันครอบหัว  แล้วมุดน้ำหายไป  ไม่ยอมโผล่มาอีกเลย    น้องชายของนางรออยู่เป็นนาน  ก็ไม่เห็นพี่สาวโผล่มาสักที จึงเดินร้องให้กลับบ้าน  พร้อมกับบอกเรื่องราวให้แม่ของนางกะเดิบซลาทราบ  นางเสียใจและรู้สึกผิด  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสายเกินไปเสียแล้ว 

          นางกะเดิบซลา  ที่หายไปในมหาสมุทร  ได้ลายเป็นนางเงือก  อาศัยอยู่ในมหาสมุทรไม่ยอมพบผู้คนด้วยความอายตราบเท่าทุกวันนี้*******

         

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก  : อารีย์  ทองแก้ว นิทานพื้นบ้านสุรินทร์ อ227 น. สุรินทร์ : มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ 2547

โดย sarokkarow

 

กลับไปที่ www.oknation.net