วันที่ พุธ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระบบอาหารในอนาคต


            หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ชมภาพยนตร์ เชิงอนาคตวิทยา เช่น ไบเซนทาเนียลแมน ที่โรบินวิลเลียมส์ นำแสดง เป็นเจ้าหุ่นอายุยืนที่พยายามทำทุกอย่าง จนสุดท้ายตนเองได้กลายร่างจากหุ่นเป็นคน แต่ใครจะรู้ว่า ผู้คนในยุคหน้าที่มีเนื้อหนังและเลือดในร่างกาย อาจต้องหาทางออกที่กลับหัวกลับหางกับเจ้าหุ่น ในหนังที่เราเคยดูกัน

           สภาวะข้าวยากหมากแพงนั้นมี ระบบหมุนเวียนเกิดขึ้นเป็นวงจรมาช้านาน มีเกิดและมีจุดวิกฤตแล้วมุ่งไปสู่จุดผ่อนลง เมื่อเกิดเทคโนโลยีที่เอามาผสมผสานจนสร้างความพอเพียงในด้านอาหาร ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบถนอมอาหาร การใช้ปุ๋ยเคมี หรือการ ใช้ประโยชน์ที่ดินให้สูงสุดเท่าที่จะทำได้ หรือแม้แต่ลงจากผินดินไปหาแหล่งอาหารในน้ำ หรือ ทะเล ต้องอย่าลืมว่า สาหร่ายก็จัดเป็นผักได้ และมีมากมายเหลือเกินในท้องทะเล แต่คนทางบ้านเราไม่ค่อยนิยมทานเป็นอาหารหลัก เฉกเช่น คนเกาหลี หรือ ญี่ปุ่นทำกัน

          หากจะว่าไป แล้วสาเหตุที่ผมกล่าวอ้างมานี้ จะย้อนไปถึงคำถามที่ว่า เมื่อเราทำการเกษตรให้กลายเป็นอุตสาหกรรม และใช้ทรัพยากรจากสเกลที่เป็นระดับย่อย ๆ จนเลยเถิดเกินไปถึงขั้นทำลายความสมบูรณ์ จนแม้แต่พื้นดิน แหล่งน้ำ หรือแม้แต่ ท้องทะเลเริ่มจะรับกับการบริโภคที่ไม่บันยะบันยังอีกต่อไป ผลคือ ทางออก ที่เราอาจต้องเปลี่ยนตัวเองแทน ทั้งปรับพฤติกรรมการบริโภค หรือปรับเปลี่ยนระบบของตัวเองไปสู่ รูปแบบชีวิตใหม่ ซึ่ง ใครจะรู้ว่าเราอาจทำลายตัวเองด้วย ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ระบบหุ่นยนต์ อาจไม่ต้องการระบบอาหารแบบ ออกานิกส์ แบบที่เรากินกันทุกวันอีกต่อไปอาจใช้พลังงานที่เป็นไฟฟ้าแทน เราไม่รู้หรอกว่าแท้ที่จริงเราจะทนต่อการเปลี่ยนแปลงของ โลกใบนี้ได้แค่ใหน เพราะระบบที่ผมคาดเดาเอา อาจใช้เวลา สองถึงสามร้อยปี ซึ่ง มันอาจจะสายเกินการที่คนเราจะเดินไปจนถึงจุดที่เราคั้นเอาศักยภาพของเทคโนโลยีที่มีอยู่มารองรับความต้องการของเราได้

     ผมขอนอกเรื่องอีกนิดหนึ่ง เรื่องมันเกิดขึ้นจริงในวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง ผมสังเกตุว่า ญี่ปุ่นมีนกกา หรือ อีกา มากจริง ๆ มีทุกหนแห่ง พอ ๆ กับนกอินทรีย์ ที่บินไปทั่วตามหาดเที่ยวโฉบของกินจากมือคนที่เดินทานอะไรต่อมิอะไรตามทางเดินริมหาด อันนี้ผมเห็นมากับตา

    ครับระหว่างที่ผมขี่จักรยานไปในเมือง ผมต้องผ่านถนนเส้นหนึ่ง ที่มีนกกา เกาะกลุ่มอยู่ ผมเหลือบไปเห็นอีกาตัวหนึ่ง นอนตายกลางถนน ที่สำคัญตัวมันโตพอ ๆ กะแมวอ้วน ๆ ตัวนึงทีเดียว ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกแค่พยายามจะผ่านมันไป แต่แล้วเรื่อง ที่ไม่คาดฝันก้อตามมา ผมสังเกตุว่ากลุ่มนกกา มารวมตัวกันในพื้นที่ต่ำกว่าปกติ ไม่ได้เกาะบนเสาไฟสูง ๆ เช่นเคย มันเริ่มบินถลาลงมา จิกตบที่หัวผู้คนที่เดินผ่านไปมา รวมทั้งผมที่ใช้จักรยานด้วย ผมร้องสุดเสียงเพราะมันไม่เลิกจิก ตะปบหัวง่าย ๆ ผมโดนไปสามทีได้ คิดในใจว่า สังคมของนกเองก็มีการพัฒนามากจนมันรู้ว่าคนเราไปคุกคามมันและทำเพื่อนมันตาย มันจึงหันมาโจมตีคนเข้าให้ ผมมองว่ามันเหมือนสัญญาณบอกคนเราว่า อย่ามองมันแค่ว่ามันเป็นสัตว์ ไม่สามารถรับรู้และคิดได้อย่างคน เราเบียดเบียนป่า ที่อาศัยต่าง ๆ และแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มากมาย แล้วธรรมชาติก็แสดงพลังออกมาอย่างเงียบ ๆ ให้คนอย่างผมได้อึ้ง ทึ่ง เสียว แม้แต่วันนี้ผมยังขนลุกไม่หาย วันนี้ไปก่อนนะครับ

   

The Crow<%

โดย ไกอาร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net