วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำม่วน **ม่วนซื่น** ตอน 3 วัดสีโคตบูน ศูนย์แห่งธรรม *ท่าแขก*


ออกเดินทางจากถ้ำนางแอ่นด้วยความชุ่มช่ำไปตลอดทางเพราะได้พระพิรุณร่วมเดินทางมาด้วยกัน สถานที่สุดท้ายที่เราจะเดินทางกันในทริปนี้ที่พลาดไม่ได้นั้นคือวัดเก่าแก่ “วัดสีโคตบูน” หรือ “วัดศรีโคตรบูรณ์” ซึ่งอยู่เลยไปจากเมือง “ท่าแขก” ไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร

click to comment 

ฝนตกตลอดการเดินทาง

click to comment

ถนนหนทางในตัวเมือง "ท่าแขก"

click to comment

เด็ก ๆ กำลังเลิกเรียน

click to comment

ความชัดไม่ต้องเอาบรรยากาศอย่างเดียวและกัน อิอิอิ

click to comment

เดินกันเป็นทิวแถว

แน่นอนค่ะ เราต้องเดินทางผ่าน “ท่าแขก” แน่นอน ไม่งั้นไปไม่ได้ อ้อมตายเลย อย่างที่ได้คุยให้ฟังในเอนทรี่ที่ “ถ้ำพระ” เกี่ยวกับประวัติของเมืองท่าแขกไปแล้วว่าถูกเปลี่ยนชื่อมาจากชื่อเมื่อง “สีโคตบูน” เป็นแขวง “ท่าแขก” และถูกเปลี่ยนอีกครั้งเพราะฟังดูไม่เป็นลาวว่า “แขวงคำม่วน” ซึ่งสายลมฯ ก็ไม่แน่ใจว่ามันฟังดูล๊าว ลาวที่ตรงไหน

click to comment

ออกนอกเมืองมาหน่อย มาดูเจ้าเเครื่องนวดข้าวทำงานของตัวมันเองอย่าซื้อสัตย์
(ผิดกะใครบางคนมานั่งอัพบล็อกซะงั้น วะ ฮะ ฮ่า)

click to comment

สะพานข้ามห้วยเพื่อเดินทางเข้าไปวัด “สีโคตบูน” หรือ
“ศรีโคตรบูรณ์” ถ้าเขียนแบบไทย

เมืองท่าแขก เป็นเมืองหลวงของแขวงคำม่วน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของสะหวันนะเขด และอยู่ทางใต้ของประเทศเวียดนาม ตรงข้ามกับจังหวัดนครพนม

click to comment

พระธาตุเก่าแก่ภายในวัด

click to comment

พระอุโบสถของวัดสีโคตบูน

เมืองท่าแขก เป็นที่ราบริมแม่น้ำโขง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งตอนกลางเป็นเทือกเขา ซึ่งมีความสูงถึง 1,558 ฟุต ซึ่งก็คือ “ภูผาเป็ด” 

click to comment

ทัศนียภาพริมฝั่งของบริเวณระเบียงวัดสีโคตบูน

click to comment

ทัศนียภาพอีกด้านหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่น้ำมูน, แม่น้ำเทือน หรือแม่น้ำกระดิ่ง, แม่น้ำหินบูน, แม่น้ำเซบั้งไฟ และแม่น้ำเซบั้งน้อย

click to comment

พระอุโบสถของวัด

click to comment

ปฏิมากรรมนูนต่ำ แสดงถึงวิธีการคล้องช้าง

click to comment

แสดงถึงการสร้างพระธาตุ

คำม่วนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ และมีประชากรเป็นชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลาว พวน, ผู้ไท, กระโซ้, แสก, ย้อ และญวน

click to comment

พระประธานภายในโบสถสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน

click to comment

พระพุทธรูปที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุวงศ์

click to comment

บรรยากาศการทำบุญไหว้พระในพระอุโบสถ

ซึ่ง “วัดสีโคตบูน” หรือ “วัดศรีโคตรบูรณ์” ที่เราจะไปแวะนมัสการพระธาตุกันนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่ยังใช้ชื่อเมื่องว่า “สีโคตบูน” อยู่

click to comment

พระพุทธรูปที่คาดว่าจะได้รับการถวายมาจากฆารวาส
(เนืองจากเห็นตั้งอยู่บนตั่งทำบุญที่มีรูปร่างคล้ายเตียง)

click to comment

พิธีทำบุญดำเนินการในอุโบสถ

ชาวบ้านเชื่อกันว่าพระธาตุแห่งวัดสีโคตบูนนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านันทเสนแห่งเมืองสีโคตบูน และได้รับการบูรณะครั้งแรกในรัฐสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

click to comment

ถวายเครืองทำบุญแก่พระสงฆ์

click to comment

จุดเทียนบูชาพระ

click to comment

ถวายเครื่องบูชา

click to comment

หลวงพ่อแจกเครืองราง (สายสินธุ์)

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ ชาวบ้านจะจัดงานฉลองพระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ในบริเวณลานวัด เช่น เดียวกับงานบุญในประเทศไทย

click to comment

ศิลาจารึกหน้าพระธาตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักจารึกเก่าเล่าเรื่องการสร้างวัดแห่งนี้

สำหรับทริปนี้ก็จบลงด้วยความชุ่มช่ำของสายฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่ขาดสาย จนแทบจะมองไม่เห็นถนนข้างหน้า อุบัติเหตุที่ลาวนี่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่รถวิ่งชนกัน หรือประสานงากันหรอกนะค่ะ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากทัศนวิสัยในการขับรถ เพราะทุก ๆ ถนนหากไม่ใช่ถนนในเมืองแล้ว ไม่ต้องไปหวังค่ะ ว่าจะมีไฟทาง

click to comment

องค์พระธาตุเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะจนดูสวยงาม

เพื่อนร่วมทางก็แสนดี เปิดไฟสูงชูช่อให้ต้องปวดตาเล่นแทบทุกคัน ท่านอธิปดีกรมทาง (วัวและแพะ) ท่านก็ขยันตรวจตราถนนเป็นยิ่งนัก บางทีก็ขยันจัดถึงกับย้ายที่หลับที่นอนมานอนกันบนถนนเลยก็มี นอกจากนี้ พี่ลาวทั้งหลายก็ไม่รู้ยังไงไม่ค่อยชอบเดินกันบริเวณไหล่ทางชอบขึ้นมาเดินบนถนน ไม่ว่าจะดึกดื่นอย่างไรก็ยังคงมีให้เห็นปะปราย หนักหน่อยก็ถอดเสือเดิน หรือนั่งล้อมวงคุยกันเลย กว่าจะถึงโรงแรมที่พัก ก็เล่นซะระทึกไปตาม ๆ กัน

click to comment

ช่วงสงกรานต์จะมีงานบุญประจำปีซึ่งถือเป็นงานใหญ่ของแขวงคำม่วน ที่ชาวลาวและชาวไทยจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขงมาร่วมสมโภชน์กันอย่างยิ่งใหญ่

จะว่าไปสายสัมพันธ์ไทยลาวก็เริ่มมาจากความที่มีชาติพันธุ์ใกล้เคียงกันและมีศาสนาเดียวกัน รวมถึงความเคร่งครัดในบวรพุทธศาสนา ถึงแม้นว่าลาวจะตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสไปเสียนาน แต่สายสัมพันธุ์กับไทยยังไม่ถือว่าสั่นคลอนนัก ยังคงไปมาหาสู่ข้ามฝั่งโขงหากัน ดุจดั่งบ้านพี่เมืองน้อง

click to comment

ประตูทางเข้าพระธาตุ

แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีเรืองบาดหมางกันเลย แต่การที่เรายังคงรักษาความสัมพันธ์กันมาได้อย่างแน่นแฟ้นนั้น สายลมฯ เชื่อว่าเป็นเพราะบุคลิกและลักษณะนิสัย ให้อภัยซึ่งกันและกัน อลุ่มอลวยในเรื่องต่าง ๆ จึงทำให้สัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวนั้น แนบแน่นมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น นั้นอาจเป็นเพราะกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย และยอมกันได้

click to comment

 

ซุ้มศาลาพักายหน้าพระธาตุ

แต่อย่างไรก็ดีสายลมฯ ยังมีความเชื่อว่า หากเป็นเรื่องใหญ่ ๆ เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ เอกราชของความเป็นชาติแล้ว ชาวไทยอย่างเรา ๆ คงยอมไม่ได้เช่นกัน

click to comment

พระสังคจายเก่าแก่ในซุ้มศาลาหน้าวัดสีโคตบูน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นคนไทยรักชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกราชเหนือแผ่นดินไทยจะไม่ถูกปล้นไปเพียงเพราะผลประโยชน์ของคนบ้างกลุ่ม เสียแผ่นดินด้วยสงครามยังไม่เจ็บใจ เท่าเสียไปเพราะกลโกง เสียไปเพราะกลโกง ยังไม่เสียใจเท่าคนในชาติเป็นใจให้ใคร ๆ เขาโกงแผ่นดิน

สุดท้ายนี้ขอปรบมือให้สายสัมพันธ์ไทยลาว

ที่ยังคงยั้งยืนต่อไปด้วยระบบสัมปทาน

เอ๊ะ !!! หรือยังไง อิอิอิ

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net