วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สมมุติว่าวันนี้กรุงเทพฯ ไม่มีรถเมล์ร่วมบริการ


       ทุกครั้งที่คุณได้อ่าน-ฟังข่าวของรถเมล์ร่วมบริการ “ขู่” รัฐฯ และ “ขู่” เรา เอะอะๆ ก็จะหยุดวิ่งรถ ถ้าหากไม่ยอมให้ขึ้นค่าโดยสาร (ทุกๆ ปี…ปีละหลายหนพวกเขาจะออกมา “ขู่” ว่าจะหยุดวิ่งถี่กว่าฟุตบอลยุโรเตะเสียอีก)
       
       ในฐานะผู้ใช้บริการหาเช้ากินค่ำแบบเราๆ ท่านๆ ฟังพวกเขา “ขู่” คุณรู้สึกรู้สา และเห็นควรว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งอำนวยความสะดวก-บรรยากาศบริการ-มารยาท-สภาพรถ-ความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งเคยต่ำกว่ามาตรฐาน ภาพรวมทั้งหมดปัจจุบันพวกเขาลงมือทำให้มันออกมาดี มีมาตรฐานเหมาะ และสมเหตุผลกับการขึ้นราคาค่าโดยสารไหม…?
       
       ถ้าสมมุติว่าวันนี้ รัฐบาล และเราทุกคนกัดฟัน ปล่อยให้รถเมล์ร่วมฯ “จอมขู่” หยุดวิ่งแบบที่พวกเขา Need กันจริงๆ คำถามก็คือ คุณว่าจะมีคนดีใจที่วันนี้ยังมีพวกเขาป้วนเปี้ยนอยู่ หรือจะมีคนกอดแข้งกอดขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ ทำนอง อุ้ย…ตาย ฉันมันคนซาดิสต์ประเภทขาดเรื่องเสียว-เสี่ยงที่รถร่วมมอบให้ทุกวันไม่ได้
       
       คุณว่าจะมีคนประเภทไหนมากกว่ากัน…!
       และในฐานะผู้ตั้งคำถาม หากจะใส่กันแบบแฟร์ๆ เราควรไล่ข้อสงสัยของทุกคนไปให้สุดกระดานว่า หลายปีที่ผ่านมา จนวันนี้ ขสมก. มักจะเล่นบท “หงอๆ”และทำไม ขสมก.มักจะยอมให้รถเมล์ร่วมบริการจับประชาชน และยกเหตุเรื่องค่าครองชีพสูง ยกเรื่องน้ำมัน (และสารพัดข้ออ้าง) ขึ้นราคามาเป็นตัวประกันซ้ำๆ อยู่ร่ำไปหรือจริงๆ สมมุติว่าถ้ารถเมล์ร่วมฯ หายไปจริงๆ รถเมล์ของ ขสมก. จะถึงขั้นง่อยเปลี้ยเสียขาจนประชาชนตาดำๆ ซึ่งหาเช้ากินค่ำ ฝากฝีฝากไข้กับองค์กรที่เราเสียภาษีให้ไม่ได้อย่างนั้นเลยเหรอ
       
       ประเด็นคาใจต่างๆ ของคนหาเช้ากินค่ำ Vs รถเมล์ร่วมบริการทั้งหมด ใน Scoop นี้คิดว่ามีคำตอบ
       
       *************
       
        จัดอันดับรถเมล์ร่วมบริการ
       ยอดแย่ Award ประจำปี

      วงการบันเทิงมักมีการแจกรางวัลมากมายหลายสังกัด วันนี้ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่รับเรื่องครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย ที่นี่เขาได้จัดอันดับเรื่องร้องเรียนของรถเมล์ร่วมฯ ทั้งรถเล็กและใหญ่ตั้งแต่ เดือนพ.ค. 50 – มี.ค. 51 และนี่คือรถเมล์ร่วมฯ ที่ได้รับรางวัลยอดแย่ที่สุดแห่งปี 50-51ครับ
       

       


       รถเมล์ร่วมบริการ (รถร้อน)
       
       อันดับ 1.สาย 8 ทำลายเป็นผู้ครองแชมป์หลายปีติดต่อกันปี 50-51 นี้โดยโดนร้องเรียนมากถึง 318 ครั้ง
       อันดับ 2. สาย 56 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 158 ครั้ง
       อันดับ 3.สาย 38 โดนร้องเรียนจำนวนมากถึง 133 ครั้ง
       อันดับ 4.สาย 115 โดนร้องเรียนจำนวนมากถึง 81 ครั้ง
       อันดับ 5.สาย 109 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 60 ครั้ง

       รถเมล์ร่วมบริการ (ปอ.)
       
       อันดับ 1.ปอ.สาย 177 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 61 ครั้ง
       อันดับ 2.ปอ.สาย 504 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 57 ครั้ง
       อันดับ 3.ปอ.สาย 29 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 43 ครั้ง
       อันดับ 4.ปอ.สาย 44 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 32 ครั้ง
       อันดับ 5.ปอ.สาย 538 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 26 ครั้ง

       นอกจากนี้ยังมีการจัดอันดับรถมินิบัส รถเล็กสีเขียวแต่มีฤทธิ์ร้อนแรงแสบสันต์ไม่แพ้รถไซส์ใหญ่ โดยรถมินิบัสสายที่ถูกร้องเรียน พ.ค. 50 – มี.ค. 51 ได้แก่
       
       อันดับที่ 1 สาย 40 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 60 ครั้ง
       อันดับที่ 2 สาย 14 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 54 ครั้ง
       อันดับที่ 3 สาย 1 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 44 ครั้ง
       อันดับที่ 4 สาย 11 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 36 ครั้ง
       อันดับที่ 5 สาย 75 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 34 ครั้ง

ขอบคุณภาพดีดี จาก http://news.anivox.com/user_blog/n/news/20060608154605-contents1-6.gif
        
       ขณะที่ รถขสมก. ก็มีเหมือนกัน โดยสายที่ได้รับรางวัลยอดแย่ Award ซึ่งถูกร้องเรียนตั้งแต่ พ.ค. 50 – มี.ค. 51ไล่ไปตั้งแต่รถเมล์
       
       ขสมก.ร้อนได้แก่
       รถ ขสมก. (รถร้อน)
       อันดับที่ 1 สาย 2 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 88 ครั้ง
       อันดับที่ 2 สาย 145 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 82 ครั้ง
       อันดับที่3 สาย 95 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 52 ครั้ง
       อันดับที่4 สาย 84 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 47 ครั้ง
       อันดับที่ 5 สาย 60 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 30 ครั้ง

       รถ ขสมก. (ปอ.)
       
       อันดับที่ 1 ปอ.สาย 22 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 46 ครั้ง
       อันดับที่ 2 ปอ.สาย 519 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 30 ครั้ง
       อันดับที่ 3 ปอ.สาย 511 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 24 ครั้ง
       อันดับที่ 4 ปอ.สาย 536 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 21 ครั้ง
       อันดับที่ 5 ปอ.สาย 554 โดนร้องเรียน จำนวนมากถึง 18 ครั้ง
       
        ขสมก.Award กับรางวัล รถเมล์ร่วมบริการยอดแย่
       
       ที่นี่มาถึงตัวเลขสรุปข้อมูลอุบัติเหตุที่ ขสมก.เก็บข้อมูลของรถร่วมเมล์บริการเอาไว้บ้าง…! ซึ่งถ้ามองตามตัวเลขแล้วบอกได้คำเดียวว่าน่าตกใจมาก สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ที่ต้องใช้บริการพวกเขา และนี่คือผลจาก ขสมก. Award
       
        ในปี 2550 คือระหว่างเดือน ต.ค.49-ก.ย.50
       
       จำนวนอุบัติเหตุ = 358 ราย
       บาดเจ็บ =642 ราย
       ตายมากถึง 39 ราย
       
        สำหรับอุบัติเหตุปี งบประมาณ 2551 คือระหว่างเดือน ต.ค.50-ก.ย.51
       
       จำนวน อุบัติเหตุ = 121 ราย
       บาดเจ็บ = 196 ราย
       ตาย = 12 ราย
        ข้อมูลจากขสมก.
       
       **************
       
       เหยื่อที่รถเมล์ร่วมบริการฯ ละเลย

       ยังจำเธอได้ไหมครับ เจี๊ยบคือเหยื่อรถร่วมฯ 6 ปีที่ยังไม่ได้รับการเหลียวแล เจี๊ยบประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2546 ถูกรถมินิบัสเฉี่ยวมอเตอร์ไซด์ที่เธอซ้อน ทำให้มอเตรอ์ไซด์คว่ำ ส่งผลให้เธอกระเด็นไปอยู่กลางถนน และรถมินิบัสก็ทับตรงกลางตัวเธอ ทำให้เจี๊ยบต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดด่วน เพราะ ปอด ม้าม ไส้ มดลูก ภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก ฯลฯ หลังการผ่าตัดสำเร็จหมอแจ้งข่าวร้ายอีกครั้งว่าเธออาจจะเป็นอัมพาตครึ่งล่าง
       
       ปัจจุบันเธอทำกายภาพบำบัดจนสามารถกลับมาเดินได้ แต่ร่างกายก็ไม่เหมือนเดิม เพราะอวัยวะภายในได้รับการเสียหายอย่างมาก นี่คือความทรงจำที่ยากจะลืม
       
       “นี่ก็ผ่านมาแล้ว 6 ปี ที่เจี๊ยบยังไม่ได้รับค่าชดใช้ค่าเสียหายสักบาทเดียว”
       สำหรับเรื่องรูปคดีเจี๊ยบบอกว่า คนโชว์เฟอร์รถถูกจับตัวได้ในคดียาเสพติด ซึ่งถูกศาลจำคุกเพียง 6 เดือน ในส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายนั้นเจ้าของมินิบัสบอกกับเธอว่า
       
       “ถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา” เจี๊ยบจึงต้องพึ่งศาลในการช่วยเหลือ ศาลชั้นต้นตัดสินในคดีทางแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 3,500,000 บาท แต่ทางฝ่ายจำเลยอุทรณ์ ซึ่งตอนนี้ผ่านมา 6 ปีแล้ว คดีอยู่ในระหว่างศาลอุทรณ์ และเธอยังไม่ได้รับเงินเลย เธอเล่าว่าตอนที่ศาลชั้นต้นตัดสินทางฝ่ายจำเลยมาขอต่อรองเหลือ 200,000 บาทโดยจะผ่อนจ่ายให้เธอเป็นเดือนเดือนละ 500-1,000 บาท แต่เธอไม่ยินยอม
       
        เจี๊ยบอยากให้เรื่องราวของเธอเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้โดยสารเพื่อระวังตัวเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นคนที่เดือดร้อนนอกจากตัวเอง และยังมีครอบครัวที่ต้องมาเป็นภาระ ในส่วนรถร่วมฯ นั้นเธอไม่มีอะไรจะฝากถึงเพราะขนาดกรณีของเธอยังไม่มีรถร่วมหน้าไหนมาดูแลเลย
       
        ฟังกี่ครั้ง นอกจากหน้าพวกรถเมล์ร่วมบริการจะลอยมาแล้ว หน้าองค์กร ขสมก. ก็ผุดขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้
       
        อยู่ดีๆ ก็โดนรถเมล์ร่วมฯ เอาชีวิต
       
       -ด.ญ.พชรพร ศศินุกูลวัย 7 ขวบ เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถร่วมบริการ สาย 149 ทะเบียน
       
       11-6882 กทม.เบรกแตกพุ่งชนท้ายรถได้รับความเสียหายรวม 15 คัน เมื่อวันที่ 18 ส.ค
       
       -ด.ญ พรรณพร ชุปวา อายุ 13 ปี เสียชีวิตจากกการพลัดตกลงมาจาก รถประจำทางร่วมบริการสาย 169 ซึ่งกระชากขณะที่รถออกตัว เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2547
       
       -ทวีพร ทองคำใบ อายุ 55 ปี นักวิชาการช่างศิลป์ 7 เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถร่วมบริการ สาย 30 ซิ่งชน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม
       
       -พ.ญ.บุญฑริกา ลิตติรานนท์ แพทย์ประจำ รพ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตจากเหตุการร์สะเทือนขวัญ รถร่วมบริการสาย 1141 ก่อวีรกรรมโหดด้วยการขับแย่งผู้โดยสารกัน จนทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางเสยเข้ากับรถคันอื่น ๆ หลายคัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพร้อมกันถึง 7 ศพรวด ปลายปี 2545 โดยเธอเองไม่รู้อิโหน่อิเหน่
       
       -นี่ก็เช่นกัน ไม่อยู่บนถนนก็ตายได้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2547 นส.รำเพ็ญ ศรชัย อายุ 33 ปี ยืนโทรศัพท์อยู่ในตู้ โทรศัพท์สาธารณะริมถนนกาญจนาภิเษก จู่ ๆ รถเมล์สาย 174 ทะเบียน 13-5508 กรุงเทพมหานคร ก็ปีนเกาะพุ่งเข้าชนอย่างเต็มแรงจนร่างแหลกเละตายอนาถ
       
       
       ***************
       
        สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

        หลายสิบปีก่อนพวกเราอาจจะได้ยินคำ Basic ที่รถเมล์ร่วมเอาจัดการผู้โดยสาร เช่นว่า ชิดในหน่อยเพ่…! เว้นตรงกลางไว้เตะตระกร้อเหรอ…! ก้าวไวดิ๊เพ่…! ฯลฯ วันเวลาผ่านไปจนกระทั่ง พ.ศ.ศิวิไลย์ พ.ศ.นี้ วันนี้ นิรันดร์ เกตุแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม ผู้ดูแล Call Center หมายเลข 1356 เขามาเปิดเผยพฤติกรรมแลคำด่าหยาบๆ (หลายกรณีนำมาลงไม่ได้ เพราะหยาบคายมากๆ) มาดูซิว่าตามเอกสารวันนี้พวกเขา (หมายถึงโชว์เฟอร์และกระเป๋ารถเมล์ร่วมฯ) นิยมใช้คำด่าเหยียดหยามประเภทไหนมากๆ รู้เอาไว้เผื่อวันหลังเจอพวกมันจะได้มีภูมิคุ้มกันครับ
       
        คำพูดประเภทพ่อขุมราม (ผสมนิสัยเด็กช่างกล) ปล่อยสัตว์เลื้อยคลาน ถือว่าได้รับคำนิยมอันดับที่พวกเขาใช้ตอบโต้ผู้โดยสารแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
       
       เช่น วันที่ 2 ส.ค. 50 เวลา 07.00 น. รถประจำทางสาย 6 เลขข้างรถ 6-53 ผู้แจ้งนางจักรภพ (นามสมมุติ) ขึ้นที่บุคคโลไปลงที่ถนนเจริญนคร 39 เนื่องจากมีผู้โดยสารเยอะมากทำให้ขึ้นไปบนรถไม่ได้ แต่ พกส.บอกว่าขึ้นได้ และได้ผลักผู้โดยสารทำให้ผู้โดยสารทะเลาะกัน ตอนหลังที่ ผู้แจ้งลงจากรถ พกส.ผู้หญิงรถคันดังกล่าวด่าว่า
       
       “ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ถ้าแน่จริงรออยู่ปากซอยเจริญนคร 39”

       คำพูดประเภท เสียดสี แสบสันต์ ก็ถือว่าได้รับความนิยมมิใช่น้อย เช่น
       
        วันที่ 12 ก.ค. 50 เวลา 10.00 น.รถประจำทางสาย 69 ทะเบียน 12-0063 กทม.ผู้แจ้งนายเฉลิม (นามสมมุติ) ขึ้นที่โชคชัยไปลงป้ายสถานีดับเพลิงสุทธิสาร ผู้โดยสารเดินมาที่ประตูเพื่อจะลงที่ป้าย ขณะที่ก้าวลงรถ รถได้เคลื่อนตัวออกไปเมื่อลงถึงพื้นเรียบร้อยแล้ว พกส.ตะโกนด่าว่า
       
       “อยากตายหรือไง ทำไมไม่ลงรถให้เร็วกว่านี้”
       
        คำด่าประเภท “ท้าทาย ทายให้ตาย” ก็ถือว่าได้รับความนิยมมากๆ
       
       เช่น การถูกร้องเรียนในวันที่ 26 ก.ค. 50 เวลา 10.30 น. รถประจำทาง ปอ.สาย 504 เลขข้างรถ 504-34 ผู้แจ้งนางพจมาน (นามสมมุติ) ขึ้นจากอนุสาวรีย์ฯ ไปลงที่วัดเสมียนนารี พขร.ขับรถมาในเลนคู่ขนาน ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถลงจากรถได้ พอถึงป้ายที่ต้องการก็แจ้งให้ พขร.ทราบ แต่ พขร.และ พกส.กลับช่วยกันต่อว่าผู้โดยสารกลับว่า
       “มึงมีปัญญาลงก็ลงเอง ถ้าลงไม่ได้ก็ให้ไปลงป้ายหน้า”
       
       ประเภท คม ตีแสกหน้าคนแก่
       
       เช่น วันที่ 28 ส.ค. 50 เวลาประมาณ 13.15 น. - 13.30 น. รถประจำทางสาย 123 เลขข้างรถ 123-22 ผู้แจ้งพบเห็น พกส.รถคันดังกล่าวต่อว่าผู้โดยสารที่เป็นคนชรา โดยพูดว่า
       
       “คนแก่ลงช้าฉิบหาย” พร้อมกับพูดกับ พขร.ว่า“ถ้าเห็นคนแก่ขึ้นมาคนเดียว อย่าไปรับไม่คุ้มกับเงินแค่ 4 บาท ค่า % ก็ไม่ได้” ผู้แจ้งขึ้นจากปิ่นเกล้ามาลงตรงนาฎศิลป์ จึงโทรมาร้องเรียน
       
       ไม่ด่าแต่ใช้กิริยาเป็นคำตอบ เคสแบบนี้ก็ถือว่าปัจจุบันกำลังฮอตฮิต
       
        เช่น วันที่ 20 ก.พ. 51 เวลา 15.59 น. ผู้แจ้งนาง มิ่งขวัญ (นามสมมุติ) พบเห็นรถประจำทางสาย 71 เลขข้างรถ 2-80089 ทะเบียน 11-9282 ไม่จอดรับนักเรียนตรงป้ายโรงเรียนวัดบางเตย (ฝั่งตรงข้าม) ทางที่จะไปถนนรามอินทรา ซึ่งมีเด็กนักเรียนโบกมือรออยู่ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่ง ผู้แจ้งพบเห็นรถคันดังกล่าวที่นั่งก็ว่างหลายที่นั่ง รถมุ่งหน้าไปถนนรามอินทรา ผู้แจ้งขับรถตามหลังมา
       
       วันหลังเมื่อเจอข้อความ ตรง แรง และโดนใจ ก็หยิบมือถือโทรไปแจ้งได้ที่ โทร. 1356 ได้
        ข้อมูลจากศูนย์ปลอดภัยคมนาคม
       
       
       *************
       
       ความเจ๋งและแตกต่างระหว่าง
       Call Center 1356 กับ 184

       นอกจากหมายเลข 1356 จะรับเรื่องราวร้องทุกข์และแนะนำเส้นทางทั้แล้ว 1356 ยังทำหน้าที่เหนือกว่า 184 หมายเลข ของ ขสมก. ตรงที่ 1356 สามารถครอบคลุมถึงการร้องเรียนและแนะนำไปจนถึง รถไฟ เรือ เครื่องบิน แบบเบื้องต้นให้กับประชาชนทั่วประเทศด้วย สุดยอดไหมละ
       
       รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบัน เอาแค่ปี 50-51 แค่ 1356 หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเพียงหน่วยเดียว รถเมล์ร่วมบริการ (และรถ ขสมก.) ก็มีเรื่องร้องเรียนมากมายตาแป๊ไก่ ยังไงก็แวะดูเพื่อประกอบการพิจารณาหลีกเลี่ยงสายรถซิ่งที่จะนำพาท่านและครอบครัวไปสู่จุดหมาย
       
       โดย สาเหตุหลักเรื่องร้องเรียนก็ได้แก่
       ขับรถเร็วประมาทหวาดเสียว ปาดซ้าย-ขวา ปาดหน้า จำนวนมากถึง 3,393 ครั้ง
       รถควันดำจำนวนมากถึง 507 ครั้ง
       พูดจาไม่สุภาพและมีกิริยาท่าทางที่ไม่สุภาพจำนวนมากถึง 477 ครั้ง
       ไม่จอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายจำนวนมากึง 413 ครั้ง
       ขับรถจอดไม่สนิทขณะมีผู้โดยสารขึ้นและลงรถที่ป้าย 316 ครั้ง
       ไม่จอดชิดซ้าย และจอดก่อนถึงป้าย
       
       *************
       
       สาเหตุที่ ขสมก. ไม่เลิกรถเมล์ร่วมบริการ

        จากข่าวร้ายๆ สลดใจหลายปีที่ผ่านๆ มา หากวันนี้อนุมานว่า รถเมล์ร่วมบริการทั้งคน-บริการและความปลอดภัยย่ำแย่ ตกต่ำจนหมดทางเยียวยา และไม่มีใครต้องการพวกเขาจริงๆ ประเด็นที่น่าคิดก็คือว่า วงจรชีวิตคนที่ใช้บริการประจำจะเป็นอย่างไร...?
       
       คุณภาพชีวิตจะดี-เลวขึ้นแค่ไหน…? และหน้าตาท้องถนนจะเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับตอนมีรถเมล์ร่วมฯ อยู่…? กระทั่งน่าสงสัยว่า วันนี้ ขสมก. พร้อมกับการไม่มีเขามากแค่ไหน และระบุได้หรือไม่ว่าไม่ใช่ชาติหน้าที่เราจะมีบุญได้ใช้ระบบสัญจรขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานอารยะประเทศ เราจะถามโดยมี นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผอ. ขสมก.เป็นคนตอบ
       
        เล่ากันว่า วันเสาร์-อาทิตย์ ผอ. ขึ้นรถเมล์ร่วมฯ เพื่อเช็คข้อร้องเรียน...?
       ครับ... มันทำให้ผมเห็นเหตุการณ์มากมาย อย่าง เรื่องบริการของเขา มันเลวร้ายยังไง หลายครั้งที่ผมได้เห็นมารยาทพนักงานและการขับรถของจริงๆ ส่วนมากก็จะเรื่องขับเร็ว กับ กระเป๋าปากร้ายมากๆ หลายครั้งเห็นแล้วผมถึงกับทนไม่ได้ก็เป็นคนโทรไปแจ้ง 184 เอง
       
        ดูจากพฤติกรรมการขับ-สภาพรถคล้ายคนพิการ เดาว่าวันๆ คงมีอุบัติเหตุมหาศาล
       เฉลี่ยแล้วทั้งเฉี่ยว-ชน วันหนึ่งก็มีเป็นร้อยๆ ราย แต่ถ้าเทียบอุบัติเหตุกับจำนวนรถของเราที่วิ่งมากมายเท่ากับ 1% เท่านั้น
       
        กำลังจะบอกว่าอุบัติเหตุที่รถเมล์ร่วมฯ ทำมันน้อย…?
       ที่จริง อุบัติมันจะถือว่าน้อย-มากไม่ได้ เพราะไม่ควรเกิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเคสเฉี่ยวชน โดยมีมอเตอร์ไซด์ที่วิ่งซิกแซกเป็นคู่กรณีประจำ ซึ่งตามกฎหมายมอเตอร์ไซด์ต้องวิ่งเลนซ้าย รถเมล์ต้องวิ่งเลนซ้ายเหมือนกัน แต่ข้อเท็จจริงซาเล้งวิ่งในเลนซ้ายที่ถนนใหญ่ได้ ซึ่งจริงๆ เขาห้ามวิ่ง แท็กซี่และรถส่วนตัวก็จอดส่งคนข้างถนน รถเลนซ้ายมันก็ต้องเบี่ยงมาเลยนกลาง มันเป็นปัญหาไม่รู้จบ
       
        ปัจจุบันรถเมล์ร่วมฯที่อยู่กำกับดูแลของ ขสมก. มากกว่าเยอะ...?
       วันนี้เรา ขสมก. มีรถเมล์ทั้งแอร์และรถร้อน 3,500 คัน ส่วนพวกเขารวมรถแอร์และรถร้อนทั้งหมด 3,800 คัน ที่เหลือเป็นมินิบัส 1,000 และรถตู้มี 6500 คันครับ
       
        ตามตัวเลขนี้ ถ้าขาดเขา ทั้งๆ ที่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ก็รู้ว่า คุณภาพรถ-คน-บริการห่วยมากแล้ว แต่ ขสมก. ซึ่งเป็นคนดูแลมาตรฐานพวกเราก็ขาดเขาไม่ได้..?
       ผมอธิบายอย่างนี้ ปัจจุบันมาตรการ คือการพัฒนาคุณภาพรถร่วมของ ขสมก. ผมออกประกาศไปแล้วปลายเดือนตุลาคมว่าภายใน 2 ปีรถร่วมต้องเปลี่ยนเป็นรถใหญ่ NGV รถต้องมีคุณภาพมีมาตรฐานให้ได้ ถ้าใครไม่เปลี่ยนเป็นก๊าซ NGV และไม่มีมาตรฐานรถ-พนักงาน-บริการ-ความสบาย-สะดวก-สะอาด-รวดเร็ว-ปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดต้องได้มาตรฐานที่เรากำหนด ถ้าทำไม่ได้ก็ควรเลิกอาชีพไป
       
        มาตรฐานสูงที่ขสมก.ตั้งเอาไว้ แปลได้ว่า รถร่วมฯ กระเป๋าปากจัด รถเก่า ควันดำ พุ พัง ฯลฯ ที่เราเห็นมาหลายสิบปีมีสิทธิ์ถูกทำหมัน..?
       คือต้องแข่งกัน แต่ความเห็นของผมก็คือว่า ทุกถนนควรจะมีรถเมล์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและในเส้นทางรถเมล์ก็ควรจะมีรถ ขสมก. กับรถร่วมฯ และก็อยู่ในการแข่งขันในการสร้างมาตรฐานแข่งกัน ซึ่งในแง่การตลาดมันไม่ควรมีแค่การบริการขั้นพื้นฐานเท่านั้น มันก็ควรมีให้กับลูกค้าที่มีอำนาจซื้อ-จ่าย ให้เขามีทางเลือกได้ด้วย เช่น เขาสามารถขับรถมาจอดและมาต่อรถเมล์ได้ ซึ่งมันเซฟ และถ้าเป็นอย่างนั้นได้ รถขสมก. ทำได้ รถร่วมเต้นทันไหม ถ้าเต้นไม่ทันก็ตายไป แต่ถ้าทันก็เข้ามาแข่งกัน ผลประโยชน์ก็จะตกสู่ประชาชน
       
        แต่วันนี้เราคิดแค่ Basic สไตล์ Under Standard..?
       ดังนั้นวันนั้น ขสมก. จะต้อง Up จาก Under Standard มาเป็น Standard ก่อน แล้วค่อยขั้นต่อๆ ไป เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าหลายระดับด้วย
       
        ประชาชนจะได้เห็นเป็นบุญตาเมื่อไหร่...?
       อย่างน้อยที่สุด Basic Standard ซึ่งหมายรวมถึงโครงข่ายเส้นทางด้วย โดย Station จะครอบคลุม นอกจากตัวรถพนักงานประจำรถมันก็ต้องมีเมเนอร์ที่ดีขึ้น อันนั้นคือ Basic Standard จากนั้นในแต่ละเส้นทางเราก็จะมุ่งไปลูกค้าเพื่อจะเพิ่มดีมานต์ให้มันมากขึ้น เรื่องของ “Luxury Service” รถเมล์ที่ทันสมัยต่างๆ ก็จะตามมา
       
        ตกลงกี่ปี
       เดือนพฤษภาคมเราจะได้เห็นมิติใหม่ของการใช้รถเมล์แบบครอบคลุม
       
        จากที่เข้ารับตำแหน่งมองว่าปัญหาของรถร่วมฯ อยู่ตรงไหน...?
       หลักๆ คือ รถ-บุคลากรไม่ดี คือว่า “ทัศนะคติ” ของเอกชน เขาเอากำไรเป็นที่ตั้ง พอกำไร มันหดเพราะต้นทุนมันสูง เขาก็ไปลดคุณภาพ เพราะให้ค่าใช้จ่ายต่ำลง เพื่อรักษา ระดับกำไร ฉะนั้นถ้าวันนี้รัฐไม่เป็นคนค้ำไว้ว่า Basic Standard รถร่วมควรจะแค่ไหน ประชาชนก็ไม่มีโอกาสเปรียบเทียบ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลนำเอาเรากลับมาดูแลจริงๆ จังๆ มันก็เป็นโอกาสที่เราจะอัพเกรดตัวเราขึ้นมาได้ ถ้าวันนี้เรามีมาตรฐานรัฐค้ำไว้ รถเมล์ร่วมห่วยๆ ก็จะขายไม่ออก นี่คือเหตุผลที่ผม เอาเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามา ฉะนั้นรถเมล์ร่วมฯ ที่มาตรฐานไม่แย่ๆ ไปหางานอย่างอื่นทำเถอะ
       
        สรุปได้ไหมว่า วันนี้ที่ยังไม่ได้ฆ่าเขา ทั้งๆที่หลายปีที่ผ่านมาเขาก็เป็นพิษต่อคนอื่นๆ ตามเสียงเชียร์ เพราะสุดท้ายความล้าหลัง พฤติกรรมไม่รับผิดชอบ ของพวก “จอมขู่” ที่ชอบจับประชาชนเป็นตัวประกันเสมอๆ จะต้องตายไปเอง?
       
       อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าเราจะเอามาตรฐานและบริการของขสมก. เป็นตัวตั้ง รัฐก็เป็นคนอัพเกรดให้มันเข้ามาอยู่ในมาตรฐานให้ได้ และต้องเป็นมาตรฐานสากลในประเทศอารยะที่เขามีทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวเขาเองจะสูญพันธุ์หรือไม่สูญพันธุ์อยู่ที่ตัวเขาเอง ถ้าทำได้ไม่ดี ก็อย่าอยู่เลย
       
       ****************                                                        โดย ผู้จัดการออนไลน์

14 มิถุนายน 2551 23:04 น.

โดย ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net