วันที่ อังคาร มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“นกแล” สร้างตำนานวงดนตรีเยาวชนไทย 30 ปี


 

            ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของวงการดนตรีในประเทศไทยปัจจุบัน แนวโน้มส่วนใหญ่กลายผันเป็นวงดนตรีแนว Pop เกาะกลุ่มอิงฐานตลาดวัยรุ่นเป็นหลัก รวมถึงการเน้นตลาดค้นหาดาวใหม่ ๆ มาประดับค่ายดนตรี ซึ่งต้องยอมรับว่ารอบของการเกิดและดับของนักร้อง – วงดนตรีเร็วขึ้น ไม่ยืนยง เพราะรอบของการตลาดเสียงเพลงบ้านเราหมุนเร็ว เข้าเร็ว – ออกเร็ว และหาได้ยากที่จะมีศิลปินคุณภาพที่ไต่อันดับขึ้นแถวหน้าของวงการ เพราะต้องแข่งกับคลื่นรุนใหม่ที่อยู่ภายใต้กลไกการประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วง ถ้าไม่ได้รับความนิยมจริง ๆ วัย และเวลาคือคลื่นสำคัญที่จะทำให้ศิลปิน วงดนตรีนั้น ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ

            ทว่า มีวงดนตรีหนึ่งที่อาจจะถือว่าเป็นวงดนตรีเดียวในประเทศไทยที่มีอายุยาวนานกว่า 30 ปี และมีการผลัดเปลี่ยนนักร้องภายในวงดนตรีถึง 14 รุ่น เป็นวงดนตรีที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ แม้ไม่โด่งดังติดอันดับฮิต แต่การสานต่อรุ่นต่อรุ่นคือเรื่องราวของการให้ความฝัน ความสามารถของเยาวชนได้แสดงออกอย่างต่อเนื่อง และน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “วงนกแล” ของจังหวัดเชียงใหม่

            เรื่องราวของวงนกแลจึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกรายการโทรทัศน์ การเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศ  การไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับจังหวัดและระดับประเทศ และเชื่อแน่ว่าการผลัดเปลี่ยนสมาชิกของวงในแต่ละรุ่นย่อมเกิดขึ้นต่อไป พร้อมกับบทเรียน และความแกร่งกล้าในบทของดนตรีที่จะแสดงศักยภาพของเด็กเชียงใหม่ให้สร้างชื่อเสียงตลอดไป

จุดกำเนิดวงนกแล

            วงนกแลก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2523-2524 โดยผู้ก่อตั้งคือ อาจารย์สมเกียรติ สุยะราช อดีตอาจารย์ผู้สอนโรงเรียนพุทธิโสภณ จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งจะใช้วิธีคัดเด็กมาเป็นนักดนตรีวงดุริยางค์ก่อน หลังจากนั้นก็จะคัดเด็กที่สนใจและมีความกระตือรือร้นอยากเล่นดนตรี ในสัดส่วน 1 : 5 จากยอด 100 คน เพื่อจะส่งเสริมเรื่องของดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้าน

            ในยุคแรกของวงนกแล มีเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น เช่น กีต้าร์ บองโก้  ขลุ่ย  เมโลเดียน และใช้เครื่องดนตรีของวงดุริยางค์มาเล่น หลังจากนั้นเมื่อการซ้อมแน่นแล้วก็เริ่มลองไฟด้วยการออกงานการกุศล ส่วนใหญ่ใช้เพลงของจรัล มโนเพชร มาเล่นเป็นหลัก เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูง จากนั้นก็ปรับปรุงวงดนตรีด้วยการแต่งกายด้วยชุดเผ่าม้ง อันเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของวงในต่อมา

            จากนั้นปี 2526 วงนกแลได้พัฒนาสู่การตั้งเป็นวงสตริงเต็มรูปแบบ โดยเด็กสมาชิกในวงทุกคนจะเล่นดนตรีเอง เหมือนวงผู้ใหญ่ทุกอย่าง และในปีนี้เองที่ผลงานเริ่มเข้าตาแมวมอง จนกระทั่งได้ขึ้นเวทีใหญ่เวทีแรกของวงนกแล คือ เวทีคอนเสิร์ตโลกดนตรี ที่มีอดีตพิธีกรผู้ล่วงลับ เสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์ เป็นโฆษก และต่อเนื่องด้วยการแสดงเต็มวงอีกครั้งที่ช่อง 5 สนามเป้า และวันดังกล่าวที่ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงแกรมมี่ “เต๋ เรวัติ พุฒินันท์”  ได้มีโอกาสชมการแสดง จึงนำมาสู่การทำเทปอย่างเป็นทางการครั้งแรก

            ในปี พ.ศ. 2528 อัลบั้มชุดแรกของวงนกแล ‘หนุ่มดอยเต่า’ ก็วางแผง และสร้างปรากฏการณ์กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วประเทศ  จากนั้นวงนกแลได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย  และได้รับเชิญไปแสดงในต่างประเทศ ทั้งที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

            โดย ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา วงนกแลได้มีผลงานดังนี้ ในปี 2528  ออกเทปชุดหนุ่มดอยเต่า ปี 2529 ชุดอุ้ยซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของนกแล ใต้สังกัดแกรมมี่ และตามด้วย อัลบั้มสิบล้อ ( 2530), ช้าง (2531)และ ทิงนองนอย (2532) รวมเป็น 4 อัลบั้ม ในช่วงเวลา 4 ปี   

 

เปิดตัวสมาชิกวงนกแลรุ่น 14

            ติ๊บ-ณัฐนันท์ จันทะบุญ อายุ 10 ปี  ชั้นป.5  นักเรียนโรงเรียนพุทธิโศภน  ตำแหน่ง ร้องนำ/กลองบองโก้

ส่วนตัวแล้วชื่นชอบและใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ลักษณะนิสัยส่วนตัวนั้นเขายอมรับว่าตัวเองเป็นเด็กที่ซนมาก แต่ก็มุ่งมั่นและรับผิดชอบในสิ่งที่ต้องทำ

            หลิว-รัชพล โฆษิตเกษมสุข หลิว)  อายุ 14 ปี  ชั้นม.3  นักเรียนโรงเรียนสหศึกษาช่องฟ้าซินเซิง  ตำแหน่ง คีย์บอร์ด เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเพราะคุณแม่ชักนำ โดยเขาเล่าว่าคุณแม่เป็นลูกศิษย์ฝึกเรียนร้องเพลงอยู่กับ อาจารย์สมเกียรติ สุยะเวช หัวเรือใหญ่นกแลมาก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมารับหน้าที่มือคีย์บอร์ดนั้นไม่เคยเรียนหรือมีพื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องดนตรีชนิดนี้มาก่อนเลย ที่เห็นเล่นเก่งก็เพราะใช้เวลาฝึกฝนอยู่นานถึง 2 ปี

             นิวส์-นวพล ขัติยะ อายุ15 ปี  ชั้นม.4  นักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย   ตำแหน่ง  มือกลอง/แมสคอทนกแก้ว ควบ 2 บทบาท คือทั้งมือกลองและตัวมาสคอตนกแก้วประจำวง เล่าว่า ความฝันนั้นอยากเป็นหลายอย่าง ทั้งอาชีพนักข่าว โปรแกรมเมอร์ และนักดนตรี ซึ่งตอนนี้นิวส์ทำสำเร็จมาแล้ว 1 ความฝัน คือการเป็นนักดนตรี

             วุ้นเส้น-ปริยากร รัตนคุณกรณ์ อายุ 12 ปี ชั้นม.1 โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ร้องนำ แดนซเซอร์ และโฆษกรายนี้บอกว่า ความฝันนั้นเธอบอกว่าอยากเป็นนักร้องและครูสอนเต้นบัลเลต์ ซึ่งกับที่มาที่ไปจนเข้ามาเป็นสมาชิกของนกแลนั้นเธอบอกว่าคล้าย ๆ กับเส้นทางของหลิว คือคุณยายเป็นคนชักนำ และพาเข้าสมัคร เพราะคุณยายก็เรียนร้องเพลงอยู่กับอาจารย์สมเกียรติ

            น้ำผึ้ง-ชลธิชา โซตา อายุ 9 ปี  ชั้นป.4 นักเรียนโรงเรียนบ้านศาลา ตำแหน่ง  ร้องนำ แดนซเซอร์ ความฝันเมื่อโตขึ้นนั้นฝันอยากเป็นหมอและนักร้อง ซึ่งเธอเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของนกแลเพราะพี่สาวเป็นคนพาสมัคร ซึ่งเพียงแค่อาจารย์สมเกียรติได้ยินเสียงร้องตอนที่มาทดสอบหรือออดิชั่น ก็ตัดสินใจรับเธอไว้ในวงทันที ทั้งที่ตอนนั้นเธออายุเพียง 5-6 ขวบเท่านั้น

            แพรว-ณัฐกฤตา อริยพฤกษ์ อายุ 14 ปี ชั้น ม.3 นักเรียนโรงเรียนนวมินทร์ราชูทิศ  ตำแหน่ง  เบส น้องแพรคุยว่า ตัวเองเป็นคนเรียนเก่ง ชอบเล่นกีฬา แต่ไม่ค่อยได้ร่วมกิจกรรมของโรงเรียนมากนัก เนื่องจากต้องทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมดนตรี ที่สำคัญเมื่อมีเวลาเธอก็ต้องไปช่วยคุณแม่ของเธอขายไก่สดที่ตลาดด้วย

            นิ้ง-วิภาดา ขัติยะ อายุ 10 ปี ชั้นป.5 นักเรียนโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่    ตำแหน่ง  ร้องนำ แดนเซอร์และโฆษก ซึ่งเป็นน้องสาวของนิวส์มือกลองและมาสคอตประจำวง ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ซึ่งในสายตาของอาจารย์สมเกียรติมองว่าเธอมีพลังเสียงที่ดี แต่ด้วยความที่ตอนแรกยังเด็กมากๆ ทำให้ตอนมาสมัครอาจารย์สมเกียรติเกือบไม่ยอมรับเธอไว้
 

เวทีบินต่อไปของ “นกแล”

            ก้าวต่อไปของนกแลคือการสานต่อความฝันของสมาชิกวงนกแล เดินออกไปสู่ระดับนานาชาติเพื่อแสดงศักยภาพของเยาวชนที่ไม่น้อยหน้าใคร

            ล่าสุดคือการได้รับเชิญ จากสมาคมชาวไทยในรัฐฟลอริดา  ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมสู่เยาวชนนา นาชาติ "The Mobile  International  Festival"2551 ในวันที่ 10 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2551 ณ ศูนย์การแสดงศิลปวัฒนธรรมเมืองโมบิล รัฐอาลาบาม่า และเมืองต่างๆใน แคลิฟอร์เนีย, แอลเอ, เวกัส, ซานฟรานซิสโก ฯลฯ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เยาวชน “นกแล” ได้แสดงความสามารถนำศิลปวัฒนธรรมล้านนาผสมผสานการร้องเพลง เผยแพร่สู่นานาชาติ และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้รู้จักประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

            ที่สำคัญนกแลมีวัฒนธรรมการสร้างปีกที่กล้าแข็ง แล้วโอบอุ้มให้นกแลรุ่นใหม่เข้ามา ก่อนที่นกแลรุนพี่จะโบกบินสู่เวทีชีวิตต่อไ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม:www.monnoklae.com

************************

โดย อาคม

 

กลับไปที่ www.oknation.net