วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Lao Cai ... เมืองลาวไค (Lao Cai) .. ประตูสู้เมืองจีน


June 08, 2008

เมืองลาวไค (Lao Cai) .. ประตูสู้เมืองจีน

ลาวไค .. เมืองเล็กๆที่มีพรมแดนติดกับชายแดนของจีน พรมแดนเวียดนามในบริเวณนี้ถูกแบ่งโดยแม่น้ำแดง แต่เชื่อมต่อกันโดยสะพานคอนกรีต อันเป็นเส้นทางสำคัญของติดต่อค้าขายพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ

มองจากด้านนี้จะเห็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง .. เส้นแบ่งพรมแดนจีน – เวียดนาม

นี่คือหลักเขตแดนจีน – เวียดนาม ที่ลาวไค … จุดยอดฮิตที่ผู้มาเยือนมักจะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

บริเวณใกล้ๆหลักแบ่งเขตแดนเป็นวัดในพุทธศาสนา .. รูปแบบของวัดเห็นได้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบจีน .. คงเหมือนกับวัดในฮานอย ที่มีร่องรอยของความเชื่อในลัทธิคำสอนแบบขงจื้อ .. เห็นมีชาวเวียดนามมากราบไหว้ ขอพร และสวดมนต์กัน ไม่ต่างกับวัดในเมืองไทย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะข้ามแดน จากเวียดนามเข้าสู่ประเทศจีน ต้องแวะทำเรื่องผ่านแดนที่ด่านศุลกากรเวียดนาม ก่อนที่จะเดินข้ามสะพานคอนกรีตไปทำเรื่องที่ด่านจีนต่อ

การค้าขายตามตะเข็บพรมแดนคึกคักมาก ในระหว่างวัน .. จะเห็นคนเวียดนามจูงจักรยาน ซึ่งมีตะกร้าใบใหญ่มากห้อยอยู่ 2 ข้างของจักรยานคันเล็ก .. เดินไปตามสะพานคอนกรีตอันนี้เข้าไปยังฝั่งของจีน เพื่อขนสินค้าที่ผลิตในจีน นำเข้ามาขายในเวียดนาม

เมื่อนำสินค้าจากจีนผ่านเข้ามายังเวียดนามต้องผ่านด่าน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นด่านศุลกากร .. ที่ด่านมีการห้ามถ่ายรูป .. อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะไม่อยากให้มีรูปที่ไม่เหมาะสมปรากฏเป็นหลักฐานหรือเปล่า .. แต่ไม่มีการห้ามการยืนห่างๆ แล้วใช้ศักยภาพของกล้องถ่ายรูปซูมเอาในระยะไกล

คาราวานจักรยานจะขนสินค้าผ่านด่านศุลกากรเวียดนามเข้ามา มองดูเหมือนกองทัพมดทางภาคเหนือของไทย ..

สินค้าที่นำเข้ามา เท่าที่เห็นมีหลากหลายชนิด ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ข้าวหรือแป้ง (ไม่ค่อยแน่ใจ) เครื่องอุปโภค บริโภคหลากหลายชนิด โดยมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคอยรับเพื่อขนส่งเข้าเมืองอีกต่อหนึ่ง

สินค้าบางประเภท เมื่อรวบรวมได้เป็นกอบ เป็นกำ ก็จะใช้แรงงานขนขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำไปเก็บในคลังสินค้า หรือแจกจ่ายไปตามร้านค้าอีกทอดหนึ่ง

ถัดออกมาจากด่านศุลกากรไม่ไกลนัก มีหญิงชาวเวียดนามเรียงเป็นแถว ในมือมีธนบัตรเป็นฟ่อนหนาๆทุกคน .. สอบถามจากไกด์ได้ความว่า หญิงเหล่านี้ทำหน้าที่คอยแลกเปลี่ยนเงินตราให้กับพ่อค้า แม่ขายในแถบนี้ … เรียกว่า มีธนาคารเคลื่อนที่คอยให้บริการกันเลยทีเดียว

ใกล้ๆกับสะพานข้ามแดน และตรงข้ามสำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวไค เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวของเมือง ซึ่งสินค้าเกือบทั้งหมดเป็นสินค้าที่มาจากประเทศจีน

หลังจากเดินสำรวจสินค้าจีนในห้างสรรพสินค้า .. เราใช้บริการรถที่มองแล้วเหมือนรถที่ใช้ในสนามกอล์ฟ หรือตามรีสอร์ตที่มีบริเวณกว้างขวางในเมืองไทย เพื่อข้ามสะพานที่ทอดตัวอยู่เหนือแม่น้ำแดง เข้าสู่ตัวเมืองลาวไค

เราแวะที่ตลาดท้องถิ่นของเมืองลาวไค ซึ่งดูไปแล้วเหมือนตลาดปีนังแถวๆคลองเตย .. พบว่าสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มาจากจีน ทั้งอาหารแห้ง สุราและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ บุหรี่ ของเด็กเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอางของจีน และสินค้าจุกจิกอีกมากมาย …

ตลาดสดท้องถิ่นอยู่ในบริเวณเดียวกัน .. ดูไม่แตกต่างจากตลาดสดในต่างจังหวัดของไทย .. สินค้าที่วางขายเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมของท้องถิ่น ทั้งผัก ผลไม้ ผลิตผลทางเกษตรแปรรูป อาหารปรุงเสร็จพร้อมรับประทาน …

เรามีโอกาสแวะไปที่โบสถ์คริสต์ใกล้ๆตลาด .. ซึ่งนอกจากจะมีรูปปั้นและสิ่งสักการะทางศาสนาที่ควรจะมีแล้ว ยังมองเห็นต้นไม้แคระ หรือบอนไซ ที่สมบูรณ์และรูปทรงงดงามมากๆ เรียงรายอยู่รอบๆบริเวณโบสถ์ .. เห็นแล้วอยากจะหอบกลับมาบ้านสักหลายๆต้น

ศูนย์กลางของเมืองลาวไค อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของสะพานที่นำเราจากสถานีรถไฟไปสู่ตลาด มองเห็นธนาคาร ร้านค้าชุมชน โบสถ์ โรงแรม ในรูปแบบที่ปนกันระหว่างความทันสมัยและอนุรักษ์นิยม …

รถเทียมม้าที่ให้ความรู้สึกขัดแย้ง ระหว่างความเป็นเมืองโบราณ กับเมืองที่กำลังจะพัฒนาเป็นเมืองหน้าด่านที่ทันสมัยของเวียดนาม

ด้วยเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่ตะเข็บพรมแดน จึงไม่ค่อยมีกิจกรรมมากมายให้เห็น .. มีโรงแรมและภัตตาคารให้บริการนักท่องเที่ยวไม่มากแห่ง ร้านค้ามีอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ … จุดที่น่าสนใจแห่งเดียวตามที่เห็นในการไปเยือนในระยะเวลาสั้นๆ ดูเหมือนจะเป็นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแดง ที่ทางเมืองสร้างให้เป็นบริเวณพักผ่อน … เดินออกกำลัง หรือแม้กระทั่งนั่งนิ่งๆ มองดูสายน้ำสีปูนไหลผ่านสายตา สู่บริเวณสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำ ที่แบ่งดินแดนนี้ออกเป็นสองประเทศ สองชนชาติ … กฎเกณฑ์ที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด

ณ จุดนี้สามารถมองเห็นห้างสรรพสินค้าของลาวไคในฝั่งตรงข้ามได้ชัดเจน … อีกฝากหนึ่งของสายตา มองเห็นอาคารบ้านเรือนริมของลาวไคริมตลิ่งสูงของฝั่งแม่น้ำ

ด้านบนของริมเขื่อนที่เราไปนั่งพัก เป็นโรงแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยว .. ดูมีระดับทีเดียวค่ะ

เราแวะอุดหนุนแม่ค้าที่ขายสับปะรดริมทางเดิน … เหมาหมดเลย .. เอาเท่าไหร่?

หลังอาหารเย็นที่ภัตตาคารใกล้ๆกับสถานีรถไฟ มีโอกาสหันกลับมามองลาวไคยามค่ำอีกครั้ง … มองเห็นมีตลาดเย็นตรงข้ามกับสถานีรถไฟ ขายสินค้าจำพวกผลไม้ สินค้าทำมือประเภทของที่ระลึก ของเด็กเล่น อุปกรณ์ไฟฟ้า แต่มีไม่มากรายนัก ที่น่าสนใจคือมองเห็นผู้คนออกมานั่งดื่มเบียร์รอบๆเสาไฟต้นสูงที่เป็นเหมือนวงเวียนจราจรของเมือง

เราล่ำลาซาปาและลาวไค ด้วยการโดยสารรถไฟพิเศษเดินทางกลับฮานอย .. พร้อมกับความตั้งใจว่าจะกลับมาดูทุ่งรวงทองในซาปาอีกครั้งในช่วงปลายปี

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net