วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจี๊ยบ เบญจพร ( 50 )


เจี๊ยบ เบญจพร - เกือบใจแตก

เบ็ญจมาศ อุ้ยอ้ำ หรือ เจี๊ยบ เบญจพร  หรือ เจี๊ยบ เบญจา เกิดเมื่อ 3 พฤศจิกายน  เป็นคนบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี แต่เดิมพ่อมีอาชีพช่างตัดผม แม่เป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า พ่ออายุมากกว่าแม่ถึง 13 ปี เป็นคนไม่หล่อ และปากแหว่ง แต่ทำงานเก่งมาก ตอนที่แม่ท้องเจี๊ยบ เบญจพรได้ 7 เดือน ก็เกิดตกเลือดอย่างหนัก หมอแนะนำให้ทำแท้ง เพราะถ้าอยู่จนถึงคลอด เด็กอาจจะพิการได้ แต่พ่อไม่ยอมให้ทำแท้ง แต่เมื่อคลอดออกมา เธอกลับตัวใหญ่มาก หนักถึง 4,200 กรัม ทั้งยังแข็งแรงและเป็นปกติดี ผิดจากที่หมอคาดไว้ ทำเอาหมองง และหมอคนดังกล่าวก็ยังเป็นคนตั้งชื่อจริงให้กับเธอด้วย

นอกจากจะตัดผมแล้ว พ่อเธอยังเป็นนักแต่งเพลงชื่อดังด้วย โดยก่อนที่จะมาเป็นนักแต่งเพลง เขาฝันจะเป็นนักร้องมาก่อน แต่โอกาสไม่อำนวยจึงหันไปเป็นนักแต่งเพลงแทน และในตอนแรกก็ถือว่ามีชื่อในระดับหนึ่ง เพราะเคยแต่งเพลงให้นักร้องชาวใต้หลายคน แต่ก็มีคนรู้จักไม่มาก และมาเริ่มดังตอนทำนักร้องอย่างเช่น สุดรัก อักษรทอง หรือ คม เมืองนคร แต่ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย

ในวัยเด็กเธอมีครอบครัวที่อบอุ่น เพราะพ่อ แม่ น้อง และปู่ย่าอยู่ในบ้านเดียวกัน ตอนเด็กๆ พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน ตอนกลางวันเธอจึงอยู่กับปู่ย่าเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเรียนหนังสือจนถึง
จนป. 5 พ่อก็แยกครอบครัวออกมาอยู่กันเองที่ตลาดเกษตร ในตัวเมืองสุราษฎร์ฯ ต่อมาแม่เธอหันมาขายข้าวแกง ด้วยความที่เป็นเด็ก ทำให้เธอรู้สึกเกลียดชีวิตที่ทั้งบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นแกงตั้งแต่เช้ามืด ถึงขนาดคิดว่าจะเรียนให้สูงๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาขายข้าวแกงแบบนี้อีก 

โดยส่วนตัวแล้ว ตอนแรกเธอไม่ค่อยสนใจวงการเพลง เธอคิดว่าเมื่อเรียนจบก็จะหันไปทำอาชีพค้าขายหรือไม่ก็จัดรายการวิทยุ ไม่ได้คิดจะร้องเพลง เพราะรู้ตัวดีว่าเสียงไม่ค่อยดี แหบๆ ห้าวๆ ไม่น่าฟัง

ต่อมา ตอนเธออยู่ ป.6 ร้านข้าวแกงเริ่มอยู่ไม่รอด พ่อก็เลยตัดสินใจขายทุกอย่าง และพาครอบครัวมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองหลวง โดยเข้ามาเช่าบ้านอยู่ย่านราษฎร์บูรณะ ตัวหัวหน้าครอบครัวไปสมัครเป็นช่างตัดผม ส่วนแม่อยู่บ้าน พับถุงขาย และตัดขี้ด้ายบ้าง ความเป็นอยู่เริ่มขัดสนหนัก เพราะหารายได้ได้น้อย บางวันต้องกินข้าวต้มแทนข้าวสวย หรือกินมาม่าต้มกับข้าว ชีวิตเป็นแบบนี้อยู่เกือบปี

จากนั้นโชคก็เข้าข้างครอบครัวของเธอ เมื่อ เพลง " ทหารเกณฑ์ไปกอง"  ที่พ่อเธอแต่งให้ยอดรัก สลักใจ  เกิดดังขึ้น และเป็นช่วงที่ยอดรักกำลังมาแรง ทำให้เพลงนี้ดังมากๆ ก็เลยมีคนมาให้พ่อแต่งเพลงให้อีกมากมายหลายคน รายได้ก็จึงดีขึ้น ครอบครัวเริ่มจะมีเงิน

และในช่วงนั้นเจี๊ยบ เบญจพร เริ่มที่จะเข้ามาเกี่ยวกับวงการเพลง คือมาช่วยพ่อแต่งเพลงบ้าง ช่วยห่อแผ่นเสียงเพื่อส่งให้กับนักจัดรายการวิทยุต่างจังหวัดบ้าง พอชีวิตดีขึ้นเธอก็ได้เรียนสูงขึ้น โดยเมื่อจบระดับปวช.ที่ตั้งตรงจิตพาณิชยการ แล้วก็มาต่อที่ ม.รามคำแหง คณะรัฐศาสตร์  

แต่ที่นี่เธอเริ่มติดเพื่อน เลยย้ายมาเช่าหออยู่กับเพื่อน พร้อมกับเปิดร้านขายกางเกงยีนส์กับเพื่อนที่หน้ารามฯ พอขายของ ได้เงินมาก ก็สนุกทำให้เริ่มไม่ไปเรียน ไม่ค่อยกลับบ้าน พอมีเงินก็ไปร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดผับที่ริมคลองประปา 
ไปๆมาๆเธอก็เลยเลิกเรียนไปเลย แต่เปิดร้านอยู่ได้ 4-5 ปี ธุรกิจก็เริ่มไม่ดี เงินขาดมือ ก็เริ่มไปหยิบยืมจากพ่อรวมแล้วก็เป็นแสน แต่ก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าผิดที่ไม่เชื่อฟังพ่อ

มีวันหนึ่งพ่อมาตามและบอกว่าจะลงใต้ จะไปเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงกับเอกชัย ศรีวิชัย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ก็เลยตัดสินใจไปกับพ่อเพราะกำลังผิดหวังกับเรื่องความรัก ระหว่างนั่งรถ พ่อก็พูดว่าอายุเธอก็ 25 ปี แต่ยังเรียนไม่จบเลย และพอไปถึงวงเอกชัย เธอก็ถูกเอกชัยต่อด่าว่าไม่มีความคิด และพูดถึงความยากลำบากของพ่อแม่ และบอกว่าถ้าจะเรียนก็ไปเรียน หรือถ้าจะอยู่ที่วงกับก็ได้ เขาจะดูแลเธอเอง  เธอก็เลยตัดสินใจอยู่กับวงเอกชัย 

ตอน แรกๆ ก็ช่วยงานทั่วไป แต่ต่อมาก็หัดร้องเพลง โดยเพลงที่ร้องคือ เพลง "หัวแตก" ของฌามา พอร้องได้ก็อัดเทปกับค่ายเมโทรชุดแรกชื่อ "หัวแตก" ปรากฏว่าล้มเหลว แต่ถึงแม้เพลงไม่ได้เงินและไม่มีใครรู้จัก เธอก็เริ่มสนุก ต่อมาก็ทำชุด "สาวเทคนิค" โดยเอาเพลงฌามามาร้องอีก แต่เป็นสไตล์ลูกทุ่ง ชุดนี้เริ่มประสบผลสำเร็จ ผู้คนเริ่มรู้จัก "เจี๊ยบ เบญจา" ซึ่งเป็นชื่อในตอนนั้น เธอออกเดินสายกับเอกชัยจนทั่วภาคใต้ จนมีเงินส่งให้ที่บ้านเดือนละ 3 หมื่นบาท

ต่อมาเอกชัยมีปัญหากับผู้จัดการก็เลยหยุดวง เธอจึงไปเปิดร้านกับเพื่อนในแบบเพื่อชีวิต กลางวันทำเรื่องลิขสิทธิ์กับพ่อ กลางคืนไปช่วยที่ร้านและขึ้นร้องเพลงบ้าง ต่อมาเฮียจั๊ว หรือ เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ ไปพูดกับพ่อซึ่งตอนนั้นทำงานให้อาร์สยาม โดยชวนให้เธอมาทำเพลงแนวใต้ พ่อเลยเอาเพลงชุด " อายเจ้าสาว "  ที่อัดไว้ไปเสนอ ทางเฮียจั๊วฟังแล้วก็ชอบใจ ก็เลยให้เซ็นสัญญา 5 ปี และเปลี่ยนชื่อเป็น "เบญจพร" 

หลังงานชุดนี้วางแผง 3 เดือนแรก ยอดเทปแทบไม่กระดิก แต่อยู่ๆมา ยอดก็เริ่มเข้ามาได้อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งเธอก็คิดว่าน่าจะเป็นที่ความแปลก เพราะตอนนั้น ตลาดใต้มีนักร้องหญิงมีคนเดียว คือ ดวงจันทร์ สุวรรณี ซึ่งร้องสไตล์หวานๆ แต่ของเจี๊ยบ เบญจพร เป็นแบบโจ๊ะๆ ห้าวๆ

ต่อมา เธอก็ออกอัลบั้ม "แพ้คนสวยกว่า" แต่ชุดนี้มีปัญหาลิขสิทธิ์ เพลงจึงไม่ได้ออกอากาศ เพราะพ่อเธอแต่งเพลงให้เธอร้อง และให้บริษัทโปรโมต แต่กลับเอาลิขสิทธิ์เพลงไปให้อีกบริษัทหนึ่งจัดเก็บ เพราะเป็นบริษัทเพื่อนกัน จนสุดท้ายมีการคุยกันอย่างเปิดอก  และตกลงที่จะทำเพลงกันต่อ จนเกิดอัลบั้มล่าสุด "ลูกไก่ในใจเธอ" ซึ่งมีเพลง "หลง" ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำให้เธอมีชื่อเสียงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ผลงานเพลง

ชุด" หัวแตก"

ชุด "สาวเทคนิค"(ออกคู่กับเอกชัย ศรีวิชัย)

สาวเทคนิค , โสน - สะเดา ,ขวัญเรียม , ลิเกชีวิต , มนต์รักอสูร , มะนาวไม่มีน้ำ

ชุด " อายเจ้าสาว"

ชุด" แพ้คนสวยกว่า"

ชุด"ลูกไก่ในใจเธอ"

หลง , เอาใจไปทิ้งทะเล , ลูกไก่ในใจเธอ , รักบริสุทธิ์ , สาวสวนยาง , อยากให้เธอรักฉันนานๆ , พี่หลวงเขาให้ , คนรักหาย , เรือจ้างในใจ , ลูกสาวชาวเล

ชุด " ขอบคุณอย่างแรง (อัลบั้มพิเศษ) ของ หลวงไก่ (13 ต.ค.2548)

หลบมาบ้านเรา(ซาง ซาไก ) ร้องคู่ หลวงไก่

ชุด " อัลบั้มเพลงคู่ อาร์สยาม 5 ปีทอง พี่น้องร้องเพลงรัก ชุดที่ 1 (8 มี.ค.2550)

บินหลาดง (ซาง ซาไก) ร้องคู่กับหลวงไก่

ชุด"นิราศรักล่องใต้"(26 เม.ย.2550)

สะตอพลัดถิ่น (ปิงปอง ธรรมวงศ์) , นิราศรักล่องใต้ (ทวิน เคล้าเครือ), รอหนุ่มตาปี (ไพฑูรย์ รัตนบุรี ) , ความรักสุดขอบฟ้า(ปิงปอง ธรรมวงศ์) , สองเราใต้เงาจันทร์(ทาเคชิ) , คิดถึงพ่อ(ณัฐภพ พรหมสุนทรสกุล )  , สาวใต้ใจเหงา(ทาเคชิ) , ปลอบเหงาเราเอง (วีรเดช ไกรศรี ) , หอมดอกยาง (นพพร คำทวี ) , แลหวันในวันเหงา (ชวาลา ชัยมีแรง) 

นำเพลง "หลง" มาให้ฟังกันครับ

เพลง หลง

ขับร้อง เจี๊ยบ เบญจพร

ไม่รู้เป็นไงตั้งแต่ได้เห็น
พี่บ่าวก็เป็นคนนั่งในหัวใจ
ยอมทำทุกอย่างเพื่ออยากอยู่ใกล้
ยกทั้งหัวใจให้พี่บ่าวครอง

คนหลงในรักมักมองไม่เห็น
ปากพูดไม่เป็นเหมือนถูกจำจอง
หูไม่ได้ยินฟังไรไม่คล่อง
ถ้าน้ำตานองคงไม่รู้ตัว

ก็เป็นพรรณนี้คนมีความรัก
ก็เป็นพรรณนี้สุขใจยิ่งนัก
แม้ไม่หยุดพักหัวใจไม่กลัว
ดังเหตุผลพร้าพรมระรัว
รักจนลืมตัวไม่ลืมหูลืมตา

พี่บ่าวรู้ม่ายว่าใครคิดถึง
กระซิบให้ซึ้งถึงดวงดารา
อยากบอกตรงๆ หลงจริงพี่จ๋า
เมื่อไหร่พี่ยาจะหันมารักน้อง