วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกิดเป็นผู้ชาย (หญิง)


คอลัมน์  Yesterday Revisited   นสพ.กรุงเทพธุรกิจ Bizweek    16  ต.ค. 2547    no.16

ใครกันหนอยืนมองสบตาฉัน                     ใครคนนั้นที่ดูดั่งเมฆสีดำ

ยืนมองไร้ถ้อยคำ ดวงตาคู่นั่นแดงก่ำ                      ใคร...ใครนะเออ

            ใจดวงนั่นคงจะแตกสลาย                        ใจของผู้ชายที่แกร่งเสมอ 

เหตุใดดูดังคนละเมอ ดวงตาคู่นั่นมองเหม่อ            เป็นเพราะเธอทำลายดวงใจ

(*)       เกิดเป็นผู้ชายต้องมีใจอดทน                     กี่ครั่งกี่หนทนเก็บเอาไว้

จะคอยทำร้ายใจกันอีกนานถึงไหน             หรือผู้ชายเสียใจไม่เป็น

            เตรียมเอาความร้าวรอน                            ซ่อนเก็บเอาไว้

ความชอกช้ำในใจไม่ให้ใครเห็น                             ใจดวงนี้เยือกเย็น เป็นภูผาที่สูงใหญ่

            ไม่เคยเสียใจไม่เคยอาวรณ์  (ซ้ำ *)           

            สัปดาห์ที่แล้วได้เสนอบทเพลง เธอ ของ จันทนีย์  อูนากูล นักร้องเสียงนุ่มที่ทั้งร้องและแต่งเพลงเอง  พร้อมกันนี้เธอกำลังมีผลงานชุดใหม่ออกมาหลังจากห่างหายไปกว่ายี่สิบปี   ทำให้ผมอดนึกไปถึงเพลงดังอีกเพลงหนึ่งซึ่งเธอแต่งไว้ มีนักร้องชายหลายคนมักนำมาร้อง อย่างได้อารมณ์แบบผู้ชาย ผู้ชาย ในเพลง เกิดเป็นผู้ชาย ที่มีคำร้องข้างต้น 

            ผู้ขับร้องเพลงนี้เป็นคนแรกคือ ไก่-สุธี  แสงเสรีชน มือกีต้าร์เสียงหวานของวงแกรนด์เอ็กซ์ยุคหลังในอัลบั้มที่ 19 ชุด ได้ไหม? (2531) ที่ถือเป็นเพลงแจ้งเกิดของเขา  โดยผมได้ยินเพลงนี้อีกครั้งราวสองปีที่แล้วในคอนเสิร์ทการกลับมารวมตัวของแกรนเอ็กซ์  ไก่-สุธีก็ยังนำเพลงนี้มาเปิดตัวเขาบนเวทีเช่นกัน

            ส่วนนักร้องอีกคนในยุคถัดมาราวปี 2539 อู๋-ธรรพ์ณธร  ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ก็นำมาร้องใหม่แบบร๊อคเสียงสูงได้กินใจวัยรุ่นยุคหลัง  เข้าใจว่านักฟังเพลงปัจจุบันจะได้ได้ยินในเวอร์ชั่นนี้กันมากกว่า

            และล่าสุดใน The Retro Concert 2nd เมื่อกลางปีนักร้องรุ่นใหม่ก็นำมาร้องอีกครั้งหนึ่ง 

นอกจากจะด้วยเนื้อเพลงที่โดนใจ ในแบบฉบับแมนๆล้วนๆแล้ว  ผมจำได้ว่าเพลงนี้มาพร้อมกับยุคมิวสิควีดีโอกำลังบูม  ดังนั้นภาพของ เอ็ม-สุรศักดิ์  วงศ์ไทย (ที่กำลังฮอตช่วงหนังเรื่อง ฉลุย) พระเอกมิวสิคในมาดสุดเซอร์ อารมณ์แบบอกหักรักคุด  ตามคอนเส็ปเพลงที่ว่า “หรือผู้ชายเสียใจไม่เป็น..”  จึงถูกใจใครหลายๆคน

            ทั้งหมดนั้น  ทำให้ผมสนใจในตัวตนของผู้แต่งเพลงว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้..จึงแต่งเพลงเกี่ยวกับผู้ชายได้ตรงเป้าหมายสุดๆ  งั้นลองย้อนไปดูประวัติของเธอกัน

            ‘น้อย’ เป็นชื่อเล่นของจันทนีย์ ในบรรดาพี่น้อง 5 คนซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว  ฝันในวัยเยาว์ของเธอคือ การอยากมีบ้านไว้อยู่กับเพื่อนๆสนิท  จึงพยายามหาเงินเก็บ โดยการรับจ้างเพื่อนทำอะไรต่างๆเช่น รับทำการบ้าน วาดรูปให้ ทำการฝีมือ แม้กระทั้งรับจ้างพัดให้เพื่อนเวลาหลับ ที่ได้เพียงครั้งละสลึง..ดูน่ารักดี

            ส่วนการเริ่มแต่งเพลงได้แรงบันดาลใจจากการฟังละครวิทยุตอนสิบขวบ  ได้แต่งเพลงชื่อ ทับทิม ตามชื่อของนางเอกละครวิทยุ  หลังจากนั้นได้แต่งเพลงเก็บไว้เรื่อยๆ  จนสมัยเข้าเรียนที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้แต่งเพลงให้วงแกรนเอ็กซ์  จากการชักนำของ จำรัส  เศวตาภรณ์   ต่อมาทางอีเอ็มไอได้ชวนมาเป็นนักร้องออกอัลบั้ม สายชลในปี 2525

          เธอมีงานประจำด้านการโฆษณา  หลังจากแต่งงานจึงหยุดร้องเพลงไปหลังออกอัลบั้มได้สามชุด  ส่วนงานแต่งเพลงเป็นเพียงงานอดิเรก เช่น การแต่งเพลงสักวัน ให้ภาพยนตร์เรื่อง The Hunchback of Notre Dame และ เพลงเงา ในหนัง มู่หลาน       

    

ด้านชีวิตครอบครัว เธอมีลูกสาวหนึ่งลูกชายหนึ่ง ซึ่งเธอให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกจึงได้ปรึกษากับคู่ชีวิตว่า ใครจะออกมาเลี้ยงลูก  ท้ายสุดสามีทิ้งตำแหน่ง Vice President ออกมาเลี้ยงลูกเอง  เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่ดีและมั่นคงของจันทนีย์ เธอบอกว่า รายได้ทางเดียวก็โอเคแล้ว  และให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตไว้ในนิตยสาร ‘ดิฉัน’ ฉบับ  659 สิงหาคม 2547 ไว้ว่า

“แม้ ‘น้อย’จะทำงานเป็นรายได้หลักให้ครอบครัวก็จริง  แต่สามีก็ยังเป็นผู้นำครอบครัวเต็มที่ เราคือผู้รับคำสั่ง ทำตามนโยบาย....แม้สมองเราไปคนละข้าง เขาจะเรียนวิทย์มา เราจะศิลป์มาก  ตอนแรกอยู่กัน ถ้าไม่เข้าใจกันก็จะตีกันตาย เพราะคนละเรื่องกันเลย สุดขั้วเลย  เขาจะเป็นระบบระเบียบ เราจะสบายๆ  แต่พอเข้าใจกันปั๊บรู้สึกมันเสริมกันและกันอย่างลงตัวเลย  วิทย์กับศิลป์มันสวมกันได้สนิทเลย ”

            สำหรับอัลบั้มชุดใหม่ คิดถึงกันไหม? เกิดขึ้นหลังจากลูกๆโตกันแล้ว  เธอจึงมีเวลาว่างในการทำเพลงอีกครั้ง ส่วนเพลงที่แต่งยังคงเน้นเนื้อร้องมาก่อน โดยมีดนตรีมาเสริมภายหลัง

            ผมเห็นมีเพลงเด่นชื่อ เกิดเป็นผู้หญิง ดูเหมือนเป็นเพลงแก้ของ เกิดเป็นผู้ชาย ซึ่งระยะเวลาแต่งห่างกันถึง 18 ปี  เมื่อได้ฟังแล้วแม้ทำนองเพลงจะคึกคักขึ้น และคำร้องแนวใหม่ด้วยวัยวุฒิและประสบการณ์ทางชีวิตที่มากขึ้น  ถึงกระนั้นทั้งสองเพลงก็เป็นการบอกตัวตนและมุมมองสองด้านของผู้แต่งได้ดี เฉกเช่นเดียวกับ การเข้าใจชีวิตของเธอที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นทั้งชายและหญิงในครอบครัวเลย   ซึ่งเธอยังคงทำได้ดีในการแต่งเพลง เกิดเป็นผู้หญิง เพลงนี้

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก                กับเรื่องความรักมันช่างวางตัวยากจริงๆ

ต้องโดนบังคับฝืนหัวใจไปเสียทุกสิ่ง                       หรือว่าผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ในชีวิตตัวเอง

            บอกไม่รักไม่รัก ไม่อยากให้เธอเสียเวลา    เธอก็อ้อนกลับมาว่าขอเป็นเพื่อนจะได้ไหม

เวลาผ่านพ้นเธอเองกลับทนไม่ไหว             หาว่าฉันใจร้ายไม่มีน้ำใจให้กัน

            พอฉันมีน้ำใจยิ้มให้เธอไม่กี่ครั้ง                 เธอก็มีความหวังแล้วก็เริ่มฝันหวาน

เวลาผ่านไปยิ้มให้เธอได้ไม่นาน                             เธอก็พาลโมเมว่าฉันมีใจ

            พอฉันเห็นปัญหาจะขอพูดจาให้เข้าใจ        เธอจะเป็นจะตายหาว่าฉันเหมือนงูพิษ

เธอคอยเอาใจทุ่มเทสุดชีวิต                                  ฉันไม่คิดไม่แคร์ไม่เห็นน้ำใจไมตรี

            ก็บอกเธอแล้วว่าไงว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่เธอ          เป็นเธอเองที่เผลอคิดไปได้ขนาดนี้

เรื่องราวความรักมันเป็นสูตรเคมี                            ไม่ใช่เป็นกรรมดีของใคร

            หรือถ้าเธอเชื่อกฎเกณฑ์แบบนั้น                ใครดีกับฉัน จะให้ฉันรักหมดใช่ไหม

เธอก็คงว่าผู้หญิงหลายใจ                                    พวกผู้ชายจะเอายังไงกับผู้หญิง... เฮ้อ...    

          จาก ‘หรือ...ผู้ชายเสียใจไม่เป็น’  คราวนี้เธอตั้งคำถามใหม่ ‘หรือ...ใครดีกับฉัน จะให้ฉันรักหมดใช่ไหม? ’    แล้วอย่างนี้ถ้าให้เลือก อยากจะเข้าข้างใครดี...เอ่ย

หมายเหตุ  อ้างอิงข้อมูลจาก ดิฉัน ฉบับ659 สิงหาคม 2547

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net