วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกาะยอ-สมิหลา-หาดใหญ่...เที่ยวไปตามใจปรารถนา


เกาะยอ-สมิหลา-หาดใหญ่...เที่ยวไปตามใจปรารถนา

......เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเวรพักของผม เพราะไม่ได้กลับบ้านที่กรุงเทพฯ ก็เลยออกไปท่องเที่ยวเรื่อยเปื่อย...ณ แหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ...ที่ถึงแม้จะเคยเที่ยวเคยอยู่แถบถิ่นนี้อยู่แล้วแต่การได้กลับมาเที่ยวอีกครั้งก็เหมือนกับได้กลับมาบ้านเก่า...

......เริ่มต้น...ผมกะจะไปทานขนมจีนและข้าวยำที่ร้านป้าหนู...เกาะยอ....แต่ไปถึงร้านป้าหนูก็ปิดเสียแล้ว...ก็เลยอดทานของอร่อยๆ....ถ้าท่านผู้ชมแวะไปเที่ยวเกาะยอ...อย่าลืมไปทานนะครับ....รับรอง “เป๊ปซี่” ชวนชิม...ไม่ผิดหวังแน่นอน

.....เข้ามาในพื้นที่เกาะยอ..ก็ต้องมากราบพระนอนที่วัดท้ายยอ....เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตก่อน...

....สภาพทะเลสาบสงขลา...ที่มีการปักอวนตาข่ายดักปลา....อยู่เป็นย่อมๆจนเต็มทั่วทะเลสาบ ถือเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของคนชายขอบทะเลสาบ....แต่นั่นก็ทำให้เกิดเป็นปัญหาหนึ่งของทะเลสาบที่ทำให้เกิดความตื้นเขิน...และกระทบเป็นลูกโซ่ต่อๆไปในเรื่องของสิ่งแวดล้อม...

....ท้องฟ้าวันนั้นถือว่าแจ่มใส...ไม่ร้อน...มีเมฆอยู่บ้าง....มีลมพัดมาเป็นระยะๆ....ถือว่าเป็นวันแห่งการท่องเที่ยวโดยแท้ของผม....

.....เห็นดอกชบาสีเหลืองสวยแปลก....ก็เลยถ่ายรูปมาฝาก...ทราบไหมครับ...ว่าดอกชบาเป็นดอกไม้ประจำชาติใด....ไม่ต้องโทรศัพท์มาตอบ...เฉลยเลยครับ...”ประเทศมาเลเซีย”...เพื่อนบ้านของเรานี่แหละครับ......

....ร้านค้าที่เกาะยอวันนี้...หดหายไปเยอะ...และเงียบเหงาลงไปพอสมควร...สอบถามพ่อค้าแม่ค้าก็ว่าไม่คึกคักเหมือนเก่า...แต่ก็ยังพอขายได้อยู่...

....ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของเกาะยอ...ก็ต้อง “ผ้าทอเกาะยอ” ครับ....ถือเป็น OTOP ของจังหวัดสงขลาเลยครับ....แต่ที่จริงยังมีอยู่อีกอย่างหนึ่งที่คนไม่ค่อยจะรู้จัก...นั่นก็คือ “แผ่นไม้มุงหลังคา” ซึ่งชาวบ้านดั้งเดิมที่อยู่บนเกาะส่วนใหญ่จะใช้ แผ่นไม้ที่ทำคล้ายๆกระเบื้องนี้ มุงหลังคากันทั้งนั้น เสียดายที่วันนั้นผมไม่ได้อ้อมไปหลังเกาะ ไม่อย่างนั้นจะถ่ายรูปมาให้ชม ชาวเกาะยอเขาบอกว่า แผ่นไม้มุงหลังคาของเขานั้น ดีกว่ากระเบื้องเสียอีก แถมมุงหลังคาแล้ว ทำให้บ้านไม่ร้อนด้วย....เอาไว้วันหลังนะครับท่านผู้ชม....

....ผลิตภัณฑ์ที่ขายทั่วไปของร้านค้าที่นี่....ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารและของปรุงแต่งรสชาติ...ที่ใช้กันอยู่ประจำครัว...อย่างเช่น กะปิ น้ำปลา ปลาเค็ม ปลาหวาน กุ้งแห้ง กุ้งส้ม ปลาหมึกแห้ง....

.....แต่อย่างไรก็ดี...ผลิตภัณฑ์อย่างอื่นจากต่างถิ่น...ก็ยังมีตั้งขายปะปนกันไปเพื่อให้ดูว่ามีสินค้าหลากหลายน่าซื้อ...อย่างเช่น มันฝรั่ง “พริงเกิ้ล” ก็ยังอุตส่าห์มีอยู่ในแผง...

....ขนมข้าวตู....ตามแบบอย่างของชาวเกาะยอ...ถ้าทำแพ็คกิ้งให้ดูดีๆหน่อยน่าจะขายดีกว่านี้นะครับ...เพราะรสชาตินั้นอร่อยแบบดั้งเดิมอยู่แล้ว...

.....อันนี้เป็น...น้ำตาลแป้นครับ....ใช้ปรุงอาหารดีกว่าน้ำตาลทรายเยอะครับ....ไม่มีสารเคมีตกค้างด้วย....

....ร้านขายผ้าและเสื้อผ้าจะมีมากกว่าเพื่อนครับ......

....มะพร้าวน้ำหอมนี้....เป็นที่ถูกอกถูกใจของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์....ซึ่งบ้านเขาไม่มี...เจ้านี้บอกว่าได้รางวัลที่ 1 ด้วย....แต่ไม่ได้บอกว่าจากเวทีไหน...

....มีชาวประมงเขาเอาปลามาเร่ขายตัวนี้เป็นปลากะพงแดง...เขาขายกิโลละ 150 บาท ตัวนี้หนักสองกิโล....ก็ได้ไปแล้ว 300 บาท....ผมเห็นร้านค้าแถวนั้นเป็นคนซื้อไป....

....ในตะกร้ายังมีปลาดุกทะเลอีก....น่าทานเชียวครับ...เขาบอกว่ากิโลละ 60 บาท...ถูกหรือแพงครับ...คุณแม่บ้าน??

....อันนี้...เขาเขียนว่า “ปลาดุกร้า” ครับคุณผู้ชม....ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า....เป็นอย่างไร...เพราะไม่เห็นเหมือนปลาร้าทั่วไปที่เคยเห็น....

....ส่วนอันนี้ปลาอินทรีเค็ม...สะกิดคุณนายหมูว่า...ไม่ซื้อไว้เผื่อทอดกินบ้างหรือ....เธอบอกว่า...ขี้เกียจ!!!....ช่างเป็นเหตุผลที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง....

....กะปิกุ้งอย่างดีครับ...ในฐานะที่เป็นหลานย่าเลี่ยม...อดีตแม่ค้าขายกะปิแห่งตลาดสดชุมพร...ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 70%....มองปร๊าดเดียวก็บอกได้ว่า...สีสวยน่ากินจริงๆ...ดูจากสีและตากุ้งเคยดำๆแล้ว...ก็น่าจะเป็นของแท้จากทะเลสาบสงขลา....

....ดูท่าคุณเธอผู้นี้สิ....มือหนึ่งถือข้าวของที่ซื้อไว้แล้ว...ทั้งๆที่ก่อนจะลงจากรถถามว่าจะซื้ออะไรบ้าง....เธอส่ายหัวแด๊กๆว่าไม่ซื้ออะไร...แต่ลงไปถึงก็สั่งนู้นสั่งนี้...พักเดียวก็ได้ถุงนี้มาถือ...อีกมือก็ถือโทรศัพท์คุยไม่ได้หยุด...แต่ตาก็ยังจับจ้องเสื้อผ้า...เสมือนอาหารอันโอชะของเธอชิ้นต่อไป....!!!

....กุ้งแห้ง...น่ากินจังครับคุณผู้ชมแต่สีสดอย่างนี้น่าจะผสมสีให้ดูน่ากินขึ้นมานะครับ....หวังว่าคงจะใช้สีผสมอาหารนะครับ...จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค....

....อันนี้ก็เป็นปลาอินทรีเค็ม...ในน้ำมันพืชครับ...ทำให้เก็บง่ายและสามารถซื้อไปเป็นของฝากของขวัญได้โดยสะดวก....ราคาก็ไม่แพงนะครับ...รู้สึกว่า 150 บาทเท่านั้นเอง....

                

....อันนี้ทั้งตัว....เขียนราคาไว้ถึง 340 บาท....ไม่ทราบว่าเผื่อต่อรองหรือเปล่า...

....สภาพร้านค้าที่เกาะยอ....คนน้อยจริงๆครับ....นี่ขนาดวันเสาร์นะครับ...

....มีรถ Bas Sekolah รถนำเที่ยวของมาเลเซีย....มาจอดพอดี...มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลงมาเที่ยว...ซื้อข้าวของกันพอสมควร....

....แม่ค้าสาวสวยใส่สายเดี่ยวสีขาวสายเลือดสะตอเต็มตัว...ยิ้มอย่างเริงร่าในการขายสินค้าของเธอให้กับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย....ภาษาอังกฤษแบบเอ๊กเซ้นส์ทองแดงของเธอ...ฟังแล้วน่ารักดีครับ....

.....ธงไตรรงค์...ที่ปักอยู่หน้าร้านค้ายังห่อเหี่ยวไปตามสภาพเศรษฐกิจด้วยเลยครับ....

....ป้าย “บ้านนอก” ....บ้านนอกแท้ๆอยู่ที่นี่เองครับ...เกาะยอ...สงขลา...อ้อ...ตรงป้ายนี้แหละครับ...ที่ร้านขนมจีนป้าหนูตั้งขายอยู่....ถ้าแวะมาเที่ยวอย่าลืมชิมนะครับ...ข้าวยอของป้าหนูจะใส่น้ำดอกอัญชันด้วย...ทำให้เป็นสีม่วงน่าทานเชียวครับ....

....สะพานติณสูลานนท์....หรือสะพานป๋าเปรมของชาวสงขลา......ที่ต้องเรียกอย่างนั้นก็เพราะว่า...สมัยที่สร้างเสร็จใหม่ๆ...ความที่คนใต้ชอบเรียกอะไรสั้นๆ....สะพานติณสูลานนท์ ก็เรียกเพียงว่า “สะพานติณ” พอเรียกเร็วๆเข้ามันก็เพี้ยนไม่น่าฟัง...ก็เลยต้องบัญญัติศัพท์กันใหม่ว่า ถ้าจะเรียกสั้นๆให้เรียกว่า “สะพานป๋าเปรม” ท่านว่าจะมีคนเรียกในชื่อที่ตั้งใหม่นี้กี่คน....??

....ทะเลสาบสงขลาในด้านจากเกาะยอไปยังฝั่ง...อ.สิงหนคร....คือเกาะยอนี้จะตั้งอยู่กลางทะเลสาบสงขลา...ในขณะที่ปากทะเลสาบจะเป็นรอยต่อกันของ อ.เมืองสงขลา กับ อ.สิงหนคร

.....ฉะนั้น สะพานติณสูลานนท์ จึงจะต้องมีสองส่วน คือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.เมืองสงขลากับเกาะยอ และส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะยอกับ อ.สิงหนคร แต่พื้นที่ในส่วนของเกาะยอเองนั้น จะขึ้นอยู่กับ อ.เมืองสงขลาครับ.....

.....แต่ดั้งเดิมก่อนที่จะมีสะพานติณสูลานนท์นั้น ประชาชนจะไปมาทั้งสองฝั่ง จะต้องใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟาก ตรงปากทะเลสาบสงขลา ระหว่างแหลมสนอ่อนของ อ.เมืองสงขลา กับเขาหัวแดงของ อ.สิงหนคร...

                    

....สมัยก่อนการเดินทางไปมาระหว่างจังหวัดสงขลา พัทลุงและนครศรีธรรมราช จะใช้เส้นทางสายนี้เป็นส่วนมาก เพราะเส้นทางสาย 41 ซึ่งเป็นเส้นหลักที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ ยังสร้างไม่เสร็จ ...

....ต่อมาเมื่อมีการใช้เส้นทางนี้กันมากขึ้น การจราจรก็ติดขัด กว่าจะข้ามฟากไปได้แต่ละครั้งต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง..แผนการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะยอก็จึงเริ่มขึ้น....เดี๋ยวผมจะพาไปดูแพขนานยนต์ที่ยังเปิดให้บริการอยู่ครับ...

                     

....ทิวทัศน์ข้างทางก่อนถึงท่าเรือข้ามฟากเขาหัวแดงฝั่ง อ.สิงหนคร...มีการจัดเป็นสวนสาธารณะเล็กๆได้สวยงามเชียวครับ....แต่ไม่ทราบว่าจะมีใครมาใช้บริการบ้างหรือไม่ เพราะประชาชนบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิม...คร่ำเคร่งแต่กับการประกอบอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการประมงในทะเลสาบสงขลา...

....ถึงแล้วครับ...นี่แหละครับแพขนานยนต์ของแท้และดั้งเดิมที่รับใช้ชาวประชา...มานานหลายทศวรรษ....

.....มุ่งหน้าท่าเรือข้ามฟากสงขลา...บริเวณฐานทัพเรือสงขลา....ค่าโดยสารพร้อมคนขับ...25 บาท

....แพเริ่มเดินทางข้ามฟากไปยังฝั่ง อ.เมืองสงขลา สังเกตฝั่งขวามือจะมียอของชาวประมง วางกันเต็มทะเลสาบ....

....มองกลับไปยังฝั่งเขาหัวแดง...จะเห็นบ้านเรือนของชาวประมงตั้งกันอยู่ริมทะเลสาบตีนขาวัวแดง...ตั้งกันอยู่อย่างหนาแน่น...ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนโบราณและเป็นชุมชนเข้มแข็งมากครับ....

....มีเรือประมง จอดกันอยู่เต็มไปหมด ไม่ทราบว่าเป็นเพราะพิษน้ำมันแพงหรือไม่....

....แพขนานยนต์ใกล้จะถึงฝั่งแล้วครับ...ใช้เวลาไม่นานครับสัก 10 นาทีเห็นจะได้....

                  

....บริเวณแหลมสนอ่อนปากทะเลสาบสงขลา...เป็นที่ตั้งของพระบรมรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์....อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเรือ, ทหารเรือและประชาชนโดยทั่วไป....

                    

....พระบรมรูปของพระองค์ตั้งสถิตสถานอยู่ทั่วไปในภาคใต้แทบจะมีอยู่ทุกจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดชุมพรบ้านผม จังหวัดที่พระองค์เสด็จทิวงคต มีพระบรมรูปของพระองค์เกือบสิบแห่ง....

                   

....ที่แหลมสนอ่อนแห่งนี้...พระบรมรูปของพระองค์จะยืนประทับบ่ายหน้าหันไปทางเหนือ....พระหัตถ์ซ้ายถือกระบี่ห้อยพู่...มีประชาชนมาสักการะมิได้เว้น....

....ไก่แจ้ตัวนี้เดินผ่านมาพอดี...ก็เลยถูกถ่ายเสียด้วยท่วงท่าที่ประทับใจ...

...มันเดินผ่านปืนใหญ่สมัยโบราณ...ที่ตั้งอยู่ใกล้พระบรมรูป...ก็เลยถูกถ่ายไว้ด้วยกัน...

....ปากทะเลสาบสงขลา...จะเห็นได้ว่าใกล้กันนิดเดียว...ผมถ่ายจากฝั่ง อ.เมืองสงขลา ตรงแหลมสนอ่อน...ที่เห็นฝั่งโน้นคือฝั่ง อ.สิงหนคร จ.สงขลา...จะเห็นตู้คอนเทนเนอร์หลากสีสัน...ตั้งวางซ้อนกันอยู่เป็นคอนโด...นั่นคือท่าเรือสงขลาและที่ตั้งด่านศุลกากรสงขลา....

....จะเห็นได้ว่ามีเรือสินค้าจอดรอถ่ายสินค้าขึ้นลงที่ท่าเรือสงขลา....

                    

....แหลมสนอ่อน...ได้ชื่ออย่างนี้เพราะมีต้นสนอ่อนขึ้นอยู่เป็นบริเวณทั่วไป....

....บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การจะควงคนรักมาเดินเล่น...ที่จริงถ้าท่านมาเดินเล่นจะเห็นมีหลายคู่มานั่งจู๋จี๋กัน...ผมไม่กล้าถ่าย...กลัวเขาจะต่อว่าเอา....

....ชายคนนี้มายืนตกปลาอย่างมีความสุข....ผมไม่เห็นว่าเขาจะได้ปลาอะไร...แต่ก็เห็นว่าเขามีความสุขมากกับการที่ได้เหวี่ยงคันเบ็ดไปมาแล้วก็กระตุกสายเบ็ด....

พญานาคพ่นน้ำ...สัญลักษณ์ใหม่ของสงขลาจะมาแทนที่ “นางเงือก” ได้หรือไม่....ต้องรอดู...

....นายกเทศมนตรีของสงขลาชื่อ “นายอุทิศ ชูช่วย” เป็นคนเก่ง ท่านพัฒนาหลายอย่างผมจากสงขลาไปไม่กี่ปี...สงขลาเปลี่ยนแปลงไปมาก...ดูสะอาดขึ้นร่มรื่นขึ้น...เป็นระเบียบมากขึ้น

....รู้สึกว่าท่านจะเป็นมาหลายสมัยติดต่อกันมาแล้ว...คงเป็นเพราะมีผลงานดีก็เลยได้รับเลือกเข้ามาติดต่อกัน....

....ในหลายๆโครงการที่ท่านทำ ผมประทับใจกับการจัดให้มี Bicycle Lane....หรือเลนรถจักรยาน ให้ผู้ที่นิยมขี่จักรยานได้ออกกำลังกายกัน....

....สวนสองทะเล....สงขลามักจะเรียกตัวเองว่าเป็นเมืองสองทะเล....เพราะเหตุว่ามีทะเลขนาบอยู่สองด้านคือ...ทะเลหลวงด้านหนึ่งและทะเลสาบสงขลาอีกด้านหนึ่ง...

                   

....ภาพนี้ขอโชว์หน่อย...พยายามจะถ่ายภาพสวยๆมาสู้กับ “ย่าดา” “Ch.Minivet” และ “Lovecondo” แต่ดูแล้ว...ยังไม่ติดฝุ่นเขาเลยครับ...

....บริเวณหาดสมิหลา...จัดเป็นสวนสาธารณะริมชายหาดหญ้าเขียวขจี ดูน่าลงไปเกลือกกลิ้งจริงครับ....

….ว่าจะใส่ให้หมดในเอ็นทรีเดียวท่าจะไม่พอเสียแล้วครับ....ไว้รับชมกันต่อในเอ็นทรีหน้าตอนสองก็แล้วกัน....ขอให้โชคดีมีชัยไม่เสียเลือดเสียเนื้อของกันและกันทั้งสองฝ่ายนะครับ...คิดกันเอาไว้ว่าคนไทยด้วยกันทั้งนั้น...ทะเลาะกันแต่ปากเถิด...อย่าได้เลยเถิดถึงกับลงไม้ลงมือกันเลย...สวัสดี..

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net