วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ล้มล้างคณะองคมนตรี !! ... วาระซ่อนเร้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ


.
โละองคมนตรีชุดป๋าเปรม !



เนื้อแท้กระบวนการล้มรัฐธรรมนูญ ... 
ทั้งฉบับของ 'เหวง-จรัล’  ..และ.. ฉบับของพลังประชาชน

   ร่างรัฐธรรมนูญฯทั้ง 2ฉบับ  เหมือนกันทุกตัวอักษร 

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073130

โดย ผู้จัดการออนไลน์22 มิถุนายน 2551 12:17 น.

ผมพูดมานานแล้วว่า  ตั้งแต่ปลายปี 2548 จนถึงวันนี้  คือวิกฤตร้ายแรงครั้งที่ 2 
ในรัชสมัยปัจจุบันที่เกิดต่อ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เพราะมีผู้เสนอ “ระบอบประชาธิปไตยเฉย ๆ” หรือ “ระบอบประชาธิปไตยของปวงมหาประชาชน” ที่มีสาระสำคัญว่า “ ปวงชนชาวไทยเป็นทั้งเจ้าของอำนาจอธิปไตยและผู้ใช้อำนาจนั้นด้วยตัวเอง ” ขึ้นมาเป็นคู่แข่ง
       
        วันนี้มี “ใบเสร็จฯ” 2 ใบเล็ก ๆ แต่สำคัญมาแสดง !
       
        ตั้งใจจะแสดงในวุฒิสภาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีโอกาส และวันนี้ก็คงจะต้องอภิปรายภาพรวมเป็นหลัก ก็เลยขอมาแสดง ณ ที่นี้ก็แล้วกัน !!
       
        ใบเสร็จใบที่ 1 นักวิชาการที่นำเสนอบทความมีเนื้อหา “ระบอบประชาธิปไตยของปวงมหาประชาชน” ที่ก่อนหน้านี้เวลาผมพูดผมเขียนคราใด ก็มักจะออกตัวว่าท่านมีความคิดเห็นทางวิชาการบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับทักษิณ ชินวัตร ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทยและ/หรือพรรคพลังประชาชน มาวันนี้เพิ่งทราบครับ เพิ่งทราบว่าท่านได้ดิบได้ดีได้ดำรงตำแหน่งที่ใคร ๆ อยากเป็นกัน
       
        กรรมการธนาคารกรุงไทยจำกัด(มหาชน) !
       
        ก็คงจะอ้างได้ว่าไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องความสามารถของด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์อดีตนักรบกองทัพปลดแอกประชาชนชาวไทยวัย 52 คนนี้ที่บังเอิญรัฐบาลชุดนี้เห็นความสามารถเอกอุ
       
        แต่ผมไม่เชื่อ และเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องทั้งหลายก็คงไม่เชื่อเช่นกัน !
       
        เพราะระยะหลังด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์อดีตนักรบกองทัพปลดแอกประชาชนชาวไทยคนนี้สแหลนแจ๋นมาก  ในการออกหน้ามาแสดงความคิดเห็น สนับสนุนขบวนของทักษิณ ชินวัตร จักรภพ เพ็ญแข และพลพรรค น.ป.ก.
       
        ใบเสร็จใบที่ 2  ( อันที่จริงจะบอกว่าเป็นใบที่ 2 และใบที่ 3 ก็ได้ )
มาจากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ หมอเหวง โตจิราการ และ
จรัล ดิษฐาอภิชัย  ที่ไปล่าลายชื่อประชาชนจำนวนหนึ่งมายื่นต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 และร่างรัฐธรรมนูแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ส.ส.และ
ส.ว.จำนวนหนึ่งยื่นต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551
       
   ร่างรัฐธรรมนูญฯทั้ง 2ฉบับ  เหมือนกันทุกตัวอักษร 
       
        เขาไม่ได้เขียนรายละเอียดไว้ แต่บอกให้ตัดชื่อหมวดนั้นหมวดนี้มาตรานั้นมาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วเอาชื่อหมวดนั้นหมวดนี้มาตรานั้นมาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ 2540 มาใส่แทน   ซึ่งผมจะไม่พูดว่ามันขัดข้อบังคับสภาอย่างไร
เอาว่าเราตามกันไปดูประเด็นที่ผมจะพูดถึงก็แล้วกัน
       
        ใน “มาตรา 4 (1) (ฑ)” ให้ยกเลิกบทเฉพาะกาลตั้งแต่มาตรา 292 – 309 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และใน “มาตรา 4 (2) (ฎ)” ให้นำบทเฉพาะกาลมาตรา 326, 327, 328, 330, 331, 332 และ 333 มาใส่แทน
       
        ในร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองยังมีบทเฉพาะกาลอยู่ต่างหากในมาตรา 7 – 15
       
        เราก็ต้องมาดูกันว่าเขายกเลิกอะไรและเอาอะไรมาใส่ไว้
       
   เขายกเลิกการรับรองคณะองคมนตรีครับ !!
       
        ปกติเวลามีรัฐธรรมนูญใหม่ ในส่วนบทเฉพาะกาลเขาจะรับรองการมีอยู่และการปฏิบัติหน้าที่ขององค์ กรต่าง ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เริ่มตั้งแต่คณะองคมนตรี ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี
       
        รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 292 ที่เขาตั้งใจจะยกเลิกนั้นบัญญัติไว้ดั่งนี้
       
        “ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”
       
        แล้วมาดูว่าเขาใส่บทบัญญัติทำนองเดียวกันนี้เข้าไปแทนหรือไม่
       
        ไม่มีเลยครับ
       
        เขาอ้างว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ดีเลิศ แต่เวลาเขาเอาบทเฉพาะกาล
รัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใส่แทนที่   เขาก็ไม่เอามาตรา 314 ที่รับรองการมีอยู่และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีเข้าไปใส่ไว้
       
        มาตรา 314 รัฐธรรมนูญ 2540 บัญญัติไว้ด้วยข้อความเดียวกับมาตรา 292 รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ผมยกมาและเน้นด้วยตัวโต ๆ ข้างต้น
       
        หันไปดูบทเฉพาะกาลใหม่ของเขาตั้งแต่มาตรา 7 – 15 ก็ไม่มีการรับรองคณะองคมนตรีครับ !
       
        ผลคืออะไร ?
       
        ผลก็คือถ้าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ออกมาเปิดสงครามศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภา คม 2551 การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงเดินหน้าไปแล้ว และถ้าสำเร็จออกมา ก็หมายความว่าคณะองคมนตรีคณะปัจจุบันที่มาจากการแต่งตั้งตามพระพระราชอัธยาศรัยของพระมหากษัตริย์ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ
       
        คณะองคมนตรีที่มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ เป็นประธาน จะเป็นองค์กรนอกรัฐธรรมนูญทันที
       
        ต่อไป “ถ้า” จะมีการแต่งตั้งคณะองคมนตรีใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นที่ตำแหน่งประธานองคมนตรีก่อน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติไว้ในมาตรา 13
       
       แม้ว่าวรรคแรกจะบัญญัติว่าให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศรัย แต่วรรคสองนี่ซิครับสำคัญและน่าคิด....
       
        “ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ....”
       
        ชัย ชิดชอบ   พ่อของเนวิน ชิดชอบ จะเข้ามามีบทบาททันที !!

       
        ย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ในอดีต ก็จะพบว่ามาตราแรกของบทเฉพาะกาลเขาจะบัญญัติรับรองการมีอยู่และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญ 2540 อยู่ในมาตรา 314, รัฐธรรมนูญ 2534 อยู่ในมาตรา 214 และรัฐธรรมนูญ 2521 อยู่ในมาตรา 197
       
        หมอเหวง และ จรัล รวมทั้งพลพรรค ส.ส.พรรคพลังประชาชน และ ส.ว.
เลือกตั้ง  จำนวนไม่กี่คนที่ไปลงชื่อ  จะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้
       
        หรือจะบอกว่าแก้ไขในชั้นแปรญัตติก็เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นนัก
       
        เพราะมันเห็น “ธาตุแท้” ของพวกคุณอย่าง “ล่อนจ้อน” แล้ว !
       
        คุณมีสิทธิที่จะไม่ชอบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

        แต่คุณไม่มีสิทธิที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญ  โดยมีวาระซ่อนเร้น 
ไม่รับรองคณะองคมนตรีที่มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เป็นประธานได้
       
       แต่พวกคุณก็ทำไปแล้ว แม้จะยังไม่สำเร็จ
       
       คิดเป็นอื่นไม่ได้ ... นอกจาก ... เป็นการจงใจล้มล้างพระราชอำนาจ
ของพระมหากษัตริย์ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ !!!

" องคมนตรี  คือ  ที่ปรึกษาพระราชา "
(นึกถึงละครเกาหลีเรื่อง "อิมซังอ๊ก")

ลองคิดต่อว่า ...
เวลารัฐบาลนี้นำร่าง รธน.ปี 51 ขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อพระราชาลงพระนามโปรดเกล้ารับ รธน.ปี 51

ก็เท่ากับว่า ...
เป็นการบีบบังคับให้พระราชาไม่รับรองคณะองคมนตรีด้วย !!

( ... อะไรกันเนี่ยยยยยยยยยยยยย )

.

โดย BaCon

 

กลับไปที่ www.oknation.net