วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โอเอซีสแห่งความสุข


     หมู่นี้งานยุ่งเหลือเกิน แต่เมื่อกลับมาที่บ้านก็อดยิ้มด้วยความสุขไม่ได้

เพราะมีเพื่อนๆแวะมาทักทายอยู่เรื่อยๆ ไม่ถือสาเจ้าของบ้านที่ทำตัวเป็นนินจา

หายไปหลายวัน

     ตลอดช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิง ได้อาศัยการทำสมาธิเล็กๆน้อยๆหล่อเลี้ยงไว้

ลมหายใจเข้าออกที่สงบผ่อนคลายเปรียบได้กับโอเอซีสแห่งความสุขท่ามกลาง

ทะเลทรายอันร้อนระอุที่นำความชุ่มเย็นกลับมาสู่จิตใจ

     ไม่น่าเชื่อว่า แท้จริงแล้วความสงบสุขไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลแสนไกล

แต่อยู่ใกล้หัวใจเรานี่เอง เพียงวันละครั้งสองครั้งเท่าที่มีสติระลึกได้แค่ไม่กี่นาที

นำสติมาจดจ่อกับลมหายใจเข้าออก เราจะรู้สึกผ่อนคลายมีพลังขึ้นมา

เหมือนแบตเตอรี่ที่ถูกชาร์จจนเต็ม

     การทำสมาธิมีหลายวิธีลองทดลองทำดูน่าจะมีสักวิธีที่เหมาะกับตัวเรา

อาจลองทำตามแบบของท่าน ว.วชิรเมธีที่นำมาฝากนะคะ

ซึ่งทำง่ายและได้ผลดีเหมาะที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ

 

วันไหนก็ตามที่เครียดและล้าเหลือเกิน

ขอแนะนำให้พาตัวเองเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา

หากมีเวลามากกว่านั้นก็อาบน้ำ แช่น้ำอุ่นๆ

หรือเย็นๆก็แล้วแต่ให้สาแก่ใจ

จากนั้นอาจจะลองหลับตาให้สบาย ผ่อนคลายที่สุด

แล้วกลับมาอยู่กับลมหายใจ ดูลมหายใจที่หน้าท้อง

เอามือช่วยแตะด้วยก็ได้

หายใจตามปกติ ดูมันอย่างเดียว หายใจเข้าหนอ หายใจออกหนอ

พยายามเข้าหนอ ใจเย็นๆหนอ ฝืนกิเลสหน่อยหนอ แต่จะลองทำดูหนอ

ทำไปเรื่อยๆ ทำไปสบายๆ จนความคิดหลุดจากหัว

ความคิด (อันเป็นต้นตอของความเครียด)ก็เหมือนทาก

สติเหมือนมะนาวที่ทาพอกไว้ตามมือเท้า

ทากได้กลิ่นมะนาวจะหลุดจากมือเท้าของเราทันที

เกาะอย่างไรก็ไม่อยู่

ความเครึยดก็เช่นเดียวกัน

เมื่อลมหายใจละเอียดประณีตแล้ว

สติจะแจ่มชัดขึ้นมาแทน กายใจจะเริ่มโปร่งเบา

เมฆหมอกความเครียดในหัว ในกาย

จะคลี่คลายขยายความเป็นความว่างเปล่า

สติแจ่มชัด...โลกหมุนช้าลง

ความปีติเบิกบานผลิบานขึ้นมาท่วมทับทั้งกายทั้งใจ

ความเครียดที่เราเคยคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเราจะหายไป

แท้ที่จริงความเครียดนั้นไม่เคยมีตัวตนเลย

มันแวะมาหาเราเท่านั้น

ต่างแต่ว่าถ้าเราไม่มีสติ มันจะอยู่นาน

แต่ถ้าเรามีสติไว้คอยป้องกัน มาแล้วมันก็ไป

หายใจเบาๆนะ ลองทำดู

ทำบ่อยๆได้ยิ่งประเสริฐเลิศล้ำนัก

นี่แหละ"วิชาตัวเบา"ที่แท้จริงละ

ไม่ต้องรอให้พร้อมที่สุดหรอก

คุณนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ อยู่บนรถไฟฟ้า

อยู่ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง

หรืออยู่ต่อหน้าเจ้านายที่กำลังพ่นคำหวานใส่คุณอยู่

หรือแม้แต่อยู่ต่อหน้ารูปถ่ายคนรักที่ปันใจจากเราไปเมื่อวานนี้

นาทีเช่นนี้ สถานที่เช่นนี้

ไม่เป็นปัญหาต่อการภาวนาเพื่อหยุดความเครียด

แล้วกลับมาตื่นรู้อย่างมีสติเลยแม้แต่น้อย

หลับตา วางมือไว้หน้าตัก

หรือทอดแขนยาวตามลำตัวอย่างสบายที่สุด

ถอนหายใจเข้าออกยาวๆหนักๆ

จากนั้นเริ่มดูลมหายใจที่หน้าท้องน้อยๆ ดูไป ใจเย็นๆ

เห็นแต่การกระเพื่อมน้อยๆ ช้าๆ แผ่วเบา

ความสุขที่ขึ้นต่อคนอื่นนั้น

เปราะบาง แตกหักง่าย หยาบ และไม่ยั่งยืน

สุขมากก็มีโอกาสพลิกเป็นทุกข์ได้มาก

แต่สุขที่เกิดจากการเดินช้าเพราะหายใจอย่างมีสตินั้น

ให้ความชุ่มเย็นและไม่ขึ้นต่อใครเลย นอกจากตัวเราเอง

คนที่มีความสุขโดยไม่ต้องขึ้นต่อคนอื่นนั้น

ไม่มีทางเลยที่จะไปแย่งชิงเอาความสุขมาจากคนอื่น

เพราะความสุขนั้น

ผลิบานอยู่ในตัวเขาตลอดเวลา

ขอให้เรากลับมาหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเรา

เสียแต่"วินาที"นี้เถิด

รูปจาก อินเตอร์เน็ท

ธรรมะท้ายบันทึก ว.วชิรเมธี

โดย ณดาพิมพ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net