วันที่ พุธ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา 13


13  อ้อยหวานใจ

         เย็นวันนั้น  บ้านที่เคยเงียบเหงาของกิมหมวยและลูกคึกคักขึ้นมา  เพราะมีงานเลี้ยงย่อยๆ ต้อนรับแขกที่มาจากไทยแลนด์แดนเกิด

       สายคำ  แสดงฝีมือปรุงลาบเนื้อวอลล่าบี  ซึ่งเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องพี่น้องเชื้อสายของจิงโจ้  เนื้อของมันมีรสชาติเหมือนเนื้อกวางที่หาซื้อได้ตามชายแดนไทย-ลาวริมโขงโน่นเชียว  แต่บางคนไม่ชอบกลิ่นที่ออกจะฉุนของมัน  สายคำจึงต้องใช้ข้าวคั่ว หัวหอม สระแหน่  ปรุงมากเป็นพิเศษ 

      กิมหมวยสั่งอาหารอีกหลายอย่างทั้งอาหารไทย จีน และฝรั่ง  จากภัตตาคาร  "ไทยสยามสามดาว"  ของพี่สาวที่มีกิจการใหญ่โตในเมืองโฮบาร์ต

       คุณนพดลเคยชอบไวน์พื้นเมืองของทัสมาเนีย  แต่วีนนี้ เขานั่งบนเก้าอี้ติดล้อโยกไปโยกมาหัวเราะร่า  และดื่มน้ำหวานเป็นเพื่อนลูกสาวกับคุณหญิงแม่  เขาอ้าปากหัวเราะและปรบมือเปาะแปะยามมีใครพูดอะไรต้องใจ  คุณหญิงย่ามองดูด้วยความเอ็นดู  คิดถึงสมัยเขายังเป็นเด็กแล้วแอบซับหางตาด้วยความปลื้ม  และเป็นสุขใจที่เห็นลูกผ่อนคลาย  ไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งเต็มสองบ่า และหลังที่พ่อของเขาคอยจัดสรรให้อีกแล้ว  ลูกอาจจะดูคล้ายคนปัญญาอ่อน  แต่ใบหน้าเขาอิ่มเอิบแสดงความสุขใจไร้กังวลใดๆ ทั้งสิ้น  เขาได้อยู่ท่ามกลางคนที่เขารัก ณ ดินแดนอันแสนไกล  ห่างจากสายหูสายตาของผู้รักษาผลประโยชน์และนักข่าวทั้งปวง  เป็นความปลอดโปร่งโล่งใจที่เขาหาไม่ได้ในเมืองไทย

      "เขาช่างฉลาดนัก  ที่แอบมีบ้านไว้ที่นี่"  คุณหญิงย่าสรรเสริญลูกชายอยู่ในใจ  เขามีเมียและลูกสาวที่น่ารัก  ถือได้ว่าเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลที่ทำให้คุณหญิงหัวใจอิ่มพองขึ้นมารทุกทีที่คิดถึง  นี่เป็นสิ่งมีค่าที่ตนมีในมือขณะนี้  ทำให้รู้สึกว่าเหนือกว่าคุณสามีผู้เฒ่าครั้งแรกในชีวิต

      โต๊ะอาหารตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว  แต่ทุกคนเพียงจิบเครื่องดื่มนั่ง ๆยืนๆ พูดคุยถึงเรื่องสัพเพเหระ  รอคอยอลันผู้กำลังรีบเร่งเดินทางมา  รินระวี  ติดใจวิถีชีวิตที่นี่ ของสายคำและอยากเห็นเมืองริงการูม่าบ้าง

      "สักวันหนึ่งเมื่อนพเขาค่อยยังชั่วขึ้นกว่านี้ย่าจะพาไปเอง"  คุณหญิงย่าบอก  ยิ้มของท่านทำให้ใบหน้าเหมือนดอกไม้ด้วยผมสีขาวเป็นคลื่นอยู่รอบใบหน้าอิ่ม  แก้มอูมผ่องและริมฝีปากสีแดง  ท่านตบอกตัวเองปุปุแสดงพลัง  การไม่ต้องกังวลกับบทบาทคุณหญิงและนายแม่ของท่านรัฐมนตรีทำให้รู้สึกเบาสบาย  อิสระ  และเสรี  หัวใจจึงติดปีกบินลิ่วๆ 

      "ต้องไปวันที่โรงเรียนหนูหยุดด้วยนะคะ"

      เด็กสาวคนเดียวในที่นั้นหันมาเรียกร้องสิทธิ์  ซึ่งทุกคนก็หัวเราะ  ใครเลยจะลืมคนสำคัญคนนี้ไปได้  โดยเฉพาะคุณนายแดงยิหวาหันมาทำเสียงเหน่อแบบทูกานินีแบบที่รู้กันสองคน 

      มีเสียงรถยนต์ปีนเนินขึ้นมาจอดที่หน้าบ้าน  และไม่นานอลันก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน  แต่ไม่ลืมถอดรองเท้าตามธรรมเนียมของเจ้าของบ้าน   เขาเอ่ยขอโทษวุ่นวายไป  โดยเฉพาะการขอโทษขอโพยจากสายคำที่ตัวเองช้าผิดเวลา  และทำให้เธอเป็นห่วง(ความคิดของเขาเอง)  ร่ำไรจนถูกค้อนคว่ำ

      แต่ที่ทำให้ทุกคน ณ ที่นั้นแปลกใจ  คือผู้ที่ติดตามอลันเข้ามานั้นต่างหาก  เด็กสาวนักศึกษาไทย  ซึ่งติดรถอลันออกไปตอนสาย  เพราะมีชั่วโมงเรียนที่วิทยาลัยในตอนบ่าย  และบอกร่ำลาว่าจะกลับมาอีกบ่ายวันพรุ่งนี้

     "อ้าว  หนูอ้อยหวานใจกลับมาก็ดีแล้วค่ะ  มา มา เชิญที่โต๊ะกันเลยนะ"

       กิมหมวยดีอกดีใจ  นึกว่าเด็กสาวจะกลับมาปาร์ตี้ด้วยแต่การณ์กลับเป็นว่า  เพียงเห็นหน้าเจ้าของบ้านเท่านั้น  อ้อยหวานใจก็โผเข้าหาคนที่ตนรักเหมือนพี่สาวทันทีแล้วปล่อยโฮออกมา  เสียงดังเหมือนทำนบพัง  ดีแต่ว่าบ้านปิดมิดชิดดี  และฝรั่งเพื่อนบ้านก็อยู่ไกลออกไปหลายสิบเมตร  ไม่เช่นนั้นคงวิ่งโร่ไปบ่นกับทางการเรื่องสิทธิเสรีภาพของหูไปแล้ว

      "มีอะไรเกิดขึ้นหรืออลัน  เธอทำอะไรกับหนูอ้อยหา"

      สายคำตกอกตกใจเช่นเดียวกับคนอื่นๆ  อลันปฎิเสธวุ่นวาย  ชี้ไม้ชี้มือโบ๊เบ๊ให้ถามกันเอาเอง  คุณหญิงย่าไปดึงร่างของหญิงสาวมาปลอบโยนด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจ  สาวน้อยผู้จากอกพ่อแม่เหมือนลูกนกจากเรือนรัง  มักว้าเหว่  อารมณ์เปราะบางอ่อนไหวมากมายกว่าธรรมดา

     อ้อยหวานใจ เช็ดน้ำหู น้ำตา สั่งน้ำมูกใส่ทิชชู่หมดไปหลายแผ่นแล้วค่อยเอ่ยออกมาอธิบายได้ว่า

     "ก็... ไอ้จอห์น  จาน จอห์น คนเดิมที่หนูเคยเล่าให้พี่กิมหมวยฟังนั่นแหละ  วันนี้มันหยาบคายกับหนูอีกแล้ว  หนูเจ็บ เจ๊บใจ จริงๆ ..."  เสียงพูดถูกกลืนหายด้วยความเจ็บใจจริงๆ จนพูดต่อไปไม่ออก  สายตาหลายคู่จึงหันไปมองกิมหมวยเพื่อขอคำอธิบาย  เจ้าของบ้านสาวผู้เคยอุปถัมภ์ค้ำชู้อ้อยหวานใจ  จึงเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า  นี่มันเป็นปัญหาทั่วไปของหญิงไทยในเมืองใหญ่ๆ ต่างแดนที่มีผู้หญิงไทยอยู่หลายๆ ประเภท และประเภทรักสนุก หิวเงินก็มีเยอะ ทำให้ถูกเหมารวม เด็กสาวๆ หลายคนจึงโดนทั้งวาจา กริยา หยาบคาย หยามเยียด เสียดสีจากชายต่างชาติบ่อยๆ  โดนเฉพาะหากไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนมักถูกยั่วเย้าทีเล่นทีจริงแบบหมานหยอกไก่เป็นประจำ  บางรายอาจเดินมากอดเอาดื้อๆ  หญิงไทยจะสั่งสอนต่อๆ กันมาว่า ไอ้พวกนี้เป็นเพียงหมาหยอกไก่  หากเจออย่าได้ทำตัวเป็นไก่น้อยเด็ดขาดมันจะยิ่งได้ใจ  ให้ทำตัวเป็นไก่ตีทั้งร้อง ทั้งออกอาวุธมวยไทยได้ยิ่งดี ตะเพิดมันกระเจิงไปเลย  กิมหมวยสรุปว่าพวกนี้หน้าบางกว่าชายไทยเยอะ  เจอทั้งลูกถีบและลูกด่าก็แจวอ้าวเพราะอายคน

        แต่รายนี้  ที่ชอบมาทำหยามหยาบกับอ้อยหวานใจกลับไม่ใช่ใครอื่น  เป็นอาจารย์สอนวิชาศิลปะของเธอนั่นเอง

        "คราวนี้  มันทำกับหนูเกินไปค่ะ  หนูยืนคอยเพื่อนอยู่ที่ทางเดินระหว่างอาคารเรียน  มันมาจากไหนก็ไม่รู้ ทำท่าจะมากอดหนู  หนูตะโกนเอะอะ มันก็ทำสีหน้าขยะแขยงใส่แล้วเข้าห้องไป"

         "ทำอย่างนี้ไม่ได้น่ะอลัน"  สายคำทำเสียงเขียวใส่สามี

         "อ้าวมาเกี่ยวอะไรกับผม"

          "ก็เขาเป็นชาติเดียวกับเธอแล้วมาดูถูกหญิงไทย"  สายคำหาเหตุผล

          "อย่าเหมาหมดสิครับคุณสายคำ  ดูอย่างผมสิรักหญิงไทยจะตาย"

           อลันโอดครวญ

          "อย่างนี้ต้องไปสั่งสอน 

        เสียงคุณหญิงย่าดังขึ้น ดุดัน  และเด็ดขาด  และมีเสียงสนับสนุนดังกระหึ่มห้อง  โดยเฉพาะคุณนายแดงยิหวาผู้สะใภ้หลวงของท่านสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา  สีหน้า และแววตา พร้อมทั้งน้ำเสียงที่เค้นออกมาทำให้สายคำหันไปสบตากับนพดาราบ่อย ๆ

        เพราะสองป้าหลานเท่านั้นที่คุ้นชินกับน้ำเสียงสำเนียงเหน่อของทรูกานินี  นอกจากนั้นยังมีเสียงปี๊บ ๆ ของดอลลี่ดังอย่างชอบอกชอบใจออกมาอีกด้วย

         "เดี่ยวค่อยว่ากันนะคะ  ตอนนี้กินข้าวกินปลากันก่อนเถอะ  หนูอ้อยก็ไปล้างหน้าล้างตามากินข้าวเสียเถอะนะจ๊ะ"

          อ้อยหวานใจทำตัวว่าง่าย  ทุกคนจึงเข้านั่งประจำที่โต๊ะอาหาร  และเมื่อมีโอกาสเธอจึงบอกทุกคนว่า

          "พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ค่ะ  เราไม่ได้เรียน  และอาจารย์จอห์น เขาก็จะไปแสดงดนตรีแบบเปิดหมวกกับลูกศิษย์ของเขากลุ่มหนึ่งที่ตลาดนัดซาลาแมนกา ใกล้สวนสาธารณะ"

          "อ้อผมรู้จัก งั้นเดี๋ยวจะไปส่งเอง"  อลันอาสา  ทั้ง ๆ เขานึกไม่ออกว่าจะไปทำอะไรอาจารย์จอห์นได้  แต่เขาก็แสดงน้ำใจ  นพดารายกมือขึ้นแสดงความประสงค์  สมัครสมาชิกไปร่วมด้วยคนหนึ่ง  แต่สายคำค้านว่าเธอ กั บ อลันจะต้องกลับบ้าน ด้วยเป็นห่วงลูกชาย  และต้นไม้ต้นไร่เต็มที  ผิดกับอลันที่ชอบใช้ชีวิตสุขสบายเรื่อยไป 

          "ใครบอกล่ะว่าเราต้องกลับ  ผมโทร คุยกับบอลแล้ว  ต้องรอเรื่องรถมอเตอร์ไซค์ของเขาในวันจันทร์แน่ะ...  เขาพอใจให้เรารอมากกว่า  เรื่องต้นไม้ในกระถางน่ะไม่ต้องห่วงหรอกผมบอกเคนแล้ว  เขาจะจัดการให้  ไหน ๆ เขาก็มาทำงานในสวน อยู่แล้ว  ก็แค่ย้ายมันเท่านั้น  เราก็จ่ายเขาเพิ่มนิดหน่อย"

         ปัญหาใด ๆ ในโลกดูเหมือนไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับอลันอยู่แล้ว  สายคำกำลังจะเถียงก็พอดีมีเสียงจากดอลลี่ดังขึ้นว่า

         "ใช่ เธอต้องพาฉันไปที่นั่น ใกล้ๆ กันนั้นเป็นสวนสาธารณะที่เก็บศิลาจารึกเหนือหลุมศพบนกำแพงมากมาย  เราอาจหาร่องรอยแม่ของฉันจากที่นั่น"

           คุณนายแดงยิหวาหัวเราะชอบอกชอบใจ ทำให้ทุกคนในที่นั้นพลอยหัวเราะไปด้วยทั้งๆที่ไม่มีใครได้ยินเสียงของดอลลี่นอกจากเธอ สายคำและนพดารา

           "งั้นพรุ่งนี้เราบุกสลาแมนก้า"

            คุณหญิงย่าประกาศ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net